‘มีแฟนอยู่แล้ว แต่กลับหวั่นไหวกับคนอื่น’ ชวนทบทวนความรู้สึก เพื่อขีดเส้นความสัมพันธ์ ผ่านบทเรียนจากซีรีส์ ‘สงครามส่งด่วน Mad Unicorn’ ด้วยทฤษฎีสามเหลี่ยมแห่งความรัก (Triangular Theory of Love)
*หมายเหตุ: มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของซีรีส์
“ฉันหวั่นไหวกับสันติจริงๆ ฉันไม่อยากมีความลับกับคุณแล้ว ฉันแค่คิดว่าถ้าเราผ่านวันนี้ไปได้ อีกสิบปีมองย้อนกลับมา มันก็จะเป็นแค่ช่วงเวลาวูบเดียวในชีวิตของพวกเราเท่านั้นเอง”
คำสารภาพต่อคนรักจากตัวละคร ‘เสี่ยวหยู’ (รับบทโดย เจนเย่ รมิดา) ในซีรีส์เรื่อง ‘สงครามส่งด่วน Mad Unicorn’ ซึ่งได้รับคำชื่นชมจากเหล่าผู้ชมอย่างล้นหลาม และหนึ่งในความประทับใจสำหรับตอนจบของซีรีส์เรื่องนี้คือ พระเอกไม่จำเป็นต้องคู่กับนางเอกเสมอไป หากอีกฝ่ายมีคนรักของตนเองอยู่แล้ว
‘เสี่ยวหยู’ กำลังจะเข้าสู่ประตูวิวาห์กับแฟนหนุ่มแสนดีอย่าง ‘เลียม’ (รับบทโดย บี้ ธรรศภาคย์) แต่แล้วเธอกลับพบว่า ครอบครัวกำลังเผชิญกับปัญหาหนี้ก้อนโต ถึงขั้นมีหนังสือแจ้งเตือนจากศาล ส่งผลให้เสี่ยวหยูตัดสินใจเลื่อนงานแต่งออกไปก่อน และร่วมลงทุนทำธุรกิจโลจิสติกส์จัดส่งพัสดุกับ ‘สันติ’ (รับบทโดย ไอซ์ซึ ณัฐรัตน์) เพราะต้องการหาเงินมาจัดการหนี้สินต่างๆ ด้วยตนเอง
ทว่า จากการทำงานร่วมกันครั้งนี้ทำให้เสี่ยวหยูเริ่มหวั่นไหวกับสันติโดยไม่ตั้งใจ ทั้งที่เธอมีแฟนอยู่แล้ว และความสัมพันธ์นี้ก็ไม่ได้มีปัญหาใดเกิดขึ้นเสียด้วยซ้ำ ท้ายที่สุด เสี่ยวหยูเลือกที่จะสารภาพกับเลียมอย่างตรงไปตรงมา แทนที่จะปล่อยให้ความหวั่นไหวนั้นทำลายความรักของทั้งคู่
สถานการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในซีรีส์เท่านั้น แต่สามารถเกิดขึ้นในชีวิตจริงด้วยเช่นกัน แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ ตอนจบของเรื่องราวนี้อาจไม่ได้สวยงามเหมือนในซีรีส์ เพราะมันขึ้นอยู่กับว่า แต่ละคนจะเลือกเส้นทางไหน และจัดการความรู้สึกหวั่นไหวนั้นอย่างไร เมื่อตนเองมีแฟนอยู่แล้ว
ครั้งนี้ เราอยากชวนกลับมาทบทวนความสัมพันธ์และความรู้สึกของตนเอง ผ่านทฤษฎีสามเหลี่ยมแห่งความรัก (Triangular Theory of Love) เพื่อตอบคำถามในใจว่า เราควรไปต่อหรือพอแค่นี้กับความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่ และควรตัดสินใจแก้ไขปัญหาอย่างไรดี หากความหวั่นไหวเกิดขึ้น? แต่ที่แน่ๆ ต้องไม่ใช่การนอกกายนอกใจอย่างแน่นอน
คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายถึงทฤษฎีสามเหลี่ยมแห่งความรัก (Triangular Theory of Love) ไว้ว่า ธรรมชาติและรูปแบบของความรักประกอบด้วย 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ ‘ความใกล้ชิด’ (Intimacy) องค์ประกอบด้านอารมณ์ ‘ความเสน่หา’ (Passion) องค์ประกอบด้านแรงจูงใจ และ‘ความผูกมัด’ (Commitment) องค์ประกอบด้านความคิด
