โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผลจากการอยู่กับมนุษย์ทำให้ สมองแมวหดลงเรื่อยๆ ตลอดหมื่นปี

Howl

เผยแพร่ 18 มี.ค. 2565 เวลา 00.30 น.

ว้าย เจ้าแมวโง่

โอเค เราไม่ควรรีบล้อน้องแมวเร็วเกินไปนัก แต่งานวิจัยล่าสุดนี้แสดงให้เห็นว่าสมองของแมวมีแนวโน้มว่ากำลังจะเล็กลงเรื่อยๆ ตลอดหนึ่งหมื่นปีที่ผ่านมาและสาเหตุนั้นก็อาจจะเกิดขึ้นจากมนุษย์เสียด้วย

งานวิจัยชิ้นนี้ถูกตีพิมพ์ใน Royal Society Open Science เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2022 ที่ผ่านมา โดยเป็นการเปรียบเทียบขนาดกระโหลกของแมวบ้านกับแมวป่าแอฟริกันและแมวป่ายุโรป ซึ่งเป็นญาติที่ใกล้ชิดกับแมวบ้านมากที่สุดและผลก็พบว่าขนาดกะโหลก (ซึ่งบ่งบอกถึงขนาดสมอง) เล็กลงถึง 25% เมื่อเทียบกับเหล่าแมวป่า ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสายเลือดบรรพบุรุษของแมวบ้านเหล่านี้

ส่วนสาเหตุที่ทำให้ขนาดกะโหลกและสมองของแมวมีแนวโน้มว่าเล็กลงเรื่อยๆ นั้น ทีมนักวิจัยมองว่าเกิดขึ้นจากการที่แมวอยู่กับมนุษย์ ทำให้มนุษย์ค่อยๆ เริ่มปรับปรุงสายพันธุ์แมวโดยเลือกให้แมวรุ่นต่อๆ ไปมีความดุร้ายน้อยลงและเชื่องมากขึ้น ซึ่งลักษณะนิสัยนี้เองที่ส่งผลต่อการพัฒนาของสมองตอนเป็นตัวอ่อนอย่างมาก 

ลักษณะนิสัยเชื่องในแมวทำให้ตอนแมวเป็นตัวอ่อนมีการสร้างระบบประสาทและแตกแขนงของเส้นประสาทในสมองลดลง ส่งผลต่อความกลัวและความตื่นเต้นที่น้อยลง และนั่นทำให้ขนาดของทั้งกะโหลกและสมองลดลงตามมาด้วย

แน่นอนว่าการที่กะโหลกและสมองมีขนาดเล็กลงไม่ได้หมายความว่าน้องแมวของเราจะโง่กว่าแมวป่า เพราะถึงขนาดสมองก็สำคัญ หากแต่ระบบประสาทภายในสมองและความสามารถในการเรียนรู้ก็สำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้นต่อให้สมองมีขนาดเล็กกว่าก็ไม่ได้หมายความว่าเหล่าน้องแมวจะมีความฉลาดหรือเฉียบแหลมน้อยลง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือสัตว์ขนาดยักษ์อย่างวาฬมีสมองใหญ่กว่ามนุษย์มาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าวาฬจะฉลาดกว่ามนุษย์

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายของแมวเมื่อมาอาศัยอยู่ร่วมกับมนุษย์ รวมไปถึงการปรับปรุงพันธุ์ของมนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อสัตว์ชนิดอื่นๆ และทีมนักวิจัยยังได้ตั้งข้อสังเกตว่าการปรับปรุงหรือเพาะพันธุ์สัตว์ป่าควรระมัดระวังถึงผลกระทบการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพนี้ด้วยเช่นกัน

แต่ก็เป็นเรื่องจริงเช่นกันที่การอยู่กับมนุษย์ที่พร้อมเอาใจแมวตลอดเวลานั้นทำให้สัญชาตญาณการหาอาหารและออกล่าแบบแมวๆ น้อยลงไป ทำให้แมวอ้วนและเซื่องซึมได้ง่าย โดยทางสมาคมสัตวแพทย์ของสหรัฐอเมริกาได้ให้คำแนะนำว่าควรแบ่งอาหารออกเป็นมื้อเล็กๆ หลายๆ มื้อต่อวัน และเปลี่ยนที่วางชามอาหารบ้าง เพื่อให้แมวได้ลับสมองและกระปรี้กระเปร่ากว่าเดิม

สงสัยต้องให้เจ้าแมวพัฒนาสมองด้วยการให้หาอาหารกินเองซะแล้ว.

“ได้สิ.. เริ่มจากการกินเนื้อมนุษย์ก่อนเลยดีมั้ย?”

อ้างอิงข้อมูล

https://www.livescience.com/house-cat-brain-size-shrink?fbclid=IwAR261ot1UA0rAx3xs3nnHAo3qGBAAF2P1gM2CI-iyv_tQTmInioaJEv6EGg

https://royalsocietypublishing.org/doi/10.1098/rsos.210477

#Howl

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...