โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘มีแฟนอยู่แล้ว แต่กลับหวั่นไหวกับคนอื่น’ ชวนทบทวนความรู้สึก เพื่อขีดเส้นความสัมพันธ์ ผ่านบทเรียนจากซีรีส์ ‘สงครามส่งด่วน Mad Unicorn’ ด้วยทฤษฎีสามเหลี่ยมแห่งความรัก (Triangular Theory of Love)

Mirror Thailand

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 10.37 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 10.37 น.
ภาพไฮไลต์

*หมายเหตุ: มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของซีรีส์

“ฉันหวั่นไหวกับสันติจริงๆ ฉันไม่อยากมีความลับกับคุณแล้ว ฉันแค่คิดว่าถ้าเราผ่านวันนี้ไปได้ อีกสิบปีมองย้อนกลับมา มันก็จะเป็นแค่ช่วงเวลาวูบเดียวในชีวิตของพวกเราเท่านั้นเอง”

คำสารภาพต่อคนรักจากตัวละคร ‘เสี่ยวหยู’ (รับบทโดย เจนเย่ รมิดา) ในซีรีส์เรื่อง ‘สงครามส่งด่วน Mad Unicorn’ ซึ่งได้รับคำชื่นชมจากเหล่าผู้ชมอย่างล้นหลาม และหนึ่งในความประทับใจสำหรับตอนจบของซีรีส์เรื่องนี้คือ พระเอกไม่จำเป็นต้องคู่กับนางเอกเสมอไป หากอีกฝ่ายมีคนรักของตนเองอยู่แล้ว

‘เสี่ยวหยู’ กำลังจะเข้าสู่ประตูวิวาห์กับแฟนหนุ่มแสนดีอย่าง ‘เลียม’ (รับบทโดย บี้ ธรรศภาคย์) แต่แล้วเธอกลับพบว่า ครอบครัวกำลังเผชิญกับปัญหาหนี้ก้อนโต ถึงขั้นมีหนังสือแจ้งเตือนจากศาล ส่งผลให้เสี่ยวหยูตัดสินใจเลื่อนงานแต่งออกไปก่อน และร่วมลงทุนทำธุรกิจโลจิสติกส์จัดส่งพัสดุกับ ‘สันติ’ (รับบทโดย ไอซ์ซึ ณัฐรัตน์) เพราะต้องการหาเงินมาจัดการหนี้สินต่างๆ ด้วยตนเอง

ทว่า จากการทำงานร่วมกันครั้งนี้ทำให้เสี่ยวหยูเริ่มหวั่นไหวกับสันติโดยไม่ตั้งใจ ทั้งที่เธอมีแฟนอยู่แล้ว และความสัมพันธ์นี้ก็ไม่ได้มีปัญหาใดเกิดขึ้นเสียด้วยซ้ำ ท้ายที่สุด เสี่ยวหยูเลือกที่จะสารภาพกับเลียมอย่างตรงไปตรงมา แทนที่จะปล่อยให้ความหวั่นไหวนั้นทำลายความรักของทั้งคู่

สถานการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในซีรีส์เท่านั้น แต่สามารถเกิดขึ้นในชีวิตจริงด้วยเช่นกัน แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ ตอนจบของเรื่องราวนี้อาจไม่ได้สวยงามเหมือนในซีรีส์ เพราะมันขึ้นอยู่กับว่า แต่ละคนจะเลือกเส้นทางไหน และจัดการความรู้สึกหวั่นไหวนั้นอย่างไร เมื่อตนเองมีแฟนอยู่แล้ว

ครั้งนี้ เราอยากชวนกลับมาทบทวนความสัมพันธ์และความรู้สึกของตนเอง ผ่านทฤษฎีสามเหลี่ยมแห่งความรัก (Triangular Theory of Love) เพื่อตอบคำถามในใจว่า เราควรไปต่อหรือพอแค่นี้กับความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่ และควรตัดสินใจแก้ไขปัญหาอย่างไรดี หากความหวั่นไหวเกิดขึ้น? แต่ที่แน่ๆ ต้องไม่ใช่การนอกกายนอกใจอย่างแน่นอน

คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายถึงทฤษฎีสามเหลี่ยมแห่งความรัก (Triangular Theory of Love) ไว้ว่า ธรรมชาติและรูปแบบของความรักประกอบด้วย 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ ‘ความใกล้ชิด’ (Intimacy) องค์ประกอบด้านอารมณ์ ‘ความเสน่หา’ (Passion) องค์ประกอบด้านแรงจูงใจ และ‘ความผูกมัด’ (Commitment) องค์ประกอบด้านความคิด

หากพิจารณาจากตัวอย่างความสัมพันธ์ระหว่างเสี่ยวหยูกับสันติ จะพบว่า ความสัมพันธ์นี้มี 2 องค์ประกอบสำคัญของความรัก ได้แก่ ‘ความผูกมัด’ และ ‘ความใกล้ชิด’ ที่เกิดขึ้นระหว่างการปลุกปั้นธุรกิจของตัวเอง กล่าวคือ การทำธุรกิจร่วมกัน ทำให้เสี่ยวหยูและสันติมีพันธะทางใจและทางสังคมต่อกัน รวมถึงมีโอกาสได้ใช้เวลาร่วมกันเป็นระยะเวลานาน ซึ่งไม่ใช่เพียงการทำงานทั่วไป แต่พวกเขาต้องทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ และเดิมพันทุกอย่างในชีวิตไปกับธุรกิจนี้

การร่วมต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ มาด้วยกันในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ทำให้พวกเขาเริ่มสนิทสนม มีความเข้าใจ ไว้เนื้อเชื่อใจ รวมถึงช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จนพัฒนากลายเป็นความคุ้นเคยที่มากกว่าเพื่อนร่วมงาน

