AWC ลงเสาเอก “The Ritz-Carlton” ฟื้น “ล้ง 1919” อัพค่าห้อง 3 แสนต่อคืน
AWC ฟื้น “ล้ง 1919” วางโปรเจกต์ 5 พันล้านบาท สร้าง “AWC River Journey Project” ปักหมุดแรก “โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน แบงค็อก เดอะ ริเวอร์ไซด์” คาดทำค่าห้องพักต่อคืนแตะ 3 แสนบาทต่อห้องพร้อมเชื่อม 2 PLOTS ฝั่ง “ทรงวาด” Shophouse - Carpark ด้วย “เรือ” ล่องแม่น้ำ “เจ้าพะยา” หวังดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้าพื้นที่ เตรียมเปิดบริการเต็มรูปแบบกลางปี 2028
“ล้ง 1919” จุดเช็คอินที่เคยฮอตในช่วง 2562 (2019) จากการปลุกปั้นของ “ตระกูลหวั่งหลี” ที่ทำการปรับปรุงอาคารเก่าให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ครบเครื่องทั้งประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม งานศิลปะ อาหาร และการช้อปปิ้ง จนกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในเวลาไม่นาน
อย่างไรก็ดีภายหลังการเข้ามาของโควิด 19 ทำให้ล้ง 1919 ค่อย ๆ หายไปจากจุดโฟกัสของนักท่องเที่ยว และปัจจุบันกำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของบิ๊กโปรเจกต์สนับสนุนการท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยา-ทรงวาด ของค่าย “AWC” ภายใต้โครงการ “AWC River Journey Project ” ประกอบไปด้วย 3 PLOTS และ 1 Boat มูลค่าโครงการ 5 พันล้านบาท
โดยมี“เดอะ ล้ง 1919 ริเวอร์ไซด์ เฮอริเทจ เดสติเนชั่น” เป็นศูนย์กลางและ PLOTS ที่ถูกต่อขยายออกมา คือ “โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน แบงค็อก เดอะ ริเวอร์ไซด์ (The Ritz-Carlton Bangkok, The Riverside)” ที่ลงเสาเอกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน แบงค็อก เดอะ ริเวอร์ไซด์ ได้รับแรงบันดาลใจด้านการออกแบบจากปรัชญาหยินหยาง ผสมผสานงานสถาปัตยกรรมในศตวรรษที่ 19 เข้ากับศูนย์สุขภาพแบบองค์รวมสมัยใหม่
โดยอาคารหลักสูง 20 ชั้นประกอบไปด้วยห้องพักระดับลักชัวรี ห้องอาหารรูฟท็อปพร้อมวิวแบบพาโนรามา ห้องบอลรูมขนาดใหญ่ และห้องอาหาร
ขณะที่อาคารเก่าแก่สองหลังจะได้รับการบูรณะเป็นห้องพักเพิ่มเติม พร้อมห้องอาหาร และศูนย์สุขภาพขนาดใหญ่ รวมห้องพักทั้งหมด 167 ห้อง
PLOTS ที่ 2 Shophouse ฝั่งทรงวาด ซึ่งจะได้รับการพัฒนาเป็นห้องพักในบรรยากาศวัฒนธรรมไทย-จีนริมฝั่งเจ้าพระยา จำนวน 24 ห้อง ซึ่งจะทำให้ทั้งโครงการมีห้องพักรวมทั้งหมด 191 ห้อง
PLOTS ที่ 3 SONG WAT CARPARK 420 ตารางเมตรและ Convension hall ฝั่งทรงวาด
นอกจากนี้ภายใต้โปรเจกต์นี้ AWC ยังจะสร้าง “เรือ” สำหรับเชื่อมการเดินทางของทั้ง 3 หมุดหมายนี้และเชื่อมต่อไปยังแลนด์มาร์กทางวัฒนธรรมริมสายน้ำเจ้าพระยา อาทิ ถนนทรงวาด เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ปากคลองตลาด และโครงการในอนาคตอย่างเวิ้งนครเกษม เยาวราช
โดยจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปีหรือแล้วเสร็จทั้งโครงการประมาณกลางปี 2028
ทั้งนี้เจ้าของโปรเจกต์อย่าง“วัลลภา ไตรโสรัส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จํากัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยถึง “เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน แบงค็อก เดอะ ริเวอร์ไซด์” ว่า เป็นการสร้างที่ยึดหลักฮวยจุ้ยคือ “โรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน แบงค็อก เดอะ ริเวอร์ไซด์” อยู่ด้านหลังเปรียบเสมือนภูเขาใหญ่ มี เดอะ ล้ง 1919 ริเวอร์ไซด์ เฮอริเทจ เดสติเนชั่น
ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์โดยมี “เจ้าแม่หม่าโจ้ว” อยู่ตรงกลางมองออกไปที่แม่น้ำ เชื่อมต่อด้านหน้าเป็นโครงการเตี้ยเพื่อให้มีห้องพักริมแม่น้ำด้วย "ประตูจันทร์" หรือ "Moon Gate" และข้ามไปฝั่งตรงข้ามจะเป็นพื้นที่ “ทรงวาด” ซึ่งเราจะมีอีก 2 แปลงที่จะเชื่อมต่อถึงกัน
“ทรงวาดเป็นจุดเริ่มต้นของกิจการการค้าของไชน่าทาวน์ เพราะฉะนั้นจะเป็นการเชื่อมต่อสิริมงคลไปหาความรุ่งเรืองและเป็นการสร้างประสบการณ์พิเศษให้กับนักเดินทางได้มาเล่าเรื่องราวคุณค่าประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ทั้ง 3 แปลงจะเป็นประสบการณ์ที่เราเตรียมไว้หลากหลายรูปแบบ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน จะเป็นรีทรีต มีคาฟาซิตี้เรื่องของเวลเนส โรงแรมเอกคลูซีพ พอข้ามไปทรงวาด PLOTS แรกจะเป็นร้านอาหาร และ PLOTS สุดท้ายที่จอดรถ
นอกจากนี้เรายังดีไซน์เรือให้เชื่อมต่อประสบการณ์ ตั้งแต่ ริทซ์-คาร์ลตัน ไปยังแลนด์มาร์กริมแม่น้ำเจ้าพะยาจุดต่างๆทั้ง half-days และ Day Trip
จุดประสงค์หลักคือเราต้องการดึงนักเดินทางคุณภาพนักเดินทางที่เห็นคุณค่าของเรื่องราวประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ประสบการณ์ที่พิเศษและยูนีกมาสู่เมืองไทย รวมถึงกลุ่มรุ่นใหม่ซึ่งมองหาเรื่องราวที่มาก กว่าห้องดีไซน์สวย แต่มองหาแรงบันดาลใจ สำหรับค่าห้องพักเชื่อว่าจะสามารถทำได้ถึง 3 แสนบาทต่อคืน”