โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน

นิยาย Dek-D

เผยแพร่ 04 ก.ย 2567 เวลา 04.02 น. • นมข้นหวานหอม
สามีเป็นหมัน มีชู้ เธอทนทุกข์ทรมานมานาน ได้ย้อนเวลากลับมามีชีวิตอีกครั้งเธอขอเลือกทางเดินของตัวเองใหม่ จะทำให้พวกเขาเห็นว่าเธอไม่ได้เป็นเหมือนอย่างว่า จะเปลี่ยนแปลงตัวเองชีวิตของเธอต้องดีกว่านี้ !

<h2 style='display: flex; justify-content: center;'>ข้อมูลเบื้องต้น</h2><p style="text-align:center;" class="indent-a"><strong>นิยายเรื่อง :</strong> ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน ยุค 70</p><p style="text-align:center;" class="indent-a"><strong>เขียนโดย :</strong> นมข้นหวานหอม</p><p style="text-align:center;" class="indent-a"><strong>ปกนิยายโดย :</strong> ขนมถ้วยฟู</p><p style="text-align:center;" class="indent-a">นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นตามจินตนาการของผู้แต่งเอง ชื่อตัวละคร บางสถานที่หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ล้วนแต่สมมุติขึ้น</p><p style="text-align:center;" class="indent-a">นิยายย้อนยุค 60-90 นักเขียนจะอิงตามข้อมูลจริงที่ได้ศึกษามา หากข้อมูลผิดพลาดไป นักเขียนต้องขออภัย ณ ที่นี่ด้วย</p><p style="text-align:center;" class="indent-a">สงวนลิขสิทธิ์ตามราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ <strong>พ.ศ 2537</strong></p><p style="text-align:center;" class="indent-a">ห้ามกระทำช้ำหรือดัดแปลงเนื้อหาในบทความนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน</p><p style="text-align:center;" class="indent-a">หากผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกดำเนินตามกฎหมาย</p><p class="indent-a"> </p><p style="text-align:center;" class="indent-a">E-Book จะวางขายหลังอัพรายตอนจบนะคะ</p><p style="text-align:center;" class="indent-a"> </p><p style="text-align:center;" class="indent-a">อ่านฟรี 9 ตอนแรก ก่อนจะทำการติดเหรียญล่วงหน้า 1 วัน จากนั้นจะทำการปลดเหรียญให้อ่านฟรีค่ะ</p><p style="text-align:center;" class="indent-a">นิยายมีความยาว 90-100 ตอน ไรท์เน้นบรรยายถึงวิถีชีวิตและบรรยากาศในยุคนั้นค่ะ</p><p style="text-align:center;" class="indent-a">หากรี้ดท่านไหนชอบนิยายเนื้อหากระชับ ดำเนินเรื่องเร็ว สามารถเลื่อนผ่านได้นะคะ</p><p style="text-align:center;" class="indent-a">งดเมนต์คำหยาบ ด่าตัวละครได้ แต่ห้ามด่าไรท์น้า</p><hr/><h2 style='display: flex; justify-content: center;'>เรื่องย่อ</h2><p class="indent-a">หลังจากที่ <strong>‘หยางซื่อหง’</strong> ได้สิ้นใจตาย เธอถึงได้รู้ว่าตนนั้นเป็นเพียงตัวประกอบในนิยายย้อนยุคเรื่องหนึ่ง สามีของเธอหลงรักผู้หญิงคนอื่นมาตั้งนานแล้วโดยที่เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลย ไม่พอแค่นั้น…สามียังอ้างเหตุผลว่าเธอไม่สามารถมีลูกให้เขาได้ขอให้เธอหย่ากับเขา จากนั้นสามีของเธอก็ไปใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุขกับหญิงแพศยาคนนั้น</p><p class="indent-a">เมื่อได้ย้อนเวลากลับมามีชีวิตอีกครั้ง ซื่อหงก็ได้แอบเอาจดหมายของสามีและหญิงชู้คนนั้นมา ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มที่มุมปาก</p><p class="indent-a">“หย่าก็ได้ แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากออกจากบ้านนี้ไปตัวเปล่า!”</p><p class="indent-a"><strong>‘หลี่มู่เหยียน’</strong> ปฏิบัติหน้าที่ลับข้างนอกมานานหลายปี หลังจากที่ลงหลักปักฐานแล้ว เขาอยากจะพาภรรยาย้ายไปอยู่กับเขาในค่ายเพราะเขาไม่อยากหย่ากับภรรยา แต่…เดินทางยังไม่ถึงบ้าน เขากลับได้รับจดหมายหย่าจากภรรยา วันเวลาผ่านไปนาน…เขาถึงรู้ว่าภรรยานั้นหมดรักและได้รักผู้ชายคนอื่นมาตั้งนานแล้ว หย่ากันก็ได้ ถ้าคนเรารักกันจริงก็ไม่ควรรั้งกันไว้ข้าง</p><p class="indent-a"><strong>วันหย่า…</strong>ซื่อหงและมู่เหยียนต่างก็ถือใบหย่าในมือ พวกเขาสองคนจ้องหน้ากันอยู่นาน ในเมื่อพวกเขามีโชคชะตาชีวิตที่เหมือนกันแล้ว ทำไมถึงไม่ลองเปิดใจให้กันและกันล่ะ</p><p class="indent-a">“หรือว่า…เราสองคนมารักษาแผลใจกันดีไหมครับ” ซื่อหงคลี่ยิ้ม</p><p class="indent-a">“ได้สิคะ” เพราะแบบนี้…ซื่อหงถึงได้เปิดใจให้กับอดีตสามีเก่าของหญิงชู้ที่อดีตสามีเธอหลงรักมานาน</p><p class="indent-a">ในที่สุด…พวกเขาสองคนก็ตัดสินใจแต่งงานกัน ทุกคนต่างก็คิดว่าซื่อหงไม่อาจมีลูกได้ ต่างก็พากันคิดว่าพวกเขาสองคนครองครู่กันไม่ได้นาน อีกสองเดือนพวกเขาก็ต้องหย่ากันแน่ แต่…สองเดือนผ่านไป พวกเขาสองคนก็ยังคงรักกันดีไร้วี่แววที่จะหย่า</p><p class="indent-a">ครึ่งปีผ่านไป…พวกเขาสองคนก็ยังไม่หย่ากัน ซื่อหงสอบคัดเลือกมหาลัยได้</p><p class="indent-a">หนึ่งปีผ่านไป…พวกเขาสองคนก็ยังไม่หย่ากัน ข่าวดี ซื่อหงท้องลูกคนแรกให้กับมู่เหยียน ทุกคนไม่อยากจะเชื่อสายตา ซื่อหงท้องได้อย่างนั้นหรือ?</p><p class="indent-a">ในหน่วยมีข่าวลือว่าพลเอกหลี่ถูกภรรยาควบคุมอย่างเข้มงวด นอกจากจะรายงานทุกเรื่องให้ภรรยาทราบแล้วยังต้องกลับบ้านให้ตรงเวลาด้วย ถ้าไม่อย่างนั้นพลเอกจะไม่ได้นอนร่วมเตียงกับภรรยา</p><p class="indent-a">“ใครปล่อยข่าวลือพวกนี้ เหลวไหล ฉันเป็นถึงพลเอกไม่เคยกลัวภรรยาโว้ย ~”</p><p class="indent-a">ทหารในค่ายมองหน้ากันไปมา ก่อนจะมองไปที่นาฬิกา ใกล้ถึงเวลาที่พลเอกต้องกลับบ้านไปหาภรรยาแล้วสินะ</p><hr/>

