โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พูดคุยกับ 3 ครูยุคใหม่ ผู้พลิกโฉมการเรียนรู้ด้วยเว็บไซต์ “.ไทย” เพื่อการศึกษาที่เข้าถึงง่าย

Dek-D.com

เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2567 เวลา 17.00 น. • DEK-D.com
พูดคุยกับ 3 ครูยุคใหม่ ผู้พลิกโฉมการเรียนรู้ด้วยเว็บไซต์ “.ไทย” เพื่อการศึกษาที่เข้าถึงง่าย

ปัจจุบันไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญกับวงการการศึกษาเป็นอย่างมาก สื่อเทคโนโลยีจึงเป็นเครื่องมือสำคัญอีกรูปแบบหนึ่ง โดยเฉพาะ ‘เว็บไซต์’ ที่จะช่วยให้ครูจัดการเรียนการสอน รวมไปถึงพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนให้ดียิ่งขึ้นมูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย (ทีเอชนิค) จึงสานต่อโครงการ “เว็บครู.ไทย”มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครูมีเครื่องมือเก็บบทเรียนต่าง ๆ พร้อมทั้งมีชื่อเว็บไซต์ภาษาไทยเป็นของตนเอง ซึ่งโดเมน .ไทย เป็นชื่อที่จดจำง่าย มีเอกลักษณ์ ทำให้นักเรียนค้นหาและเข้าถึงเว็บไซต์ของครูได้ง่ายขึ้น

และโอกาสนี้ คอลัมน์ The Success การเรียนรู้สู่ความสำเร็จ ของ Dek-D ได้สัมภาษณ์ตัวแทนครูยุคใหม่ 3 ท่าน ที่ใช้เว็บไซต์เป็นสื่อการสอน จากโครงการเว็บครู.ไทย ได้แก่ “ครูออย - นางสาววรวรรณ พุทธิพัฒน์”, “ครูโด้ - นายชัยวุฒิ กระวีพันธ์” และ “ครูกุ๊งกิ๊ง - นางสาวกฤษณา สุภามงคล” มาทำความรู้จักครูทั้ง 3 ท่านไปพร้อม ๆ กันค่ะ

ครูออย.ไทย เว็บไซต์การสอนที่ตอบโจทย์การเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา

เริ่มกันที่ ครูออย - นางสาววรวรรณ พุทธิพัฒน์ปัจจุบันสอนวิชาการนำเสนอแบบสื่อผสม และวิชาการออกแบบพัฒนาเว็บไซต์ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอยุธยานุสรณ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จุดเริ่มต้นการสร้างเว็บไซต์www.ครูออย.ไทยเนื่องจากรายวิชาที่สอนเน้นการปฏิบัติ ทำให้นักเรียนบางคนขาดเรียน หรือเรียนตามในห้องไม่ทันอาจพลาดเนื้อหาไป ประกอบกับนักเรียนระดับชั้น ม.5 มีจำนวน 10 ห้อง และมีครูที่ทำการสอนหลายคน

ครูออยจึงสร้างสื่อขึ้นเพื่อให้ตอบโจทย์การเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา ไม่เพียงแต่ใช้สอนในคาบเรียนของตนเองเท่านั้น แต่เว็บไซต์ของครูออยยังถือเป็นสื่อกลางที่ครูผู้สอนท่านอื่นสามารถใช้สื่อร่วมกันได้ เพื่อให้เนื้อหาการสอนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ ครูผู้สอนในรายวิชาอื่น ๆ ก็สามารถนำความรู้เรื่อง Internet Safety บนเว็บไซต์ไปสอนให้กับนักเรียนระดับชั้นอื่น เพื่อปูพื้นฐานให้นักเรียนใช้อินเตอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัยอีกด้วย