หากพิจารณาจากตัวอย่างความสัมพันธ์ระหว่างเสี่ยวหยูกับสันติ จะพบว่า ความสัมพันธ์นี้มี 2 องค์ประกอบสำคัญของความรัก ได้แก่ ‘ความผูกมัด’ และ ‘ความใกล้ชิด’ ที่เกิดขึ้นระหว่างการปลุกปั้นธุรกิจของตัวเอง กล่าวคือ การทำธุรกิจร่วมกัน ทำให้เสี่ยวหยูและสันติมีพันธะทางใจและทางสังคมต่อกัน รวมถึงมีโอกาสได้ใช้เวลาร่วมกันเป็นระยะเวลานาน ซึ่งไม่ใช่เพียงการทำงานทั่วไป แต่พวกเขาต้องทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ และเดิมพันทุกอย่างในชีวิตไปกับธุรกิจนี้
การร่วมต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ มาด้วยกันในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ทำให้พวกเขาเริ่มสนิทสนม มีความเข้าใจ ไว้เนื้อเชื่อใจ รวมถึงช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จนพัฒนากลายเป็นความคุ้นเคยที่มากกว่าเพื่อนร่วมงาน
ในทางกลับกัน แม้ความสัมพันธ์ระหว่างเสี่ยวหยูกับเลียมจะเป็นความรักที่ดีและไร้ปัญหา แต่การที่เสี่ยวหยูหันเหความสนใจทั้งหมดไปที่ธุรกิจ ส่งผลให้ช่องว่างระหว่างความสัมพันธ์ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น ระดับความเข้มข้นของ 3 องค์ประกอบความรักจึงอาจลดน้อยลงไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า จริงๆ แล้ว ความสัมพันธ์ของทั้งคู่มีปัญหาซุกซ่อนอยู่ นั่นคือเสี่ยวหยูละเลยการเอาใจใส่ความรู้สึกของอีกฝ่าย และไม่สามารถแบ่งเวลาให้แก่คนรักได้อย่างเหมาะสม
ขณะเดียวกัน เมื่อพูดถึงเหตุการณ์ในชีวิตจริง เรามักจะพบเห็นว่า ปัจจัยที่ทำให้หลายคู่เลิกรากัน อาจเนื่องจากรู้สึกเบื่อหน่ายในตัวคนรักและความสัมพันธ์เดิม รวมถึงอาจต้องการความตื่นเต้น แปลกใหม่ โรแมนติก หวือหวา หรือความดึงดูดทางเพศมากกว่า หรือแตกต่างจากที่เคยได้รับในความสัมพันธ์ที่มีอยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้คือองค์ประกอบเรื่อง ‘ความเสน่หา’ ซึ่งมักเกิดขึ้นในความสัมพันธ์เชิงชู้สาวเท่านั้น และส่วนใหญ่มีอิทธิพลในความสัมพันธ์ระยะสั้นมากกว่า
นอกเหนือจากความแตกต่างด้านความฝัน ซึ่งเสี่ยวหยูอยากแต่งงานมีลูกมีครอบครัวเป็นของตัวเอง ส่วนสันติต้องการประสบความสำเร็จด้านธุรกิจแล้ว หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ ‘เสี่ยวหยู’ ไม่ตัดสินใจเลือก ‘สันติ’ อาจเป็นเพราะองค์ประกอบ ‘ความใกล้ชิด’ และ ‘ความผูกมัด’ นั้นสามารถพบได้ในความสัมพันธ์ทุกรูปแบบ อีกทั้งยังเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละช่วงวัย เพราะฉะนั้น ความหวั่นไหวที่เกิดขึ้นอาจเป็นความรู้สึกเพียงชั่ววูบในช่วงชีวิตนี้เท่านั้น แต่ไม่ใช่ความรักที่เสี่ยวหยูต้องการไปตลอดชีวิต อีกทั้ง ความรู้สึกดีเหล่านั้นอาจไม่จำเป็นต้องพัฒนาไปสู่การเป็นคู่รัก แต่อาจเป็นความสัมพันธ์ดีๆ ในรูปแบบอื่นก็ได้เช่นกัน
