โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ก.ล.ต.ลงดาบปั่นหุ้น-อินไซด์ 5 เดือน 9 คดี 53 ราย สั่งปรับรวมกว่า 593 ลบ.

efinanceThai

เผยแพร่ 16 พ.ค. 2568 เวลา 06.56 น.

ก.ล.ต.เดินหน้าลงดาบแก๊งปั่นหุ้น - อินไซด์ พบเกือบ 5 เดือน สั่งปรับแล้ว 9 คดี รวมผู้กระทำผิด 53 ราย รวมมูลค่าปรับ 593 ล้านบาท คดีปั่นหุ้น "READY" ถูกสั่งปรับรวมมากสุด 233 ล้านบาท โดยมีผู้ร่วมขบวนการ 3 ราย ส่วนคดีอินไซด์หุ้น กลุ่มใช้ข้อมูลภายใน "LPN" โดนปรับรวม 17.52 ล้านบาท จากผู้ร่วมขบวนการ 11 ราย

*** ก.ล.ต ฟันปั่นหุ้น-อินไซด์ เกือบ 5 เดือน ค่าปรับรวม 593 ลบ.

"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" รวบรวมข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตั้งแต่ต้นปี (YTD) ซึ่งได้มีการสั่งปรับทางแพ่งผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการสร้างราคาหุ้น (ปั่นหุ้น) และการใช้ข้อมูลภายใน (อินไซด์) พบว่า มีการลงโทษปรับทั้งหมด 9 คดี โดยมีผู้กระทำความผิด 53 ราย คิดเป็นค่าปรับรวมกันสูงถึง 593 ล้านบาท ประกอบด้วย

ก.ล.ต.ลงดาบปั่นหุ้น-อินไซด์ 5 เดือน 9 คดี 53 ราย สั่งปรับรวมกว่า 593 ลบ.

การกระทำความผิด

ผู้กระทำผิด

ค่าปรับ (ลบ.)*

รวมมูลค่า (ลบ.)

