รู้จัก “กองกำลังว้าแดน” หลังล้ำแดนไทย
รู้จัก “กองกำลังว้าแดน” หลังล้ำแดนไทย
วันที่ 30 พ.ย. 67 หลังมีรายงานข่าวว่า กองทัพบกได้ให้กองทัพสหรัฐว้าใต้ (UWSA) ที่ตั้งฐานทหาร 8 แห่ง ในพื้นที่ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 8 ฐานปฏิบัติการออกจากพื้นที่ ซึ่งทางตัวแทนกองทัพสหรัฐว้าใต้ในพื้นที่แจ้งว่า ได้รับข้อเสนอพร้อมนำส่ง ให้กองบัญชาการใหญ่เมืองปางซาง และจะให้คำตอบต่อฝ่ายไทยภายใน 30 วัน
หลายคนคงสังสัยว่า “กองทัพว้าแดง” คือใคร?
ในบรรดากองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ หรือ EAO (Ethnic Armed Organization) ทั้งหมดในพม่า ไม่มีกองกำลังใดที่จะมีความพิเศษแหวกแนวเท่ากับกองกำลังของว้าแดง UWSA (United Wa State Army) มีความพิเศษในด้านของขนาดและกำลังพลมากกว่า 30,000 นาย เป็นกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในพม่า มีอาวุธยุทโธปกรณ์มากมาย ครบเครื่องมากกว่ากองกำลังอื่นๆ และยังพิเศษในด้านความสัมพันธ์ที่กองกำลังว้าแดงมีกับรัฐบาลจีน
หากพูดถึงรัฐว้าแดง คงเป็นเหมือนรัฐอิสระ หรือรัฐศักดิ์สิทธิ์ประหนึ่งวาติกันที่อยู่ภายในรัฐฉานตอนเหนือและตอนใต้อีกทีหนึ่ง ที่เรียกว่ารัฐว้า “ศักดิ์สิทธิ์” เป็นเพราะรัฐบาลและกองทัพพม่าในยุคหลังๆ ไม่เคยบุกเข้าไปในรัฐว้า และเหมือนจะมีความยำเกรงผู้นำว้าในระดับที่ไม่ปกตินัก เข้าใจกันดีว่าเมื่อกล่าวถึงกองกำลังติดอาวุธหลายสิบกลุ่มทั่วประเทศ กองทัพพม่ามักจะใช้วิธีปูพรมโจมตีและพยายามเข้าไปยึดพื้นที่ของกลุ่มชาติพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้กำลังดื้อๆ หรือการจับผู้นำชาติพันธุ์มาเซ็นข้อตกลงสันติภาพเป็นครั้งคราว แต่ในท้ายที่สุด หลักการของกองทัพพม่าคือต้องเน้นย้ำกับกลุ่มชาติพันธุ์และประชาคมโลกรับรู้ว่าใครเป็นผู้ปกครองพม่าตัวจริง
เมื่อเกิดรัฐประหารขึ้นในปี 2021 ประชาชนทุกภาคส่วนในพม่าลุกขึ้นมาต่อต้านรัฐประหาร และเรียกร้องให้รัฐบาล NLD กลับเข้ามาอีกครั้ง เกิดขบวนการภาคประชาชน และการก่อตั้งกองกำลังประชาชนที่เข้าร่วมกับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ที่ต่อสู้กับกองทัพพม่ามายาวนาน โดยเฉพาะกองกำลังในรัฐกะเหรี่ยง กะฉิ่น คะยาห์ และอาระกัน อย่างไรก็ดี ในรัฐฉาน ซึ่งมีกองกำลังติดอาวุธมากมาย ทั้งกลุ่มของกองทัพฉาน (Shan State Army) หลายกลุ่ม และกองกำลังของว้ากลับมีท่าทีเงียบผิดสังเกต
กองทัพพม่าพยายามเว้นช่องว่างไว้ให้กองทัพว้า เพราะผู้นำระดับสูงของพม่าก็ได้รับผลประโยชน์จากกองทัพว้าที่ดูแลความสงบตามแนวชายแดนระหว่างพม่ากับจีน หรือจะเรียกว่ากองทัพว้าเป็นเสมือน “มิตรสหาย” คนหนึ่งของกองทัพพม่าในยามที่เพื่อนแท้หาได้ยาก แน่นอนว่าผู้นำว้าคงไม่อยากเจรจาใดๆ กับกองทัพพม่ามากนัก หากไม่มีข้อเสนอที่ดีจริงๆ รัฐว้าจะเป็นรัฐของกลุ่มชาติพันธุ์รัฐแรก (และอาจเป็นรัฐเดียว) ที่คณะรัฐประหารมอบสถานะพิเศษให้ UWSA/UWSP ยังเป็นกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์แรกที่เข้าร่วมการเจรจาสันติภาพกับกองทัพพม่า มีรูปที่ตัวแทนว้าจับมือกับพลเอกอาวุโส มิน อ่อง ลาย อย่างชื่นมื่นหลุดออกมา สำนักข่าวบีบีซีภาคภาษาพม่ารายงานว่า คณะรัฐประหารพม่าลงนามในข้อตกลงเพื่อมอบสถานะให้รัฐว้าเป็นรัฐอิสระเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ไม่มีเอกสารที่เป็นทางการออกมา ก็พูดไม่ได้ว่าคณะรัฐประหารยินยอมให้รัฐว้าแยกตัวเป็นอิสระจริง เพราะที่ผ่านมาเกิดกรณีที่กองทัพ/รัฐบาลพม่าให้สัญญาทางใจว่าจะมอบสิทธิการปกครองตนเองให้กับกลุ่มชาติพันธุ์บางกลุ่ม แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เคยมีรัฐใดที่แยกตัวออกมาปกครองตนเองได้สำเร็จจริงๆ แม้แต่รัฐเดียว ตราบใดก็ตามที่ “รัฐว้า” ในฐานะรัฐอิสระไม่ปรากฏอยู่บนรัฐธรรมนูญพม่า ก็ไม่ถือว่าคณะรัฐประหารมอบสถานะพิเศษนี้ให้รัฐว้าจริง
แม้รัฐว้ายังไม่ได้มีสถานะเป็นรัฐอิสระในทางกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติ รัฐว้า ที่ปัจจุบันมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “เขตปกครองตนเองว้า” (Wa Self-Administered Division) อันประกอบด้วยเมือง 6 เมือง ก็เป็นเสมือนเขตคุ้มครองของ UWSA อยู่แล้ว และมีอิสระในการปกครองตนเอง (autonomy) ต่างจากเขตของกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ที่ยังมีการสู้รบระหว่างกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์กับกองทัพพม่าอยู่ตลอด เมื่อมีการเลือกตั้งทั่วไปในพม่าในปี 2010, 2015 เรื่อยมาถึง 2020 ไม่มีการจัดการเลือกตั้งภายในรัฐว้า ในทางนิตินัยจึงไม่มีผู้แทนจากรัฐว้าที่เข้าไปนั่งอยู่ในสภาพม่า แต่ในทางปฏิบัติกองกำลังว้าเป็นผู้ควบคุมทุกอย่างภายในเขตปกครองของตนเอง