นักเรียนในการดูแลของครูออยอยู่ในช่วงวัยรุ่น การออกแบบเว็บไซต์จึงใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่เป็นทางการมากนัก เพื่อสร้างบรรยากาศความเป็นกันเองให้กับนักเรียนและเน้นใช้สีโทนพาสเทล พร้อมทั้งมีภาพกราฟิก ภาพการ์ตูนเคลื่อนไหวประกอบ เพื่อให้เว็บไซต์ดูมีชีวิตชีวาเหมาะกับวัยนักเรียนเป็นการกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ และทำให้นักเรียนอยากเข้ามาใช้งานเว็บไซต์ของครู

ครูออยเป็นครูที่สอนด้านคอมพิวเตอร์ซึ่งพอจะมีพื้นฐานด้านการทำเว็บไซต์อยู่แล้ว แต่หลังจากเข้าร่วมโครงการก็ได้รับความรู้เพิ่มเติมคือ การเชื่อมต่อโดเมน ทั้งยังได้รับโดเมนที่สั้นและจำง่าย จากเดิมเว็บไซต์ที่ทำเองนั้นมีชื่อยาว จดจำยาก นักเรียนพิมพ์ผิดเป็นประจำซึ่งชื่อเว็บไซต์ www.ครูออย.ไทยในปัจจุบัน ช่วยลดปัญหาการพิมพ์ผิดได้ นักเรียนสามารถเข้ามาเรียนได้อย่างราบรื่นเป็นการสร้างการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ยิ่งโดเมนที่เป็น .ไทย / .in.th ยิ่งทำให้เว็บไซต์ดูน่าเชื่อถือ มีความเป็นมืออาชีพ และทำให้มั่นใจว่าแหล่งข้อมูลที่นักเรียนจะเข้าไปเรียนมีคุณภาพและปลอดภัย

ผลจากการใช้เว็บไซต์เป็นสื่อการสอนการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเลยคือ นักเรียนมีความยืดหยุ่นในการเรียนรู้ สามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา ทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์การเรียนที่ดีขึ้นจากเดิมที่สอนผ่านใบความรู้ที่เป็นกระดาษ เมื่อเปลี่ยนมาสอนผ่านเว็บไซต์นักเรียนให้ความสนใจ และสนุกกับเรียนมากขึ้น ทั้งเป็นการเสริมสร้างทักษะดิจิทัลให้กับนักเรียนอีกด้วย ส่วนครูเองก็รู้สึกว่าจัดการสอนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประหยัดเวลาในการทำเอกสารต่าง ๆ สามารถจัดสรรเนื้อหาได้อย่างเป็นระเบียบและสนุกไปกับการปรับปรุงสื่ออย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้อย่างยั่งยืน ในอนาคตครูออยจึงเตรียมที่จะพัฒนาเนื้อหาใหม่ ๆ ที่ทันสมัย และช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนในยุคดิจิทัลมากขึ้น

ทั้งนี้ครูออยเชื่อว่าในอนาคตเว็บไซต์ทางการศึกษามีแนวโน้มที่จะเติบโต และพัฒนาตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน ซึ่งการทำเว็บไซต์ไม่ยากอย่างที่คิด ครูทุกท่านสามารถทำเว็บไซต์เป็นสื่อการสอนได้ด้วยตนเอง จึงอยากเชิญชวนให้เข้าร่วมอบรมกับโครงการในปีถัดไป เพราะโครงการนี้เป็นประโยชน์ต่อทั้งนักเรียนและครู ส่งเสริมให้ครูได้พัฒนาเว็บไซต์ที่เหมาะสมกับการจัดชั้นเรียนในยุคดิจิทัล และช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ที่เหมาะกับวัยของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี

ครูชัยวุฒิ.ไทย เว็บไซต์ที่สร้างการศึกษาไร้ขีดจำกัดด้วยภาษามือ

สำหรับครูท่านต่อมา ครูโด้ - นายชัยวุฒิ กระวีพันธ์ปัจจุบันสอนนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน และเด็กออทิสติก ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในรายวิชาวิทยาการคำนวณ และวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครศรีธรรมราช จุดเริ่มต้นการทำเว็บไซต์www.ครูชัยวุฒิ.ไทยเนื่องจากนักเรียนที่อยู่ในการดูแลเข้าถึงเทคโนโลยีได้ค่อนข้างน้อย เพราะเป็นโรงเรียนประจำ และด้วยข้อจำกัดในการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีความพิการครูโด้จึงหาแนวทางปรับเปลี่ยนการเรียนรู้ โดยใช้เว็บไซต์เป็นสื่อการสอน เพื่อให้นักเรียนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้น

แนวคิดในการจัดทำเว็บไซต์ของครูโด้คือ จะทำอย่างไรให้นักเรียน หรือผู้ที่เข้าใช้งานเว็บไซต์ รู้สึกว่าเว็บไซต์ของครูโด้แตกต่างจากเว็บไซต์อื่น รวมถึงอยากให้เป็นการศึกษาที่ไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าคนพิการ หรือคนปกติก็สามารถเข้ามาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมได้ จึงใช้ ‘ภาษามือ’ เข้ามาช่วย เพื่อให้ตอบโจทย์กับการเรียนรู้ของนักเรียนที่บกพร่องทางการได้ยิน และเป็นจุดเด่นที่แตกต่างจากเว็บไซต์อื่น ๆ โดยคลิปภาษามือที่ใช้เป็นสื่อการสอนนั้นได้รับความอนุเคราะห์จากบุคลากรในโรงเรียนที่มีความเชี่ยวชาญ และมีใบอนุญาตล่ามภาษามือมาช่วย เพื่อให้ได้การสื่อสารที่ถูกต้อง

ด้วยข้อจำกัดในการเรียนรู้ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน และนักเรียนออทิสติก การจัดทำเว็บไซต์จึงต้องคำนึงถึงความยากง่ายของเนื้อหาเป็นสำคัญ ครูโด้ได้ทำการปรับเนื้อหาให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ของนักเรียนทั้งสองกลุ่ม โดยใช้โปรแกรมพื้นฐานเช่น โปรแกรม Paint, โปรแกรม Scratch, โปรแกรม Microsoft หรือคำศัพท์พื้นฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยี ในการจัดทำสื่อการสอน ประกอบกับวางโครงสร้างของเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย แบ่งเนื้อหาเป็นสัดส่วนที่ชัดเจน ไม่ซับซ้อนพร้อมทั้งใช้สีสันสบายตา เพิ่มลูกเล่นด้วยภาพกราฟิกเคลื่อนไหว เพื่อให้กระตุ้นความสนใจของนักเรียนให้เกิดการอยากเรียนรู้

ครูโด้เรียนจบทางด้านการผลิตสื่อเทคโนโลยีการศึกษา จึงมีพื้นฐานและความรู้เรื่องการทำสื่อการสอนรูปแบบเว็บไซต์อยู่แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยใช้เว็บเว็บไซต์เป็นสื่อการสอนมาบ้าง แต่ยังเป็นเว็บไซต์ที่ยังไม่สมบูรณ์มากนัก เมื่อทราบข่าวว่ามีการจัดอบรมอีกครั้งในปี 2567 จึงตัดสินใจเข้าร่วม เพราะอยากได้ความรู้เพิ่มเติมเพื่อนำมาต่อยอดพัฒนาเว็บไซต์ให้สมบูรณ์ และเป็นการรื้อฟื้นความรู้ที่มีให้เกิดการเรียนรู้ที่มากยิ่งขึ้นทั้งยังได้รับชื่อเว็บไซต์ที่สั้นและจำง่าย ทำให้เมื่อนักเรียนต้องการเรียนรู้ได้ตัวเองก็สามารถค้นหาได้อย่างง่ายดาย