ในทางกลับกัน แม้ความสัมพันธ์ระหว่างเสี่ยวหยูกับเลียมจะเป็นความรักที่ดีและไร้ปัญหา แต่การที่เสี่ยวหยูหันเหความสนใจทั้งหมดไปที่ธุรกิจ ส่งผลให้ช่องว่างระหว่างความสัมพันธ์ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น ระดับความเข้มข้นของ 3 องค์ประกอบความรักจึงอาจลดน้อยลงไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า จริงๆ แล้ว ความสัมพันธ์ของทั้งคู่มีปัญหาซุกซ่อนอยู่ นั่นคือเสี่ยวหยูละเลยการเอาใจใส่ความรู้สึกของอีกฝ่าย และไม่สามารถแบ่งเวลาให้แก่คนรักได้อย่างเหมาะสม

ขณะเดียวกัน เมื่อพูดถึงเหตุการณ์ในชีวิตจริง เรามักจะพบเห็นว่า ปัจจัยที่ทำให้หลายคู่เลิกรากัน อาจเนื่องจากรู้สึกเบื่อหน่ายในตัวคนรักและความสัมพันธ์เดิม รวมถึงอาจต้องการความตื่นเต้น แปลกใหม่ โรแมนติก หวือหวา หรือความดึงดูดทางเพศมากกว่า หรือแตกต่างจากที่เคยได้รับในความสัมพันธ์ที่มีอยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้คือองค์ประกอบเรื่อง ‘ความเสน่หา’ ซึ่งมักเกิดขึ้นในความสัมพันธ์เชิงชู้สาวเท่านั้น และส่วนใหญ่มีอิทธิพลในความสัมพันธ์ระยะสั้นมากกว่า

นอกเหนือจากความแตกต่างด้านความฝัน ซึ่งเสี่ยวหยูอยากแต่งงานมีลูกมีครอบครัวเป็นของตัวเอง ส่วนสันติต้องการประสบความสำเร็จด้านธุรกิจแล้ว หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ ‘เสี่ยวหยู’ ไม่ตัดสินใจเลือก ‘สันติ’ อาจเป็นเพราะองค์ประกอบ ‘ความใกล้ชิด’ และ ‘ความผูกมัด’ นั้นสามารถพบได้ในความสัมพันธ์ทุกรูปแบบ อีกทั้งยังเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละช่วงวัย เพราะฉะนั้น ความหวั่นไหวที่เกิดขึ้นอาจเป็นความรู้สึกเพียงชั่ววูบในช่วงชีวิตนี้เท่านั้น แต่ไม่ใช่ความรักที่เสี่ยวหยูต้องการไปตลอดชีวิต อีกทั้ง ความรู้สึกดีเหล่านั้นอาจไม่จำเป็นต้องพัฒนาไปสู่การเป็นคู่รัก แต่อาจเป็นความสัมพันธ์ดีๆ ในรูปแบบอื่นก็ได้เช่นกัน

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ชีวิตอาจนำพาเราไปพบเจอและมีปฏิสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับใครบางคน แต่หากเรามีคนรักอยู่แล้ว สิ่งที่ควรทำคือ การขีดเส้นและกำหนดขอบเขตในความสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างเหมาะสม กลับมาทบทวนว่าตนเองหวั่นไหวกับอีกฝ่ายเพราะเหตุใด และความสัมพันธ์ปัจจุบันมีปัญหาซ่อนอยู่หรือไม่ เพื่อจัดการความรู้สึกของตนเอง และพูดคุยแก้ไขปัญหาร่วมกับคนรัก

ในทางกลับกัน หากคนรักเป็นฝ่ายที่รู้สึกหวั่นไหวกับคนอื่น เราเองก็มีสิทธิอย่างเต็มที่ที่จะรู้สึกไม่โอเค เสียใจ หรือแม้แต่ไม่สามารถเชื่อใจเขาได้เหมือนเดิม รวมถึงสามารถเดินออกมาจากความสัมพันธ์นี้ได้ทุกเมื่อตามที่ต้องการ

อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้คงไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากปราศจาก ‘ความซื่อสัตย์’ ซึ่งเปรียบเสมือนกุญแจสำคัญในความสัมพันธ์ ว่าประตูความรักจะถูกเปิดออกเพื่อแก้ไขปัญหา หรือปิดตายไปตลอดกาล การสารภาพสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนรักอย่างตรงไปตรงมา จะทำให้ทั้งสองฝ่ายได้ตัดสินใจเส้นทางของตัวเองอย่างยุติธรรม ไม่ว่าจะเลือกยุติความสัมพันธ์ หรือจับมือแก้ไขปัญหาและเดินต่อไปด้วยกัน

แม้การได้รับรู้ว่าคนรักของเราหวั่นไหวกับคนอื่น จะทำให้รู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก แต่มันก็คงจะดีกว่าการถูกนอกใจ นอกกาย หรือ Micro-Cheating อย่างการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ที่เข้าข่ายการนอกใจทางอารมณ์ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาในการเชื่อใจกับคนอื่น (Trust issue) และยังสามารถส่งผลกระทบเชิงลบต่อการเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ในครั้งถัดไปได้อีกด้วย

‘การหมดรักกัน’ อาจเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ในทุกความสัมพันธ์ แต่สิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างแน่นอนคือ การปิดบังและจงใจ ‘นอกใจ’ หากใครกำลังเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ ควรจัดการหรือจบความสัมพันธ์เดิมให้เรียบร้อยก่อนจะเริ่มต้นใหม่ เพื่อไม่สร้างบาดแผลทางใจให้แก่ใครอีกคน

อ้างอิง

https://www.psy.chula.ac.th/th/feature-articles/triangular-theory-of-love/

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...