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ชีวิตอาจนำพาเราไปพบเจอและมีปฏิสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับใครบางคน แต่หากเรามีคนรักอยู่แล้ว สิ่งที่ควรทำคือ การขีดเส้นและกำหนดขอบเขตในความสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างเหมาะสม กลับมาทบทวนว่าตนเองหวั่นไหวกับอีกฝ่ายเพราะเหตุใด และความสัมพันธ์ปัจจุบันมีปัญหาซ่อนอยู่หรือไม่ เพื่อจัดการความรู้สึกของตนเอง และพูดคุยแก้ไขปัญหาร่วมกับคนรัก
ในทางกลับกัน หากคนรักเป็นฝ่ายที่รู้สึกหวั่นไหวกับคนอื่น เราเองก็มีสิทธิอย่างเต็มที่ที่จะรู้สึกไม่โอเค เสียใจ หรือแม้แต่ไม่สามารถเชื่อใจเขาได้เหมือนเดิม รวมถึงสามารถเดินออกมาจากความสัมพันธ์นี้ได้ทุกเมื่อตามที่ต้องการ
อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้คงไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากปราศจาก ‘ความซื่อสัตย์’ ซึ่งเปรียบเสมือนกุญแจสำคัญในความสัมพันธ์ ว่าประตูความรักจะถูกเปิดออกเพื่อแก้ไขปัญหา หรือปิดตายไปตลอดกาล การสารภาพสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนรักอย่างตรงไปตรงมา จะทำให้ทั้งสองฝ่ายได้ตัดสินใจเส้นทางของตัวเองอย่างยุติธรรม ไม่ว่าจะเลือกยุติความสัมพันธ์ หรือจับมือแก้ไขปัญหาและเดินต่อไปด้วยกัน
แม้การได้รับรู้ว่าคนรักของเราหวั่นไหวกับคนอื่น จะทำให้รู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก แต่มันก็คงจะดีกว่าการถูกนอกใจ นอกกาย หรือ Micro-Cheating อย่างการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ที่เข้าข่ายการนอกใจทางอารมณ์ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาในการเชื่อใจกับคนอื่น (Trust issue) และยังสามารถส่งผลกระทบเชิงลบต่อการเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ในครั้งถัดไปได้อีกด้วย
‘การหมดรักกัน’ อาจเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ในทุกความสัมพันธ์ แต่สิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างแน่นอนคือ การปิดบังและจงใจ ‘นอกใจ’ หากใครกำลังเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ ควรจัดการหรือจบความสัมพันธ์เดิมให้เรียบร้อยก่อนจะเริ่มต้นใหม่ เพื่อไม่สร้างบาดแผลทางใจให้แก่ใครอีกคน
อ้างอิง
https://www.psy.chula.ac.th/th/feature-articles/triangular-theory-of-love/
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- ‘มีแฟนอยู่แล้ว แต่กลับหวั่นไหวกับคนอื่น’ ชวนทบทวนความรู้สึก เพื่อขีดเส้นความสัมพันธ์ ผ่านบทเรียนจากซีรีส์ ‘สงครามส่งด่วน Mad Unicorn’ ด้วยทฤษฎีสามเหลี่ยมแห่งความรัก (Triangular Theory of Love)
- Lavender Marriage เมื่อคนเพศหลากหลายเลือกแต่งงานตามเพศกำเนิด ไม่ใช่แค่เพื่อปิดบังความเควียร์ แต่ยังเป็น ‘ทางเลือก’ ใหม่ๆ ที่อาจตอบโจทย์รูปแบบความสัมพันธ์ในโลกยากๆ ใบนี้
- Narcissistic Abuse Syndrome บาดแผลทางอารมณ์และจิตใจ จากการดีลกับ ‘คนหลงตัวเอง’
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com