โดยการเรียนการสอนในแต่ละคาบครูโด้ไม่ได้ใช้เว็บไซต์สอนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เนื่องจากนักเรียนกลุ่มออทิสติกเป็นเด็กที่เก่งเฉพาะด้าน และจดจ่อกับบางสิ่งบางอย่างได้ไม่นานครูจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนการสอนให้น่าสนใจในทุกคาบ โดยการสอนนักเรียนทั้งสองกลุ่มจะบูรณาการเรื่องการใช้เว็บไซต์ และการทำกิจกรรมควบคู่กันไปด้วย แต่ละคาบจะให้นักเรียนออกมาเล่นบอร์ดเกม หรือตอบคำถามหน้าห้อง เป็นกิจกรรมที่กระตุ้นให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ ครูโด้เสริมว่านักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินสามารถสอนเหมือนเด็กปกติทั่วไปได้ เพียงแต่ต้องใช้ภาษามือในการสื่อสาร ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับครูโด้พอสมควร

ปัจจุบันเว็บไซต์ www.ครูชัยวุฒิ.ไทยยังมีหน่วยการเรียนรู้ที่น้อยอยู่ เนื่องจากเพิ่งเริ่มสร้างเว็บไซต์อย่างจริงจังในอนาคตจึงวางแผนที่จะผลิตหน่วยการเรียนรู้เพิ่มเติมเช่น การตัดต่อวิดีโอ การสร้างภาพกราฟิก เพื่อแบ่งปันความรู้ในการสร้างสื่อให้กับครูท่านอื่น ๆ รวมถึงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่นักเรียนสามารถเข้ามาเรียนรู้ และทบทวนบทเรียนได้จากทุกที่ทุกเวลาโดยผลตอบรับต่อเว็บไซต์ครูโด้เล่าว่า มีผลตอบรับที่ดีนักเรียนสนใจที่อยากจะเรียนรู้ในคาบเรียน และเริ่มคุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ทั้งนี้ในอนาคตครูโด้วางแผนไว้ว่าอาจจะหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ หรือเนื้อหาความรู้ที่จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล เพื่อให้นักเรียนเท่าทันโลกของเทคโนโลยีมากขึ้นอีกด้วย

สุดท้ายนี้ ครูโด้กล่าวว่าปัจจุบันครูหลายท่านตื่นตัวเรื่องการใช้เทคโนโลยี หรือการสร้างสื่อการเรียนการสอนรูปแบบใหม่มากขึ้น ซึ่งเว็บไซต์ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในเรื่องของการผลิตสื่อทางการศึกษา ครูจึงต้องปรับตัวให้ทันเพื่อที่จะได้มีเครื่องมือการสอนที่ทันสมัย ตอบโจทย์การเรียนรู้ในยุคดิจิทัลจึงอยากชวนเชิญให้ครูที่มีความสนใจอยากมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองเข้าร่วมโครงการในปีถัดไป เพื่อที่จะได้ร่วมกันสร้างแหล่งขุมทรัพย์ความรู้ที่ไร้ขีดจำกัดให้เข้าถึงนักเรียนไทยทุกคน

กุ๊งกิ๊ง.ไทย เว็บไซต์ที่พลิกโฉมห้องเรียนภาษาไทยให้สนุกและไม่น่าเบื่อ

ปิดท้ายด้วย ครูกุ๊งกิ๊ง - นางสาวกฤษณา สุภามงคลครูผู้สอนรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3โรงเรียนบ้านม่วงโตนจังหวัดลำพูน จุดเริ่มต้นการสร้างเว็บไซต์www.กุ๊งกิ๊ง.ไทยเนื่องจากวิชาภาษาไทยเป็นหัวใจหลักของการเรียนรู้ในทุกวิชา เพราะเป็นภาษาหลักที่ใช้ฟัง พูด อ่าน เขียน แต่ด้วยเนื้อหาที่มีรายละเอียดเยอะ เช่น มาตราตัวสะกด การผันวรรณยุกต์ หลักภาษา ฯลฯ ทำให้นักเรียนหลายคนอาจรู้สึกเบื่อ และไม่อยากเรียนภาษาไทย