ปั่นหุ้น READY

ทวีรัช ปรุงพัฒนสกุล

85.73

233.05

ปาจรีย์ สมรรถกิจบริหาร

81.22

พิชญาดา ศิริธง

66.10

ปั่นหุ้น MAX-EIC-NEWS

สุวิทย์ พิพัฒน์วิไลกุล

67.10

155.09

มะลิวัลย์ วงศ์ชินศรี

19.12

ภควันต์ วงษ์โอภาสี

16.76

อรพิน พิพัฒน์วิไลกุล

14.11

ภาณุรักษ์ แสงอร่าม

6.78

กรรณิดา ตั้งกิจตรงเจริญ

6.60

พิสิษฏ์ พิพัฒน์วิไลกุล

5.67

เอกวิชญ์ กมลเทพา

5.52

ยรรยงค์ อินทรสงเคราะห์

4.51

กัญจนารัศม์ วงศ์พันธุ์

4.13

วรณัน เลิศกุลธรรม

2.24

กรวิช อัศวกุล

2.00

สงกรานต์ ตันศิริ

0.50

ปั่นหุ้น RPC

สุธี ศิริพรพิทักษ์

71.01

71.72

พีรณัฐ ศิริพรพิทักษ์

0.71

ปั่นหุ้น TCC

พรพิน ชัยวิกรัย

41.28

59.78

ปราโมทย์ พงศ์วรกร

4.17

ยุพิน ชัยวิกรัย

3.03

นฤชิต โรจนยางกูร

3.03

เกสร สิทธิวราภรณ์

2.54

วิมณฑา วิชญธีระพงศ์

1.79

วิชัย สิทธิวราภรณ์

1.62

ธนกร หริวงศานุภาพ

1.18

ดรุเณศ สิทธิวราภรณ์

0.55

วิรัช สิทธิวราภรณ์

0.54

ปั่นหุ้น STAR**

อนัญญา เรืองศักดิ์วิชิต

9.02

40.82

กิ่งกาญจน์ สมิตานนท์

6.85

นฤมล แมงทับ

4.82

โดม พรหมายน

2.41

ณัฐชานันท์ สิริรุจิโยทัย

1.37

สุสิชณ์ทักษ์ อัจฉริยะสมบัติ

1.46

ธนกฤต อัจฉริยะสมบัติ

3.46

ภัสธารีย์ วงษ์ทองหลิน

9.19

ประพล มิลินทจินดา

1.12

กานต์ พรหมายน

1.12

อินไซด์หุ้น LPN

ทิฆัมพร เปล่งศรีสุข

4.36

17.52

วุฒิพล สุริยาภิวัฒน์

2.66

อาทิตย์ สุริยาภิวัฒน์

2.66

สุรวุฒิ สุขเจริญสิน

2.32

พิเชษฐ ศุภกิจจานุสันติ์

1.02

กัลย์รวี ศุภกิจจานุสันติ์

1.02

รัตนพงศ์ ศรีโรจนันท์

0.97

สุริยา สุริยาภิวัฒน์

0.92

มาลาตี สุขเจริญสิน

0.78

นวรัตน์ สุขเจริญสิน

0.64

ธนัตถ์ เปล่งศรีสุข

0.13

ปั่นหุ้น SCN**

ชนน วังตาล

6.65

8.80

ณัฐปภัสร์ เกสร์ชัยมงคล

2.15

ปั่นหุ้นABM-F&D-TVDH-W3-AMR

พชรดนัย ชาญหัตถกิจ

4.61

4.61

อินไซด์หุ้น NVD

ศราวุธ สมวัฒนา

1.79

1.79

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ณ15 พ.ค.68

*รวมค่าปรับ 3 ส่วน คือ ค่าปรับแพ่ง, ผลประโยชน์ที่ได้รับ และค่าตรวจสอบของ ก.ล.ต.
**ผู้ถูกกล่าวหาไม่ยอมชดใช้ชั้น ก.ล.ต. จึงส่งฟ้องศาลแพ่ง

*** มี 2 คดี โดน ก.ล.ต.สั่งปรับรวมมากกว่า 100 ลบ.

คดีปั่นหุ้น บมจ.เรดดี้แพลนเน็ต (READY) ถูก ก.ล.ต.สั่งปรับมูลค่ารวมกันมากที่สุด 233.05 ล้านบาท โดยมีผู้กระทำผิด 3 ราย ประกอบด้วย "ทวีรัช ปรุงพัฒนสกุล", "ปาจรีย์ สมรรถกิจบริหาร" และ "พิชญาดา ศิริธง" โดยคดีดังกล่าวเกิดขึ้นวันที่ 22 ก.พ.2566 ซึ่งเป็นวันแรกที่หุ้น READY เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

ขณะนั้น ผู้กระทำผิดทั้ง 3 ราย มีพฤติกรรมทำราคาเปิด โดยซื้อผลักดันราคาให้ปรับตัวสูงขึ้น และกวาด Offer ครั้งละหลายช่วงราคา พร้อมทั้งเสริม Bid อย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้ราคาหุ้น READY ปรับตัวขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนรายอื่นสนใจเข้ามาซื้อขายหุ้น READY ตาม เพื่อที่กลุ่มผู้กระทำความผิดจะได้ขายหุ้นทำกำไร

รวมทั้งส่งคำสั่งซื้อขายโดยรู้อยู่แล้วว่ากลุ่มของตนได้สั่งซื้อขายหลักทรัพย์เดียวกันในจำนวนใกล้เคียงกัน, ราคาใกล้เคียงกัน และภายในเวลาใกล้เคียงกัน อันเป็นการทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น READY และเป็นการซื้อขายหุ้น READY ในลักษณะต่อเนื่องกัน โดยมุ่งหมายให้ราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น READY ปรับตัวผิดไปจากสภาพปกติของตลาด เพื่อที่กลุ่มผู้กระทำความผิดจะขายหุ้น READY ที่ได้รับการจัดสรร IPO และที่ซื้อเพิ่มในวันเกิดเหตุทำกำไรได้ในราคาสูง

รองลงมา คือ คดีปั่นหุ้น บมจ.แมกซ์ เมทัล คอร์ปอเรชั่น (MAX), บมจ.อุตสาหกรรม อีเล็คโทรนิคส์ (EIC), บมจ.นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น (NEWS) และใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ รุ่นที่ 5 ของ NEWS (NEWS-W5) ที่ถูก ก.ล.ต.สั่งปรับมูลค่ารวมกัน 155.09 ล้านบาท

