โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แสตมป์ และบุรุษไปรษณีย์ ของใหม่สมัยรัชกาลที่ 5

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 21 ม.ค. 2568 เวลา 11.05 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. 2568 เวลา 11.05 น.
บุรุษไปรษณีย์ ภาพถ่ายเมื่อ ค.ศ. 1896 (ภาพจาก : dutchculture.nl)

เปิดประวัติแสตมป์ และบุรุษไปรษณีย์ ของใหม่ในสยาม ที่กำเนิดขึ้นสมัยรัชกาลที่ 5

แสตมป์ และบุรุษไปรษณีย์ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยเป็นผลสืบเนื่องมาจากความรุ่งเรืองของสื่อสิ่งพิมพ์ในสยาม กล่าวคือ เริ่มตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อหมอบรัดเลย์ (Daniel Beach Bradley) ได้ออกหนังสือ “จดหมายเหตุบางกอกรีคอร์เดอร์” อันเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาไทยฉบับแรกของสยาม

จวบจนสมัยรัชกาลที่ 4 หมอสมิธ (Rev. Samuel John Smith) และหมอแอนดรูว์ (Rev. Andrew) ออกหนังสือพิมพ์ “บางกอกเดลิแอดเวอร์ไทเซอร์” (Bangkok Daily Advertiser) อันเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษรายวันฉบับแรกของสยาม ขณะที่รัชกาลที่ 4 ก็โปรดเกล้าฯ ให้จัดพิมพ์หนังสือ “ราชกิจจานุเบกษา” แต่ออกเป็นครั้งคราวไม่มีกำหนดแน่นอน และไม่นานก็ล้มเลิกไป

หนังสือพิมพ์ “คอต”

ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการรื้อฟื้นหนังสือราชกิจจานุเบกษาขึ้นใหม่ โดยเป็นหนังสือทำนองบอกข่าวราชการ ข่าวในพระราชสำนัก ประกาศพระราชบัญญัติต่าง ๆ กำหนดออกเป็นรายสัปดาห์ แต่นั่นทำให้การรับรู้ข่าวสารล่าช้า หรือข่าวบางเรื่องตกหล่น จึงนำมาสู่การจัดทำหนังสือพิมพ์ “คอต” (Court)

สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ (พระอิสริยยศในขณะนั้น) พระราชอนุชาในรัชกาลที่ 5 ทรงเห็นว่า หนังสือราชกิจจานุเบกษาไม่สามารถแจ้งข่าวสารได้ทันเหตุการณ์ จึงมีพระดำริจัดทำหนังสือพิมพ์สำหรับบอกข่าวราชการรายวัน สำหรับแจกจ่ายในหมู่เจ้านายและข้าราชสำนักผู้สนใจ โดยทรงชักชวนเจ้าพี่เจ้าน้องมาร่วมก่อตั้งเป็นคณะผู้จัดทำ (กองบรรณาธิการ) หนังสือพิมพ์คอต ซึ่งคำว่า “คอต” มีที่มาจากคำว่า Court แปลว่า พระราชสำนัก ตั้งสำนักงานที่ชั้นล่างของพระตำหนักหอนิเพทพิทยาคม ภายในพระบรมมหาราชวัง

สมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ ทรงเป็นทั้งเจ้าของ ผู้แต่งข่าว และผู้จัดการพิมพ์ (บรรณาธิการ) ทำหน้าที่รวบรวมต้นฉบับ และตรวจการพิมพ์ โดยมีเจ้านายอีกหลายพระองค์ผลัดเวรกันทรงแต่งข่าวในแต่ละวัน มีข่าวเช่น ข่าวพระราชสำนัก งานพระราชพิธี และพระราชกรณียกิจสำคัญของรัชกาลที่ 5 รวมถึงเหตุการณ์สำคัญของบ้านเมืองทั้งในพระนคร และหัวเมือง เป็นต้น

หนังสือพิมพ์คอต ฉบับปฐมฤกษ์ เล่ม 1 แผ่นที่ 1 ออกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2418

หลังจากพิมพ์หนังสือพิมพ์คอตได้ประมาณ 6 เดือน สมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์มีพระดำริปรับเปลี่ยนชื่อหัวหนังสือพิมพ์ให้สอดคล้องกับเนื้อหาข่าว ทรงเปลี่ยนเป็นชื่อภาษาไทยว่า “ข่าวราชการ” เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2419

