ดาวโจนส์ปิดลบ 1.11 จุด นักลงทุนจับตาเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน
ดาวโจนส์ปิดลบ 1.11 จุด นักลงทุนจับตาเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 มิ.ย. 68 7:38: น.
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสานในวันจันทร์ (9 มิ.ย.) โดยดาวโจนส์ปิดลดลง 1.11 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยได้แรงหนุนจากหุ้น Amazon และ Alphabet ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อคลี่คลายข้อพิพาททางการค้า
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดลดลง 1.11 จุด หรือ 0.0026% ปิดที่ 42,761.76 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 5.52 จุด หรือ 0.09% ปิดที่ 6,005.88 จุด และดัชนีแนสแดค ปิดเพิ่มขึ้น 61.28 จุด หรือ 0.31% ปิดที่ 19,591.24 จุด
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และจีน ได้เริ่มต้นเจรจาการค้าที่กรุงลอนดอนวานนี้ เพื่อสานต่อข้อตกลงเบื้องต้นจากการประชุมที่นครเจนีวาเมื่อเดือนพ.ค. ให้เดินหน้าต่อไป ซึ่งข้อตกลงในครั้งนั้นได้ช่วยบรรเทาความตึงเครียดระหว่างสองชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในช่วงสั้น ๆ
เจค ดอลลาร์ไฮด์ ซีอีโอของ Longbow Asset Management กล่าวว่า ตลาดมองว่าการพูดคุยใด ๆ กับจีน ถือเป็นความก้าวหน้า ไม่ว่าจะมีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมหรือไม่ก็ตาม ตลาดจะเชื่อในสิ่งที่รัฐบาลสหรัฐฯ พูดไว้ก่อน จนกว่าผลที่ออกมาจะเป็นอย่างอื่น
หุ้น 11 กลุ่มที่คำนวนในดัชนี S&P 500 พบว่ามีหุ้น 6 กลุ่ม ที่ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคที่ลดลง 0.66% ตามด้วยหุ้นกลุ่มการเงินที่ลดลง 0.55%
หุ้น Amazon และ Alphabet ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Google ต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 1% ช่วยหนุนให้ดัชนี S&P 500 ปิดในแดนบวก โดย Amazon.com ประกาศแผนลงทุนอย่างน้อย 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในรัฐเพนซิลเวเนีย เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ในขณะเดียวกัน หุ้น Apple ปรับตัวลดลง 1.2% หลังบริษัทเปิดการประชุม Worldwide Developers Conference (WWDC) ประจำปีนี้ พร้อมเผยการพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งไม่ได้สร้างความประทับใจให้นักลงทุนมากนัก
ทั้งนี้ ความคาดหวังต่อข้อตกลงการค้าเพิ่มเติมระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้ารายใหญ่ รวมถึงผลประกอบการที่สดใสและข้อมูลเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ ได้ช่วยให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งขึ้นในเดือนพค โดยดัชนี S&P 500 และดัชนีแนสแดค ซึ่งเน้นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ทำสถิติการเพิ่มขึ้นรายเดือนสูงสุดตั้งแต่เดือนพ.ย. 2023 อย่างไรก็ตาม ดัชนี S&P 500 ยังอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลเมื่อเดือนก.พ. ประมาณ 2% ขณะที่ดัชนีแนสแดค อยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดเมื่อเดือนธ.ค. ประมาณ 3%
ด้านหุ้นรายตัว พบว่าหุ้น Warner Bros Discovery ร่วงลงประมาณ 3% หลังบริษัทประกาศแยกธุรกิจสตูดิโอและสตรีมมิ่งออกจากธุรกิจช่องเคเบิลทีวีซึ่งกำลังมีปัญหา โดยก่อนหน้านั้น ราคาหุ้นเคยพุ่งขึ้นถึง 13% หลังข่าวนี้เผยแพร่ครั้งแรก ขณะที่หุ้น McDonald's ลดลง 0.8% หลัง Morgan Stanley ปรับลดคำแนะนำจาก Overweight เป็น Equal-weight
หุ้น Robinhood Markets ลดลงเกือบ 2% หลัง S&P Dow Jones Indices ไม่ได้เพิ่มหุ้นบริษัทเข้าไปในดัชนี S&P 500 ตามที่มีการคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้
ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่จะเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคประจำเดือนพ.ค.ซึ่งมีกำหนดรายงานในวันพุธนี้ และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในวันพฤหัสบดี ด้านนักลงทุนส่วนใหญ่มองว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยเอาไว้เท่าเดิมในการประชุมนโยบายการเงินในสัปดาห์หน้า สื่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษจึงอยู่ที่สัญญาณเงินเฟ้อที่อาจเร่งตัวขึ้นจากมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีทรัมป์
ที่มา Reuters
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