ครูกุ๊งกิ๊งจึงพยายามหาวิธีการสอนที่จะทำให้วิชาภาษาไทยกลายเป็นวิชาที่สนุก และไม่น่าเบื่อ สำหรับเด็ก ๆ รุ่นใหม่ จึงเล็งเห็นว่าเว็บไซต์น่าจะตอบโจทย์กับการเรียนรู้และความสนใจของเด็ก ๆ ในยุคดิจิทัลประกอบกับได้รับแรงบันดาลใจจากพี่สาว(ครูกิ๊ฟ - นางสาวกุลธิดา สุภามงคล) ที่ได้เข้าร่วมอบรมและประกวดเว็บไซต์ในโครงการอบรมฯ เมื่อปี 2566และได้รับรางวัลชนะเลิศ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ครูกุ๊งกิ๊งสมัครเข้าร่วมโครงการในปี 2567

เนื่องจากครูกุ๊งกิ๊งสอนนักเรียนมากถึง 5 ระดับชั้น ซึ่งนับว่าเป็นการสอนหลายวิชาการเตรียมสื่อการสอนจึงต้องใช้เวลา หากมีเว็บไซต์ที่รวมสื่อการสอนทุกระดับชั้นก็จะช่วยประหยัดเวลาไปได้ นั่นจึงเป็นแนวคิดในการจัดทำเว็บไซต์นี้ขึ้น เพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอนให้กับนักเรียน รวมถึงครูท่านอื่นที่สอนวิชาภาษาไทย และต้องการสื่อการเรียนรู้ก็สามารถเข้าเว็บไซต์สอนได้เลย เพราะในเว็บไซต์ได้รวบรวมสื่อการสอนทั้งวิดีโอ สื่อการเรียนรู้เกม แหล่งเรียนรู้เพิ่มเติม หรือใบงาน โดยเนื้อหาส่วนใหญ่จะเน้นใจความสำคัญที่สามารถสอนได้ทุกระดับชั้น เพราะเนื้อหาพื้นฐานมีความใกล้เคียงกัน ต่างกันที่ความยากของแบบฝึกหัด จึงสามารถใช้สื่อร่วมกันได้

การเรียนในห้องเรียนสำหรับระดับประถม ครูกุ๊งกิ๊งจะเปิดเว็บไซต์จากคอมพิวเตอร์ส่งขึ้นหน้าจอโทรทัศน์ ส่วนระดับมัธยมนักเรียนสามารถนำโทรศัพท์มือถือมาใช้ได้ โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าว่าจะเรียนผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยทั้งสองระดับชั้นครูกุ๊งกิ๊งจะบูรณาการร่วมกับการทำกิจกรรม และเล่นเกมไปด้วย เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ให้กับนักเรียน ดังนั้น การออกแบบเว็บไซต์จึงคำนึงถึงการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือด้วย และเน้นจัดวางโครงสร้างเว็บไซต์ไม่ซับซ้อน มีเมนูระบุรายวิชาที่เรียนที่ชัดเจน เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน ทั้งยังใช้สีโทนพาสเทล ตัวอักษรไม่เป็นทางการ และนำการ์ตูนเข้ามาใช้ในการนำเสนอเมนูต่าง ๆ เพื่อดึงดูดความสนใจนักเรียน

ด้วยความที่เป็นครูภาษาไทยจึงไม่เข้าใจเรื่องนามสกุลของเว็บไซต์ แต่เมื่อเข้าอบรมในโครงการก็พบว่า เว็บไซต์มีนามสกุลดอทไทย (.ไทย) อยู่ด้วย นับว่าเป็นความรู้ใหม่สำหรับครูกุ๊งกิ๊ง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยใช้แพลตฟอร์ม google site สอนนักเรียน แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ เมื่อเข้าอบรมในโครงการจึงเป็นแรงผลักดันให้พัฒนาเว็บไซต์จนประสบความสำเร็จและมีเว็บไซต์เป็นชื่อของตัวเอง www.กุ๊งกิ๊ง.ไทยเป็นชื่อที่เชื่อมโยงกับวิชาที่สอนคือภาษาไทย และกุ๊งกิ๊งซึ่งเป็นชื่อครูผู้สอน ทำให้นักเรียนจดจำได้ง่ายสามารถเข้าเว็บไซต์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

