โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ช็อกทั้งบ้าน! ลูกสาว 1 ขวบ ตัวเขียว-เลือดดำ หลังกิน "ซุป" รู้วิธีปรุงหมอส่ายหัว

sanook.com

เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 04.15 น. • Sanook
เด็กหญิงวัย 16 เดือน เขียวคล้ำทั้งตัว หลังรับประทานซุป แพทย์พบเลือดเปลี่ยนเป็นสีดำ

เคสช็อก เด็กหญิงวัย 16 เดือน ร่างกายเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ และเลือดเปลี่ยนเป็นสีดำ หลังกินซุปที่ปรุงด้วยน้ำบาดาลได้ 1 ชั่วโมง

โรงพยาบาลเด็กประจำนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ได้ออกมาเตือนภัยผู้ปกครอง หลังรับเคสฉุกเฉินของเด็กหญิงวัยเพียง 16 เดือน ที่มีอาการตัวเขียวทั้งร่าง หายใจติดขัด และระดับออกซิเจนในเลือดต่ำผิดปกติ เพียง 1 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหารที่ปรุงด้วยน้ำจากบ่อบาดาล

ตามรายงานระบุว่า เด็กหญิงรายนี้รับประทานอาหารกลางวันซึ่งประกอบด้วยเนื้อปูทะเลและผักโขม ทั้งหมดถูกนำไปต้มเป็นซุปโดยใช้น้ำจากบ่อในพื้นที่ หลังจากกินไปได้เพียง 1 ชั่วโมง เด็กมีอาการสะดุ้ง ตกใจ ปากเขียว ตัวเขียวซีดทั่วร่าง แต่ไม่มีอาการไอหรือสำลัก ผู้ปกครองรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที เมื่อมาถึงเด็กมีอาการร้องไห้ไม่หยุด หายใจลำบาก ตัวเขียวเข้มทั้งตัว และค่าออกซิเจนในเลือด (SpO₂) ลดลงต่ำเหลือเพียง 75%

ทีมแพทย์ตรวจวิเคราะห์เลือด พบว่าเลือดของเด็กมีสีน้ำตาลดำ แม้จะเขย่าหลอดเลือดกว่า 50 ครั้ง ก็ไม่เปลี่ยนกลับเป็นสีแดงตามปกติ แสดงให้เห็นว่าเม็ดเลือดแดงไม่สามารถจับออกซิเจนได้ตามธรรมชาติ ผลตรวจยืนยันว่าเด็กมีภาวะเม็ดเลือดแดงผิดปกติ (Methemoglobinemia) ซึ่งไม่สามารถลำเลียงออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อได้ ส่งผลให้เกิดอาการเขียวคล้ำทั่วร่างกาย และภาวะขาดออกซิเจนเฉียบพลัน

การรักษาเริ่มทันทีด้วยการให้ออกซิเจนบริสุทธิ์ ร่วมกับฉีดยาแก้พิษเมทิลีนบลู และถ่านกัมมันต์เพื่อขับพิษออกจากระบบย่อยอาหาร เพื่อดูดซับสารพิษจากระบบย่อยอาหาร เพียง 10 นาทีหลังให้ยา สีผิวของเด็กเริ่มกลับมาเป็นปกติ และภายใน 30 นาที ค่า SpO₂ ฟื้นกลับมาที่ 95% อาการโดยรวมเริ่มดีขึ้นอย่างชัดเจน

นพ.เหงียน มินห์ เตียน (Nguyễn Minh Tiến) รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเด็กนครโฮจิมินห์ กล่าวว่า สาเหตุของอาการนี้มักมาจากการบริโภคอาหารหรือน้ำที่มีไนเตรต (Nitrate) สูง โดยเฉพาะจากแหล่งน้ำบ่อ หรือน้ำใต้ดินที่ไม่มีการกรองอย่างเหมาะสม เสี่ยงต่อภาวะเลือดเปลี่ยนสีในเด็กเล็ก

ไนเตรตมีคุณสมบัติเป็นสารออกซิไดซ์ ทำให้เม็ดเลือดแดงชนิด Fe²⁺ เปลี่ยนเป็น Fe³⁺ ซึ่งไม่สามารถจับออกซิเจนได้ ส่งผลให้ร่างกายขาดออกซิเจน เกิดอาการเขียวคล้ำทั่วร่าง และมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที นอกจากนี้ ผักบางชนิด เช่น ผักโขม บีทรูท ผักกาด และผักที่มีสีแดงหรือเขียวเข้มบางชนิด อาจมีปริมาณไนเตรตสูง หากนำไปต้มหรือผสมกับน้ำที่ไม่ปลอดภัย แล้วใช้เลี้ยงหรือชงนมให้เด็ก อาจยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของภาวะเลือดเปลี่ยนสี โดยเฉพาะในเด็กแรกเกิดและทารกที่คลอดก่อนกำหนด

เพื่อความปลอดภัยของเด็กเล็ก แพทย์แนะนำให้ใช้น้ำประปาที่ผ่านการบำบัดอย่างปลอดภัยในการประกอบอาหาร หลีกเลี่ยงการใช้น้ำบ่อหรือน้ำใต้ดินที่ไม่ได้รับการกรองหรือตรวจสอบคุณภาพ รวมถึงควรหลีกเลี่ยงผักที่มีปริมาณไนเตรตสูงในการชงนมหรือเตรียมอาหารสำหรับทารก หากพบอาการผิดปกติ เช่น ตัวเขียว หายใจเร็ว ซึม ไม่ดูดนม ควรรีบนำเด็กส่งโรงพยาบาลทันทีเพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสม

บทเรียนจากกรณีนี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของแหล่งน้ำและวัตถุดิบในการประกอบอาหาร โดยเฉพาะสำหรับเด็กเล็กที่ระบบร่างกายยังบอบบาง ผู้ปกครองควรระมัดระวังอย่างยิ่งในการเลือกใช้น้ำและอาหารในชีวิตประจำวัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...