โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คอกาแฟ จ่ายแพงขึ้น ! กาแฟสำเร็จรูปแจ้งปรับขึ้นราคา 5%

อีจัน

อัพเดต 31 ม.ค. 2568 เวลา 14.26 น. • เผยแพร่ 31 ม.ค. 2568 เวลา 06.30 น. • อีจัน

เมื่อวันที่ 31 ม.ค.68 นายสมชาย พรรัตนเจริญ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคว่า สินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์กาแฟ ทั้งในส่วนของกาแฟผง และเครื่องดื่มกาแฟ บรรจุกระป๋องและบรรจุขวด ยังมีแนวโน้มราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากราคาเมล็ดกาแฟในตลาดโลกปรับราคาสูงขึ้น จากผลผลิตโลกที่ลดลง ขณะที่ประเทศไทยเองมีการนำเข้ากาแฟดิบ มาใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตกาแฟในปริมาณมากขึ้น

“โดยล่าสุดผู้ผลิตและจำหน่ายกาแฟรายใหญ่ซึ่งเป็นเจ้าตลาดของไทยได้แจ้งขอปรับขึ้นราคากาแฟผงสำเร็จรูปอีก 5% ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.2568 ขณะที่ผู้ผลิตเครื่องดื่มกาแฟ ก็แจ้งขอปรับขึ้นราคาอีก 5% เช่นกัน ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.2568 ส่งผลให้ราคาเครื่องดื่มกาแฟบรรจุกระป๋องจะปรับราคาเพิ่มขึ้น เฉลี่ยกระป๋องละ 2 บาท จากเดิมกระป๋องละ 15 บาท จ่ายเป็นเป็น 17 บาท”

“เมล็ดกาแฟ”ราคาพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

ที่ราคากาแฟสำเร็จรูปหลายรายปรับราคาขึ้นนั้น สาเหตุมาจากราคาเมล็ดกาแฟในตลาดโลกมีราคาพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในช่วง 2-3 วันผ่านมา ท่ามกลางประเทศไทยนำเข้ากาแฟดิบจากต่างประเทศใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตกาแฟในปริมาณมาก

ตลาดซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์นานาชาติกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษหรือไอซีอีเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2025 สัญญาซื้อขายราคาเมล็ดกาแฟล่วงหน้า หรือ Futures สายพันธุ์อราบิก้า ซึ่งผลิตในละตินอเมริกา มีราคาพุ่งขึ้นแตะสูงสุดที่ระดับ 3.6945 ดอลลาร์สหรัฐต่อปอนด์ ส่งผลทำสถิติราคาสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหม่เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน นอกจากนี้ยังมีราคาพุ่งทะยานขึ้นจากต้นปีนี้ถึง 15% แล้ว เหตุจากประเทศบราซิลส่งเมล็ดกาแฟไปทำขายมากถึง 70-80% ของรอบการปลูกเมล็ดกาแฟในปัจจุบัน ในขณะที่ความต้องการการบริโภคมีเพิ่มสูงต่อเนื่อง ท่ามกลางบราซิลเป็นประเทศผลิตเมล็ดกาแฟสายพันธุ์อราบิก้า ถึงครึ่งหนึ่งของปริมาณการผลิตทั่วโลก

ขณะที่ ประเทศเวียดนามซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเมล็ดกาแฟอันดับต้นๆ ของโลก เปิดเผยว่า มีการขายเมล็ดกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้าในปริมาณที่ลดลงจากผลกระทบของสภาวะอากาศที่ทำให้ผลผลิตลดต่ำลง สอดรับกับประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตกาแฟสายพันธุ์เดียวกันที่มีขนาดใหญ่อันดับ 5 ของโลก ปรากฏว่า การส่งออกจากอินเดียจะลดต่ำลงราว 10% ในปี 2025 นี้ เนื่องจากผลผลิตกาแฟพันธุ์โรบัสต้าในอินเดียลดน้อยลง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...