หลังจากนำเว็บไซต์เข้าไปใช้เป็นสื่อการสอนครูกุ๊งกิ๊งเล่าว่า ได้รับผลตอบรับที่ดีจากนักเรียน เพราะเว็บไซต์ใช้งานได้ง่าย ไม่ซับซ้อน ทั้งยังมีสื่อการเรียนรู้ และกิจกรรมสอดแทรกบนเว็บไซต์ ทำให้เด็ก ๆ ชื่นชอบ และกระตือร้นกับการเรียนภาษาไทยมากขึ้น ส่งผลให้ความตั้งใจของครูกุ๊งกิ๊งที่จะทำให้วิชาภาษาไทยเป็นวิชาที่สนุก และไม่น่าเบื่อนั้นประสบความสำเร็จ ปัจจุบันบางรายวิชาอาจจะมีเนื้อหาไม่ครบถ้วน ในอนาคตครูกุ๊งกิ๊งจึงจะเพิ่มเนื้อหาให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่สอน และออกแบบเนื้อหาให้น่าสนใจมากขึ้น

ครูกุ๊งกิ๊งเชื่อว่าในอนาคตเว็บไซต์จะเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลที่หลากหลายที่นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา และเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำงานร่วมกันระหว่างครูกับนักเรียนได้จึงอยากเชิญชวนเพื่อนครูที่สนใจมาเข้าร่วมของการในปีถัดไป เพระโครงการนี้เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ช่วยให้ครูมีช่องทางรวบรวมสื่อการสอน และเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมศักยภาพครูไทยให้มีการพัฒนาตนเองในเรื่องการใช้เทคโนโลยี ซึ่งตอบโจทย์กับโลกสมัยปัจจุบันที่ครูจะต้องเป็นผู้นำด้านการเรียนรู้ให้กับนักเรียน

โครงการอบรม "การสร้างเว็บไซต์ด้วย .th และ .ไทย ปี พ.ศ.2567" ได้เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สามารถติดตามชมภาพบรรยากาศการอบรม หรือรับชมตัวอย่างผลงานเว็บไซต์ของคุณครูท่านอื่น ๆ ที่ได้เข้าร่วมโครงการจากศูนย์การอบรมทั่วประเทศได้ และสำหรับครูที่สนใจเข้าอบรมในปีต่อไป สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.เว็บครู.ไทย

แม้ว่าปัจจุบันคุณครูจะมีแพลตฟอร์มโซเชียลต่าง ๆ ที่สามารถส่งต่อความรู้ให้นักเรียนได้ แต่หากแพลตฟอร์มปรับเปลี่ยนนโยบาย หรือถูกบล็อกบัญชี นักเรียนจะเข้าถึงบทเรียนไม่ได้ ดังนั้น“เว็บไซต์ .ไทย” จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คุณครูได้สิทธิ์ความเป็นเจ้าของเนื้อหาด้วยตนเองทั้งหมด ทั้งยังได้ชื่อเว็บไซต์ภาษาไทยที่มีความน่าเชื่อถือสามารถเข้าถึงนักเรียน และผู้ปกครองได้ง่ายอีกด้วย ต้องขอขอบคุณมูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย (ทีเอชนิค) ที่ได้จัดโครงการดี ๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีให้กับครู และขอขอบคุณครูทุกท่านที่ไม่หยุดพัฒนา และสร้างสรรค์สื่อการสอน เพื่อการเรียนรู้ที่ดีที่สุดสำหรับเด็กไทยในยุคดิจิทัล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...