ทว่า หลังออกหนังสือพิมพ์ข่าวราชการได้ประมาณ 3 สัปดาห์ คณะผู้จัดทำทรงปรึกษากันเห็นว่า เจ้านายผู้แต่งข่าวแต่ละพระองค์ทรงมีพระภารกิจราชการอยู่เนือง ๆ จึงปรับเปลี่ยนกำหนดการออกหนังสือพิมพ์จากรายวันมาเป็นเดือนละ 2 ครั้งแทน (รายปักษ์)

โปสต์แมน บุรุษไปรษณีย์

ในช่วงระยะแรกของการออกหนังสือพิมพ์นั้น สมาชิกเข้ามารับหนังสือพิมพ์ที่สำนักงานพระตำหนักหอนิเพทพิทยาคมอย่างสม่ำเสมอ แต่นานวันเข้ามักไม่ใคร่ไปรับหนังสือพิมพ์กันเท่าใดนัก ทำให้หนังสือพิมพ์ตกค้างอยู่ที่สำนักงานจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ของสำนักงานจึงต้องเป็นผู้นำหนังสือพิมพ์ไปส่งให้แก่สมาชิก โดยจะคิดค่าปรับใบละ 1 เฟื้อง

เหตุนี้ทำให้สมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ มีพระดำริแก้ไขปัญหา ด้วยการให้มีคนเดินส่งหนังสือพิมพ์ให้แก่สมาชิกทุกวัน แทนการให้สมาชิกเข้ามารับหนังสือพิมพ์ที่สำนักงาน เรียกคนเดินส่งหนังสือพิมพ์นี้ว่า “โปสต์แมน” ซึ่งมาจากคำว่า Postman แปลว่า บุรุษไปรษณีย์ คิดค่าบริการปีละ 2 บาท พร้อมกันนั้นก็ได้ยกเลิกการคิดเงินค่าปรับไปด้วย

“…เด็กผู้ที่ส่งหนังสือนั้นจะได้แต่งตัวใส่เสื้อกางเกงสีน้ำเงิน สพายกระเป๋าหนังสือ ท่านทั้งหลายจะได้เปนสังเกตให้ชัด แลจะคิดจ้างไปส่งทุก ๆ วัน…”

แสตมป์

โปสต์แมนไม่เพียงทำหน้าที่ส่งหนังสือพิมพ์ในตอนเช้าเท่านั้น หากสมาชิกที่รับหนังสือพิมพ์ต้องการฝากส่งหนังสือหรือจดหมาย ก็สามารถให้โปสต์แมนนำไปส่งยังปลายทางได้ แต่จะต้องมี “แสตมป์” จึงจะสามารถทำได้

“…อนึ่ง คนเหล่านี้จะต้องเปนคนส่งหนังสือฝากด้วย เพิ่มออกจากหนังสือข่าวราชการ ถ้าเวลาเช้าหนังสือไปถึงบ้าน ถ้าท่านทั้งหลายผู้รับหนังสือจะส่งหนังสือฝากมาถึงท่านผู้หนึ่งผู้ใด ก็ตามแต่จะส่งได้ เหมือนหนึ่งคำภาษาอังกฤษที่เรียกว่า โปศตแมน แต่จะต้องมีสแตมป์คือตราอย่างหนึ่งที่เปนกระดาษสี่เหลี่ยมเล็กๆ ปิดลงที่หลังเมื่อเวลาจะส่งให้กับเด็ก…”

สมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ทรงอธิบายว่า การมีโปสต์แมนรับฝากส่งหนังสือหรือจดหมายให้เช่นนี้เป็นเรื่องดี และสะดวกกว่า เพราะ “…เมื่อท่านทั้งหลายจะส่งหนังสือก็จะได้ส่งโดยเร็ว แลไม่เปนที่ลำบากแก่บ่าวไพร่ ด้วยใช้บ่าวนั้นมักจะไปช้าบิดพริ้วเสียโดยมาก นี้เปรียบเหมือนหนึ่งใช้ลูกจ้างเหมือนกัน การคงจะดีกว่าเปนแน่…”

นี่จึงเป็นจุดกำเนิดของแสตมป์ และบุรุษไปรษณีย์ อันมีที่มาจากการจัดส่งหนังสือพิมพ์นั่นเอง

สำหรับแสตมป์ที่ใช้ในการนี้ เรียกว่า“แสตมป์เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์” ถือเป็นแสตมป์ที่ใช้เฉพาะท้องถิ่น หรือ Local Stamp ซึ่งพิมพ์ขึ้นโดยใช้ในวงจำกัดสำหรับท้องถิ่นที่หนึ่งเท่านั้น ไม่ได้นำออกไปใช้อย่างเป็นทางการ โดยแสตมป์เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์แบ่งออกเป็น 3 ประเภท

