โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ข้อพิพาทชายแดนระอุ! กัมพูชาอ้างสิทธิ์ ‘ปราสาทตาเมือน’

The Bangkok Insight

อัพเดต 05 ก.ค. 2568 เวลา 02.27 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2568 เวลา 02.27 น. • The Bangkok Insight

ข้อพิพาทชายแดนระอุ! กัมพูชาอ้างสิทธิ์ "ปราสาทตาเมือน" ไทยยันชัดอยู่ใน จ.สุรินทร์ ขึ้นทะเบียนตั้งแต่ปี 2537

เพจเฟซบุ๊ก "ปราชญ์ สามสี" โพสต์ข้อความ ระบุว่า ข้อพิพาทระอุ! กัมพูชาออกแถลงการณ์อ้างสิทธิ์ “ปราสาทตาเมือน” – ไทยย้ำชัดอยู่ในเขตสุรินทร์และขึ้นทะเบียนโดยกรมศิลปากรตั้งแต่ปี 2537

วันที่ 5 กรกฎาคม 2568 ความตึงเครียดระหว่างไทย–กัมพูชายกระดับอีกครั้ง หลังจากกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ออกแถลงการณ์เมื่อเวลา 21:30 น. ของวันที่ 4 กรกฎาคม อ้างว่า “กลุ่มปราสาทตาเมือน” ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอุดรมีชัยของกัมพูชา และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว พร้อม ปฏิเสธคำกล่าวของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมไทย ที่ระบุว่า "กลุ่มปราสาทตาเมือนอยู่ในประเทศไทย"

สาระสำคัญของแถลงการณ์ฝั่งกัมพูชา:

อ้างสนธิสัญญาฝรั่งเศส–สยาม ปี 1904 และ 1907 รวมถึงแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ที่ใช้ใน บันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543 ระบุว่าไทยต้องยอมรับการตีเส้นเขตแดนร่วม

กล่าวหาว่าไทยใช้ “แผนที่ฝ่ายเดียวที่ไม่มีผลทางกฎหมาย” และเรียกร้องให้ไทย เคารพหลักการสากลในการกำหนดเขตแดน

ระบุว่ากลุ่มปราสาทตาเมือน ได้รับการขึ้นทะเบียนใน “บัญชีสำรวจโบราณสถานแห่งชาติกัมพูชา” แล้ว และตั้งอยู่ใน “จังหวัดอุดรมีชัย”

ฝั่งไทยยืนยันหลักฐาน “กรมศิลปากร” – ขึ้นทะเบียนแล้วในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่ปี 2537

ฝ่ายไทยโดยกระทรวงวัฒนธรรมและกรมศิลปากร มีข้อมูลระบุอยู่แล้วว่าปราสาทตาเมือน ตั้งอยู่ที่ บ้านหนองคันนา หมู่ที่ 8 ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ตามราชกิจจานุเบกษา เล่ม 111 ตอนที่ 28 ง ลงวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2537

นอกจากนี้ ปราสาทแห่งนี้ยังอยู่ในความดูแลของ สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา และมีป้ายระบุเขตโบราณสถานชัดเจนตามแบบมาตรฐานกรมศิลปากร

ความจริงเชิงเทคนิค: ความต่างของ “แผนที่ไทย–แผนที่ 1:200,000”

ข้อพิพาทสำคัญอยู่ที่พื้นฐานของแผนที่:

ฝ่ายไทยยึดหลัก แผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมและเส้นเขตแดนตามสภาพภูมิประเทศ (Topographic Map) และใช้ระบบ WGS84 ที่แม่นยำระดับดาวเทียม

ขณะที่กัมพูชายึด แผนที่ 1:200,000 ที่วาดขึ้นโดยฝรั่งเศส ซึ่งไทยไม่เคยให้สัตยาบันในฐานะแผนที่หลักอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ MOU ปี 2543 ที่กัมพูชาอ้าง ยังอยู่ในสถานะ “ยังไม่ให้สัตยาบันโดยรัฐสภาไทย” และมีข้อพิพาทในหลายจุด เช่น กรณี “เขาพระวิหาร” ที่กลายเป็นประเด็นในอดีต

วิเคราะห์: โบราณสถานกับการเมือง – ใครได้เปรียบ?

ฝั่งกัมพูชากำลังใช้ ยุทธศาสตร์ทางวัฒนธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อเสริมความชอบธรรมในการอ้างอธิปไตย

ฝั่งไทยแม้มีหลักฐานภาคสนามชัดเจน แต่กลับเผชิญข้อจำกัดทางการเมืองในระดับภูมิภาคและเวทีระหว่างประเทศ เช่น UNESCO

บริบทนี้จึงอาจกลายเป็นการเปิด “เกมท้าทายทางวัฒนธรรม” ไม่ต่างจากกรณีเขาพระวิหารในอดีต

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...