โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ย้อน ‘เซลล์มะเร็ง’ ให้กลับเป็น ‘เซลล์ปกติ’ นักวิจัยเกาหลีคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ในการรักษามะเร็ง

BT Beartai

อัพเดต 13 ม.ค. 2568 เวลา 09.34 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. 2568 เวลา 05.32 น.
ย้อน ‘เซลล์มะเร็ง’ ให้กลับเป็น ‘เซลล์ปกติ’ นักวิจัยเกาหลีคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ในการรักษามะเร็ง

โรคมะเร็งและเนื้องอกทุกชนิดยังคงครองอันดับต้น ๆ ของโรคที่คร่าชีวิตของมนุษย์มาอย่างยาวนาน ปัจจุบันเรารู้จักกับมะเร็งมากขึ้น ทั้งองค์ความรู้ การตรวจคัดกรอง และเทคโนโลยีในการรักษาก็ก้าวหน้ามากขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสหายขาด และลดความเสี่ยงของการเสียชีวิต

ล่าสุดทีมวิจัยสถาบัน KAIST (Korea Advanced Institute of Science and Technology) ประเทศเกาหลีใต้ได้ค้นพบเทคโนโลยีการรักษาโรคมะเร็งรูปแบบใหม่ที่จะเปลี่ยนเซลล์มะเร็งให้กลับมาเป็นเซลล์สุขภาพดี บทความนี้เราจะมาแบไต๋กัน

รู้จักกับโรคมะเร็ง และการรักษามะเร็งในปัจจุบัน

ก่อนจะไปรู้จักแนวทางการรักษาใหม่ที่ว่านี้ มาทำความเข้าใจกันคร่าว ๆ ก่อนว่า ‘เซลล์มะเร็ง’ เกิดได้อย่างไร ?

โรคมะเร็งเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่กลไกเกิดในภาพรวมคือ DNA ของเซลล์กลายพันธุ์ ซึ่งเป็นผลมาจากการเสื่อมของ DNA ที่มาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น และการที่เซลล์เสียหายจากปัจจัยต่าง ๆ อย่างบุหรี่ แสงแดด การติดเชื้อ สารก่อมะเร็ง หรือแม้แต่พันธุกรรม ผลลัพธ์ คือ ทำให้เซลล์นั้นเจริญเติบโตผิดปกติจนกลายเป็นเนื้องอกมะเร็งนั่นเอง

การรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันส่วนใหญ่เน้นการกำจัดเซลล์มะเร็งให้หมดไป ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด การฉายแสง หรือเคมีบำบัดที่เรียกกันว่าคีโม ซึ่งบางเคสอาจเจอกับการดื้อยาของเซลล์มะเร็ง การกลับมาเป็นซ้ำ รวมถึงผลข้างเคียงรุนแรงที่เกิดจากการทำลายเซลล์ปกติไปพร้อมกัน

ปัจจุบันเราเลยจึงอาจเห็นวิธีรักษามะเร็งแบบใหม่ อย่างยามุ่งเป้า และภูมิคุ้มกันบำบัดที่โจมทีเฉพาะเซลล์มะเร็ง ซึ่งการค้นพบล่าสุดจากทีมวิจัยที่สถาบัน KAIST ประเทศเกาหลีใต้ ได้เปิดมุมมองใหม่ในการรักษามะเร็งที่อาจเปลี่ยนแปลงวงการแพทย์ และสร้างทางเลือกใหม่ในการรักษาโรคมะเร็ง

Digital Twin แนวคิดใหม่ในการรักษามะเร็ง

ทีมวิจัยสถาบัน KAIST ได้พัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่โดยไม่จำเป็นต้องฆ่าเซลล์มะเร็ง แต่ใช้วิธีการปรับเปลี่ยนเซลล์มะเร็งให้กลับคืนสู่สภาวะที่ ‘คล้ายเซลล์ปกติ’

ซึ่งเขาได้แนวคิดนี้มาจากการสังเกตลักษณะหรือพฤติกรรมการเสื่อมของเซลล์ปกติก่อนที่จะกลายเป็นเซลล์มะเร็ง

ทางทีมเลยได้พัฒนาเทคโนโลยีที่ชื่อ Digital Twin ขึ้น ซึ่งสามารถจำลองการเปลี่ยนแปลงของเซลล์และหาตัวกระตุ้นเซลล์ในหลายรูปแบบเพื่อหาวิธีเปลี่ยนเซลล์มะเร็งให้กลับมาเป็นเซลล์ปกติ และสามารถกำหนดตัวกระตุ้นที่ทำให้เซลล์มะเร็งกลับมาปกติ โดยเขาเรียกตัวกระตุ้นนี้ว่า ‘สวิตช์’

หลังจากจำลองในระบบ Digital Twin ก็ได้ทดลองต่อในห้องแล็บและพบว่า เมื่อนำสวิตช์ที่ค้นพบมาใช้กับเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ เซลล์มะเร็งสามารถกลับคืนสู่สภาวะที่คล้ายเซลล์ปกติได้ ทั้งในระดับเซลล์ และการศึกษาในสัตว์ทดลอง

Digital Twin เลยเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้แพทย์หาตัวกระตุ้นที่สามารถรักษาโรคมะเร็งได้ด้วยการจำลองสวิตช์หลาย ๆ แบบเพื่อหาว่าสวิตช์แบบไหนจะสามารถเปลี่ยนเซลล์ให้กลับไปเป็นปกติ เหมือนการที่เราสามารถลองยาหลาย ๆ ชนิดในคอมพิวเตอร์เพื่อหาว่ายาตัวไหนได้ผล โดยไม่ต้องลองกินยาเอง

การค้นพบนี้เรียกได้ว่าเปิดมิติใหม่ในการพัฒนาการรักษามะเร็ง เพราะเดิมทีเราเน้นการทำลายเซลล์ แต่ไม่เคยมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนเซลล์ป่วยให้กลายเป็นเซลล์ปกติ ซึ่งอาจนำไปรักษาได้โดยตรง หรือใช้รักษาร่วมกับการรักษาอื่นได้ในอนาคต ช่วยให้แพทย์เข้าใจการเกิดเซลล์มะเร็ง และวางแผนรักษาได้แม่นยำขึ้น เพิ่มโอกาสในการรักษาหาย และลดผลข้างเคียงจากการรักษามะเร็งแบบเดิมได้ เมื่อหายเร็วก็แสดงว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาจะต้องลดลง ผู้ป่วยก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ยังอยู่ในช่วงพัฒนาเท่านั้น ยังไม่มีการทดสอบความปลอดภัย และประสิทธิภาพในระยะยาว เพื่อสุขภาพที่ดีการดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุด

นอกจากการดูแลอาหารการกิน การออกกำลังกาย การนอนหลับ และเลี่ยงสารก่อมะเร็งแล้ว BTbeartai ขอแนะนำให้คุณเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเมื่อถึงช่วงวัยที่เหมาะสม หรือหากคุณเป็นคนที่มีความเสี่ยงของโรคมะเร็งอยู่แล้ว อย่างสูบบุหรี่จัด ดื่มหนัก หรือคนในครอบครัวมีประวัติโรคมะเร็งก็ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการตรวจคัดกรองมะเร็งเร็วกว่าคนอื่นด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...