1. แสตมป์เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ชนิดไม่ระบุราคาที่หน้าดวง ลักษณะเป็นแบบเดียวกับภาพวาดลายเส้นที่พิมพ์ในหน้าแรกของหนังสือพิมพ์ คือเป็นพระรูปเขียนของสมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ ทรงผินพระพักตร์ไปทางซ้าย ด้านล่างมีข้อความภาษาอังกฤษ “RISING P” มาจากคำว่า Rising Prince คือพระนามของสมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์นั่นเอง

แสตมป์แบบแรกนี้ใช้สำหรับปิดผนึกลงบนหนังสือพิมพ์ในการจัดส่งให้แก่สมาชิก ใบละ 1 ดวง เพื่อป้องกันการปลอมแปลง

2. แสตมป์เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ชนิดราคาสองสลึง ลักษณะเช่นเดียวกับแบบแรกทุกประการ บริเวณด้านบนเหนือพระรูปมีข้อความภาษาไทยระบุราคาว่า “สองสลึง” ด้านล่างมีข้อความภาษาอังกฤษว่า “RISING P”

สันนิษฐานว่า แสตมป์แบบที่สองนี้ใช้สำหรับการชำระค่าบริการส่งหนังสือพิมพ์

3. แสตมป์เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ชนิดราคาอัฐหนึ่ง ลักษณะเป็นพระรูปเขียนของสมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์อยู่ภายในกรอบวงรี ทรงสวมเครื่องแบบทหาร ทรงผินพระพักตร์ไปทางซ้าย บริเวณด้านบนเหนือพระรูปมีข้อความภาษาไทยระบุราคาว่า “อัฐหนึ่ง” ด้านซ้ายมีอักษรภาษาอังกฤษ “B” ด้านขวามีอักษรภาษาอังกฤษ “P” ย่อมาจาก Bhanurangsi Post แปลว่า ไปรษณีย์ภาณุรังษี หรือ Bhanurangsi Postmaster แปลว่า นายไปรษณีย์ภาณุรังษี และบริเวณด้านล่างมีข้อความภาษาไทยว่า “ค่าหนังสือฝาก”

มุมทั้ง 4 ของแสตมป์แบบที่สามมีตัวอักษรย่อภาษาไทยกำกับ มุมด้านบนมีอักษรย่อภาษาไทย “ป. ม.” ย่อมาจากคำว่า โปสต์มาสเตอร์ (Postmaster) มุมด้านล่างมีอักษรย่อภาษาไทย “ภ. ส.” ย่อมาจากคำว่า ภาณุรังษีสว่างวงศ์

แสตมป์แบบที่สามนี้ใช้สำหรับสมาชิกผู้รับหนังสือพิมพ์ในการปิดลงบนหนังสือหรือจดหมาย (ที่ต้องการฝากส่ง) อันเป็นการชำระค่าธรรมเนียมในอัตราค่าบริการเดียวกับการส่งหนังสือพิมพ์ ซึ่งรายได้ส่วนนี้จะนำไปเป็นบำเหน็จรางวัลให้แก่โปสต์แมน

สำหรับค่าธรรมเนียมนั้น หากนำส่งภายในคูพระนครชั้นใน ต้องปิดแสตมป์ 1 ดวง ราคา 1 อัฐ ถ้าส่งนอกคูพระนครชั้นใน ต้องปิดแสตมป์ 2 ดวง เป็นราคา 2 อัฐ โดยสามารถซื้อแสตมป์ได้ที่สำนักงานพระตำหนักหอนิเพทพิทยาคม

การที่สมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ ทรงออกหนังสือพิมพ์คอต-หนังสือพิมพ์ข่าวราชการ และการที่ทรงพระอนุญาตให้สมาชิกหนังสือพิมพ์ใช้บริการโปสต์แมนฝากส่งหนังสือหรือจดหมายได้นั้น นับเป็นจุดกำเนิดแสตมป์ และบุรุษไปรษณีย์ เป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญของการดำเนินกิจการไปรษณีย์ท้องถิ่นยุคแรกของสยาม

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

สุทธิศักดิ์ นิยม สุขสุวานนท์. แสตมป์เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กับกิจการไปรษณีย์ท้องถิ่นยุคแรกของกรุงสยาม ใน, “ศิลปวัฒนธรรม”. ปีที่ 34 ฉบับที่ 11.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 21 มกราคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แสตมป์ และบุรุษไปรษณีย์ ของใหม่สมัยรัชกาลที่ 5

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...