โดยมีผู้ร่วมกระทำความผิดถึง 13 ราย ประกอบด้วย "ยรรยงค์ อินทรสงเคราะห์", "เอกวิชญ์ กมลเทพา", "วรณัน เลิศกุลธรรม", "ภาณุรักษ์ แสงอร่าม", "กรรณิดา ตั้งกิจตรงเจริญ", "กรวิช อัศวกุล", "กัญจนารัศม์ วงศ์พันธุ์", "สุวิทย์ พิพัฒน์วิไลกุล", "อรพิน พิพัฒน์วิไลกุล", "พิสิษฏ์ พิพัฒน์วิไลกุล", "สงกรานต์ ตันศิริ", "ภควันต์ วงษ์โอภาสี" และ "มะลิวัลย์ วงศ์ชินศรี" ซึ่งคดีนี้เกิดขึ้นช่วงปี 2559

ขบวนการดังกล่าว เริ่มต้นด้วยการปั่นหุ้น MAX ในช่วง 4 - 23 ส.ค.2559 โดยครั้งนั้นทำให้ราคาหุ้นผิดไปจากสภาพปกติของตลาด ส่งผลให้ราคาหุ้นเพิ่มสูงขึ้นเป็น 0.21 บาท/หุ้น จาก 0.16 บาท/หุ้น และปริมาณการซื้อขายหุ้น MAX เพิ่มสูงขึ้นจาก 5,387.36 ล้านหุ้น เป็น 10,452.76 ล้านหุ้น และช่วง 14 - 25 พ.ย.2559 ยังกลับมาปั่นหุ้น MAX อีกครั้ง โดยรอบนี้ ทำให้ราคาหุ้นผิดไปจากสภาพปกติ มีผลให้ราคาหุ้นสูงขึ้นเป็น 0.16 บาท/หุ้น จาก 0.15 บาท/หุ้น และมีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นจาก 6,445.49 ล้านหุ้น เป็น 9,676.69 ล้านหุ้น

ด้านการปั่นหุ้น EIC เริ่มครั้งแรกช่วง 4 - 26 ส.ค.2559 โดยร่วมกันทำให้ราคาหุ้นผิดไปจากปกติ ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นจาก 0.88 บาท/หุ้น เป็น 1.34 บาท/หุ้น และปริมาณการซื้อขายเพิ่มสูงขึ้นจาก 631.25 ล้านหุ้น เป็น 1,304.43 ล้านหุ้น จากนั้นช่วง 10 ต.ค. - 23 พ.ย.2559 ก็กลับมาปั่นหุ้น EIC อีกครั้ง โดยครั้งนี้ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นจาก 0.97 บาท/หุ้น เป็น 1.36 บาท/หุ้น และปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นจาก 144.19 ล้านหุ้น เป็น 1,208.98 ล้านหุ้น

ฟากการปั่นหุ้น NEWS เกิดขึ้น 25 ส.ค. - 9 ก.ย.2559 โดยทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นผิดปกติจาก 0.16 บาท/หุ้น เป็น 0.25 บาท/หุ้น และปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นจาก 13.43 ล้านหุ้น เป็น 411.70 ล้านหุ้น จากนั้นช่วง 25 ส.ค. - 7 ก.ย.2559 เข้ามาสร้างราคา NEWS-W5 โดยทำให้ราคาปรับตัวขึ้นผิดปกติจาก 0.04 บาท/หุ้น เป็น 0.07 และปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นจาก 1.65 ล้านหน่วย เป็น 198.64 ล้านหน่วย

*** 2 พ่อลูก ร่วมปั่นหุ้น "RPC" โดนปรับรวม 71 ลบ.

คดีปั่นหุ้น บมจ.อาร์พีซีจี (RPC) ถูก ก.ล.ต.สั่งปรับมูลค่ารวมกัน 71.72 ล้านบาท โดยมีผู้กระทำผิด 2 ราย ประกอบด้วย "สุธี ศิริพรพิทักษ์" และ "พีรณัฐ ศิริพรพิทักษ์" เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่าง 18 - 31 ส.ค.2564 ซึ่งในช่วงเกิดเหตุ "สุธี ศิริพรพิทักษ์" ส่งคำสั่งซื้อขายหุ้น RPC ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของ "พีรณัฐ ศิริพรพิทักษ์" ในลักษณะสร้างราคา

ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ เช่น ผลักดันราคาต่อเนื่อง สลับขายทำกำไรระหว่างวัน ครองคำสั่งเสนอซื้อ (Bid) และทำราคาปิด เป็นต้น ขณะเดียวกัน "พีรณัฐ ศิริพรพิทักษ์" ได้ขายหุ้น RPC ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์อื่นของตนเอง ในลักษณะสอดรับกับการซื้อขายในบัญชีหลักทรัพย์ที่ได้มอบอำนาจให้ "สุธี ศิริพรพิทักษ์" ส่งคำสั่งซื้อขายในลักษณะสร้างราคาดังกล่าว

*** ก๊วนปั่นหุ้น "TCC" ถูกปรับรวม 59 ลบ.

ฟาก ขบวนการปั่นหุ้น บมจ.ไทย แคปปิตอล คอร์ปอเรชั่น (TCC) ถูก ก.ล.ต.สั่งปรับมูลค่ารวมกัน 59.78 ล้านบาท โดยมีผู้กระทำผิด 10 ราย ประกอบด้วย "พรพิน ชัยวิกรัย", "ธนกร หริวงศานุภาพ", "ยุพิน ชัยวิกรัย", "นฤชิต โรจนยางกูร", "เกสร สิทธิวราภรณ์", "วิรัช สิทธิวราภรณ์", "วิชัย สิทธิวราภรณ์", "ดรุเณศ สิทธิวราภรณ์", "ววิมณฑา วิชญธีระพงศ์" และ "ปราโมทย์ พงศ์วรกร"

การกระทำผิดเกิดขึ้นระหว่าง 13 มี.ค. - 21 ก.ย.2561 โดยช่วงนั้นเป็นการสร้างราคาหุ้น TCC ให้ผิดปกติไปจากสภาพเดิม จากนั้นช่วง 24 ก.ย. - 6 พ.ย.2561 ผู้กระทำผิดทั้ง 10 ราย กลับมาสร้างราคาใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญ รุ่น 3 รุ่น 4 และรุ่น 5 (TCC-W3 TCC-W4 และ TCC-W5) โดยรู้เห็นหรือตกลงกันในการส่งคำสั่งซื้อขาย ในลักษณะสอดรับและสนับสนุนซึ่งกันและกันอย่างต่อเนื่อง

โดยการผลักดันราคาให้ปรับตัวสูงขึ้น ส่งคำเสนอซื้อในลักษณะที่เป็นการขัดขวางการส่งคำสั่งเสนอซื้อของบุคคลอื่น ส่งคำสั่งซื้อและขายในจำนวน, ราคา และเวลาใกล้เคียงกัน รวมถึงการส่งคำเสนอซื้อในช่วงก่อนเปิดตลาด โดยมุ่งหมายให้ราคาเปิดปรับตัวสูงขึ้น เป็นผลให้ราคาและปริมาณการซื้อขายของราคาหลักทรัพย์ดังกล่าวปรับตัวสูงขึ้นผิดไปจากสภาพปกติ ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดว่าในขณะนั้นมีความต้องการซื้อขายหุ้น TCC และหลักทรัพย์ TCC-W3, TCC-W4 และ TCC-W5 ในปริมาณมากและเข้าซื้อขายตาม

*** กลุ่มอินไซด์ "LPN" จ่ายค่าปรับรวม 17 ลบ.

กลุ่มใช้ข้อมูลภายใน (อินไซด์) หุ้น บมจ.แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) ถูก ก.ล.ต.สั่งปรับมูลค่ารวม 17.52 ล้านบาท โดยมีผู้ร่วมกระทำผิด 11 ราย ประกอบด้วย "ทิฆัมพร เปล่งศรีสุข", "วุฒิพล สุริยาภิวัฒน์", "อาทิตย์ สุริยาภิวัฒน์", "สุริยา สุริยาภิวัฒน์", "รัตนพงศ์ ศรีโรจนันท์", "สุรวุฒิ สุขเจริญสิน", "นวรัตน์ สุขเจริญสิน", "มาลาตี สุขเจริญสิน", "พิเชษฐ ศุภกิจจานุสันติ์", "กัลย์รวี ศุภกิจจานุสันติ์" และ "ธนัตถ์ เปล่งศรีสุข"

เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเดือน ก.ย.2563 โดยกลุ่มกรรมการและผู้บริหารของ LPN ขณะนั้น ได้เข้าซื้อหุ้น LPN โดยทราบข้อมูลภายในที่ยังไม่ปรากฎต่อสาธารณะอันส่งผลต่อราคาหุ้น ซึ่งขณะนั้นผู้กระทำผิดได้รับทราบข้อมูลการประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลปี 2563 ของ LPN ในอัตรา 1 บาท/หุ้น จากกำไรสะสม ซึ่งเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลที่สูงสุดนับตั้งแต่ LPN เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

โดยในระหว่างปี 2558 – 2562 ทาง LPN มีการจ่ายเงินปันผล 2 ครั้ง/ปี โดยมีการจ่ายเงินปันผลครั้งละไม่เกิน 0.60 บาท/หุ้น ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลภายในที่มีสาระสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงราคาหุ้น หรือมูลค่าของหุ้น LPN และยังไม่ได้เปิดเผยต่อประชาชน

*** คนเดียวปั่น 4 หุ้น โดนปรับ 4.6 ลบ.

สำหรับ "พชรดนัย ชาญหัตถกิจ" ถูก ก.ล.ต. สั่งปรับมูลค่า 4.61 ล้านบาท เนื่องจากกระทำความผิดในการปั่นหุ้น บมจ.เอเชีย ไบโอแมส (ABM), บมจ.ฟู้ดแอนด์ดริ๊งส์ (F&D), ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของ บมจ.ทีวีดี โฮลดิ้งส์ (TVDH) ครั้งที่ 3 (TVDH-W3) และ บมจ.เอเอ็มอาร์ เอเซีย (AMR)

การกระทำความผิดของ "พชรดนัย ชาญหัตถกิจ" แยกออกเป็นรายกรณี ดังนี้ 1.กรณีปั่นหุ้น ABM เกิดขึ้นระหว่าง 7 - 8 มิ.ย.2566, ปั่นหุ้น F&D เกิดขึ้น 21 ก.ค.2566, สร้างราคา TVDH-W3 เกิดขึ้น 25 ก.ค. - 3 ส.ค.2566 และปั่นหุ้น AMR เกิดขึ้น 28 - 29 ส.ค.2566 โดยเป็นการส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ในลักษณะสร้างราคา

เช่น ส่งคำสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือซื้อหรือขายหลักทรัพย์ในลักษณะผลักดันราคาให้ปรับตัวสูงขึ้น ส่งคำเสนอซื้อในลักษณะที่เป็นการขัดขวางการส่งคำสั่งเสนอซื้อของบุคคลอื่น ส่งคำสั่งเสนอซื้อด้วยปริมาณน้อยในลักษณะมุ่งหมายให้ราคาหลักทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงส่งคำสั่งเสนอซื้อในช่วงก่อนเปิดหรือปิดตลาด โดยมุ่งหมายให้ราคาเปิดหรือราคาปิดของหลักทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้น เป็นผลให้ราคาและปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้ง 4 หลักทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้นผิดไปจากสภาพปกติของตลาด

*** อินไซด์หุ้น "NVD" ถูกปรับแค่ 1.79 ลบ.

ด้าน "ศราวุธ สมวัฒนา" ถูก ก.ล.ต. สั่งปรับมูลค่า 1.79 ล้านบาท เนื่องจากกระทำความผิด โดยซื้อหุ้น บมจ.เนอวานา ดีเวลลอปเม้นท์ (NVD) เพราะเป็นบุคคลซึ่งรู้หรือครอบครองข้อมูลภายในของบริษัท สิบเนื่องจาก "ศราวุธ สมวัฒนา" ได้รู้ข้อมูลภายใน ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/64 ของ NVD ที่มีกำไรสุทธิ 496.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และไตรมาสก่อน

