โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บี้โรงงานติดเครื่องวัดฝุ่น CEMS เหล็กโดนหนักสุด ขอรัฐช่วยค่าเครื่อง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ธ.ค. 2567 เวลา 12.44 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2567 เวลา 12.44 น.

กรมโรงงานอุตสาหกรรม ไล่บี้โรงงานอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยควัน ฝุ่นหนัก ติดเครื่อง CEMS ให้ครบก่อนกลาง 2568 ยอมเลื่อนออกไป 1 ปี “สหวิริยา-มิลล์คอน” โอดเจอค่าเครื่อง 3 ล้านบาท ให้หาแบงก์รัฐช่วย

นายนาวา จันทนสุรคน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังจากที่ กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ออกประกาศ เรื่อง กำหนดให้โรงงานต้องติดตั้งเครื่องมือหรือเครื่องอุปกรณ์พิเศษ เพื่อรายงานมลพิษอากาศจากปล่องโรงงาน พ.ศ. 2565 โดยบังคับให้โรงงานขนาดใหญ่ 13 ประเภทที่ระบายมลพิษจากปล่องกว่า 600 โรงงานทั่วประเทศ ต้องติดตั้งระบบตรวจสอบการระบายมลพิษอากาศจากปล่องแบบอัตโนมัติต่อเนื่อง (Continuous Emission Monitoring Systems : CEMS) และเชื่อมโยงข้อมูลไปยัง กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เพื่อควบคุมเฝ้าระวังการระบายมลพิษอากาศที่เกินค่ามาตรฐานจากปล่องแบบ Real Time ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งโรงงานเหล็กถือเป็นหนึ่งในประเภทที่ถูกบังคับอันดับแรก เนื่องจากกระบวนการหลอม รีด ขึ้นรูป ทั้งหมดนั้นมีการปล่อยทั้งฝุ่นควันจำนวนมาก

ประกาศดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2566 ซึ่งโรงงานเก่าต้องติดตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 9 มิถุนายน 2567 ส่วนโรงงานที่ขออนุญาตใหม่ต้องติดตั้ง CEMS ให้แล้วเสร็จก่อนเริ่มประกอบกิจการโรงงาน ในส่วนของสหวิริยาฯเองได้ทยอยติดตั้งแล้ว รวมถึงโรงงานที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมทุกแห่งบังคับให้ติดตั้งหมด แต่ถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากสำหรับบางรายเพราะราคาเครื่องที่ค่อนข้างสูง ทำให้โรงงานที่อยู่นอกนิคมอุตสาหกรรมได้ขอขยายเวลาออกไปก่อน

นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ด้วยมูลค่าเครื่อง CEMS มีราคาประมาณ 3 ล้านบาท นับว่าค่อนข้างสูง จึงขอให้ กรอ.หาสถาบันการเงินที่เป็นของรัฐเข้ามาช่วยในเรื่องของเงินทุนส่วนนี้ ซึ่งทาง กรอ.ยังไม่ได้ให้คำตอบถึงแนวทางช่วยเหลือส่วนนี้ เมื่อเป็นต้นทุนที่สูง ดังนั้น ทาง กรอ.จึงขยายเวลาให้ไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2568

สำหรับประกาศดังกล่าวเดิมบังคับใช้ในจังหวัดระยองเท่านั้น และได้ขยายไปทั่วประเทศด้วยปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่รุนแรงขึ้นทุกวัน และยังขยายไปใช้กับโรงงานที่มีกระบวนการผลิตสุ่มเสี่ยงจะมีการระบายสารมลพิษ เช่น โรงไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิตต่อหน่วย 10 เมกะวัตต์ (MW) ขึ้นไป หม้อน้ำที่มีขนาด 30 ตันไอน้ำต่อชั่วโมงขึ้นไป หน่วยผลิตที่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิง 100 ล้านบีทียู (MMBTU) ต่อชั่วโมงขึ้นไป โรงเหล็ก โรงกลั่นน้ำมัน โรงปูนซีเมนต์ โรงกระดาษ โรงผลิตกรด เตาเผาขยะ โรงผลิตแก้ว

จากนั้นจะประกาศประเภทโรงงานอื่นตามมาจนครบทุกอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม แม้ว่า CEMS จะถูกนำไปใช้งานอย่างแพร่หลายในประเทศที่พัฒนาแล้วเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการปล่อยมลพิษและปรับปรุงประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อม แต่ภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ เผชิญอุปสรรคสำหรับการนำ CEMS มาใช้ เนื่องจากมีต้นทุนการดำเนินการที่สูง ข้อจำกัดทางเทคนิค ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในการสอบเทียบ ไม่มีระบบการรับรองในประเทศ และยังไม่มีการจัดการและการบำรุงรักษาข้อมูล

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บี้โรงงานติดเครื่องวัดฝุ่น CEMS เหล็กโดนหนักสุด ขอรัฐช่วยค่าเครื่อง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...