โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดาวโจนส์ถอด Intel ออกจากดัชนี เตรียมนำ Nvidia เข้าแทน มีผล 8 พ.ย. นี้

efinanceThai

เผยแพร่ 04 พ.ย. 2567 เวลา 01.37 น.

ดาวโจนส์ถอด Intel ออกจากดัชนี เตรียมนำ Nvidia เข้าแทน มีผล 8 พ.ย. นี้

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -4 พ.ย. 67 8:37: น.

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า หุ้น Nvidia จะเข้ามาแทนที่หุ้น Intel ในดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์มีผลในวันที่ 8 พ.ย. นี้เป็นต้นไป ตอกย้ำกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มาแรง และยังเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ หลังรายงานดังกล่าวหุ้น Intelร่วงลง 1% ขณะที่หุ้น Nvidia บวก 1% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (1 พ.ย.)

นอกจากนี้ แถลงการณ์ของ S&P Dow Jones ยังเผยว่า หุ้น Sherwin Williams ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสีทาบ้านและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง จะเข้ามาแทนที่หุ้น Dow Inc. ในการปรับดัชนีครั้งนี้ด้วย

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่านมา ได้มีการปรับดัชนีไปแล้วรอบหนึ่ง โดยหุ้น Amazon เข้ามาแทนที่หุ้น Walgreens Boots Alliance ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์พยายามนำหุ้นกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดเข้ามาคำนวณ โดยคณะกรรมการจาก S&P Dow Jones Indices เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกหุ้น

ในช่วงปีนี้ ราคาหุ้น Nvidia ทะยานขึ้นไป 170% ซึ่งยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องหลังราหาหุ้นบวกไป 240% เมื่อปี 2023 ท่ามกลางความสนใจของนักลงทุนที่ต้องการเข้าถือหุ้นของบริษัทผู้ผลิตชิป AI รายนี้ โดยมูลค่าตามราคาตลาดของ Nvidia ขึ้นไปแตะที่ 3.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ รองจาก Apple

บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่ง อาทิ Microsoft, Meta, Google และ Amazon เป็นหนึ่งในกลุ่มลูกค้าของ Nvidia ซึ่งได้ซื้อหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) เช่น ชิป H100 เป็นจำนวนมาก เพื่อสร้างคลัสเตอร์คอมพิวเตอร์ที่รองรับงานด้าน AI ส่งผลให้รายได้ของ Nvidia เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวในช่วง 5 ไตรมาสที่ผ่านมา โดยบริษัทยังส่งสัญญาณว่า ความต้องการชิป GPU Blackwell ซึ่งเป็นชิป AI รุ่นต่อไปนั้น ยังมีปริมาณที่สูงมาก

การเพิ่มหุ้น Nvidia เข้ามาในดัชนีดาวโจนส์ ทำให้ตอนนี้มีบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ 4 แห่ง ที่มีมูลค่ารวมกันถึง 6 ล้านล้านดอลลาร์อยู่ในดัชนี โดยสองบริษัทที่ไม่ได้อยู่ในดัชนี คือ Alphabet และ Meta

ขณะที่หุ้น Intel ซึ่งครั้งหนึ่งครองความเป็นผู้นำในตลาดผู้ผลิตชิปพีซีมายาวนาน ได้เสียส่วนแบ่งตลาดให้กับ Advanced Micro Devices (AMD) โดย Intel แทบไม่มีความก้าวหน้าใด ๆ ในด้าน AI ส่งผลให้ราคาหุ้นของ Intel ร่วงลงมากกว่าครึ่งหนึ่งในปีนี้ จากความท้าทายในด้านการผลิตและการแข่งขันในตลาด CPU

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Intel เปิดเผยว่า คณะกรรมการตรวจสอบและการเงินของบอร์ดบริหาร ได้อนุมัติการลดต้นทุนและรายจ่ายฝ่ายเงินทุนลง รวมถึงการปลดพนักงานลง 16,500 คน และลดพื้นที่ในการบริหารอสังหาริมทรัพย์ โดยมีการประกาศลดจำนวนพนักงานครั้งแรกเมื่อเดือนส.ค.

ทั้งนี้ ดัชนีดาวโจนส์เป็นดัชนีที่ใช้เป็นตัวแทนหุ้นบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่หรือหุ้นบลูชิป 30 ตัว โดยถ่วงน้ำหนักตามราคาหุ้นแต่ละตัว ไม่ใช่ตามมูลค่าตลาด โดยเมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา Nvidia ประกาศแตกพาร์หุ้น ในสัดส่วน 10 ต่อ 1 ซึ่งสร้างความได้เปรียบ ทำให้ราคาเฉลี่ยต่อหุ้นลดลง 90% โดยไม่ส่งผลต่อมูลค่าตลาด ทำให้บริษัทสามารถเป็นส่วนหนึ่งของดัชนีดาวโจนส์ได้โดยไม่ถ่วงน้ำหนักรวมมากเกินไป

ที่มา CNBC

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...