เนื่องจาก NVD ได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการบันทึกบัญชีตามวัตถุประสงค์การใช้ที่ดินที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ราคาประเมินที่ดินของบริษัทปรับตัวสูงขึ้น โดยเป็นข้อมูลที่ส่งผลกระทบด้านบวกต่อราคาหุ้น NVD โดย "ศราวุธ สมวัฒนา" ได้ซื้อหุ้น NVD ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของตนเองในลักษณะที่ผิดไปจากปกติวิสัยของตน ก่อนที่ NVD จะเปิดเผยข้อมูลภายในดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันที่ 23 ก.พ. 2565 ทำให้ "ศราวุธ สมวัฒนา" ได้รับผลประโยชน์จากมูลค่าหุ้น NVD ที่มีราคาเพิ่มขึ้นภายหลังจากที่ NVD ได้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ

*** กลุ่มปั่นหุ้น "STAR"-"SCN" ขอสู้ต่อที่ศาล

ทั้งนี้ มีการกระทำความผิด 2 กรณี ที่ถูก ก.ล.ต. ลงโทษปรับ แต่ผู้กระทำความผิดไม่ยอมยุติข้อพิพาทชั้น ก.ล.ต. ทาง ก.ล.ต.จึงได้ส่งฟ้องต่อศาลแพ่ง ประกอบด้วย การปั่นหุ้น บมจ.สตาร์ ยูนิเวอร์แซล เน็ตเวิร์ค (STAR) ที่เกิดเหตุขึ้นในช่วงปี 2561 โดยขณะนั้นมีผู้ร่วมขบวนการ 15 ราย ถูก ก.ล.ต. ลงโทษปรับรวม 65.17 ล้านบาท แต่มีผู้กระทำผิดเพียง 5 ราย เท่านั้น ที่ยินยอมจ่ายค่าปรับตามที่ ก.ล.ต. กำหนด

โดยมีถึง 10 รายในกลุ่ม ที่ไม่ยินยอมจ่ายค่าปรับในชั้น ก.ล.ต. ประกอบด้วย "อนัญญา เรืองศักดิ์วิชิต", "กิ่งกาญจน์ สมิตานนท์", "นฤมล แมงทับ", "โดม พรหมายน"; "ณัฐชานันท์ สิริรุจิโยทัย", "สุสิชณ์ทักษ์ อัจฉริยะสมบัติ", "ธนกฤต อัจฉริยะสมบัติ", "ภัสธารีย์ วงษ์ทองหลิน", "ประพล มิลินทจินดา" และ "กานต์ พรหมายน"

ก.ล.ต. จึงมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีผู้กระทำความผิดทั้ง 10 รายดังกล่าวต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้กำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง โดยให้ชำระเงินรวมทั้งสิ้น 47.91 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย (เดิมค่าปรับ 10 คนรวม 40.82 ล้านบาท) รวมทั้งกำหนดระยะเวลาห้ามผู้กระทำความผิดทั้ง 10 ราย ซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร ตามแต่ละกรณีที่สร้างราคา ในอัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติ

ปิดท้ายด้วย กลุ่มปั่นหุ้น บมจ.สแกน อินเตอร์ (SCN) ที่เกิดเหตุขึ้นในช่วงปี 2561 ขณะนั้นมีผู้ร่วมขบวนการ 12 ราย ถูก ก.ล.ต. ลงโทษปรับรวม 28.22 ล้านบาท โดยมีผู้กระทำผิด 10 ราย ที่ยินยอมจ่ายค่าปรับตามที่ ก.ล.ต. กำหนด เพื่อยุติข้อพิพาทชั้น ก.ล.ต.

แต่มีผู้กระทำความผิดอีก 2 ราย ที่ไม่ยินยอมจ่ายค่าปรับตามที่ ก.ล.ต.กำหนดข้างต้น ประกอบด้วย "ชนน วังตาล" และ "ณัฐปภัสร์ เกสร์ชัยมงคล" ดังนั้น ก.ล.ต. จึงมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีผู้กระทำความผิดทั้ง 2 รายดังกล่าวต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้กำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง โดยให้ชำระเงินรวมทั้งสิ้น 10.55 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย (เดิมค่าปรับ 2 คนรวม 8.80 ล้านบาท) รวมทั้งกำหนดระยะเวลาห้ามผู้กระทำความผิดทั้ง 2 รายซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทหลักทรัพย์ ในอัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติ

ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...