ย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง

‘หยางซื่อหง’ นอนป่วยอยู่บนเตียงมานานหลายวัน หลายวันมานี้เธอล่องลอยในห้วงความคิด เหมือนเธอกำลังฝันอยู่ ทุกอย่างที่อยู่ในฝันเหมือนปกคลุมไปด้วยผ้าสีขาว พร่ามัวมองเห็นไม่ชัดเจน ในภวังค์ความคิดเหมือนซื่อหงจะได้ยินเสียงของใครบางคนดังก้องอยู่ในหู

“สามปีแล้วนะ หมอก็ได้ตรวจดูร่างกายแล้ว ยาบำรุงก็กินแล้ว แต่กลับไม่มีวี่แววที่จะท้องเลย ตัวปัญหาจริง ๆ ไม่รู้สูญเสียเงินไปตั้งเท่าไรแล้ว เห็นว่าสะโพกใหญ่หน้าอกอวบน่าจะมีลูกง่าย แม่ถึงได้ยอมให้เจียวหมิงแต่งงานด้วยหรอกนะ ใครจะไปคิดว่าผู้หญิงอย่างซื่อหงกลับมีลูกไม่ได้ มาทำให้ตระกูลเราอับอายขายขี้หน้าจริง ๆ เลย”

“แม่คะ แม่พูดเบา ๆ หน่อยค่ะ เดี๋ยวพี่เขาก็มาได้ยินหรอก”

“ได้ยินแล้วจะทำไม? แต่งงานมานานกี่ปีแล้ว แต่กลับไร้วี่แววที่จะท้อง ไก่ที่เล้าของเรายังทำหน้าที่ตัวเองดีกว่านังนี่เสียอีก รู้ว่ามีลูกให้ไม่ได้ก็ยังไม่ยอมหย่า นังนั่นตั้งใจทำให้ตระกูลเราไม่มีผู้สืบสกุล ถ้านังนั่นอยากจะรักษาหน้าของตระกูลหยางไว้นะ นังนั่นต้องหย่ากับพี่ชายลูกเท่านั้น”

“แม่คะ พี่ซื่อหงหัวแข็ง ดื้อรั้นมากนะคะ แม่ต้องพูดดี ๆ กับพี่เขา ถ้าไม่อย่างนั้นแม่ก็ต้องรอพี่เจียวหมิงกลับมาก่อนค่ะ”

“ที่ผ่านมาแม่ดูแลนังนั่นอย่างดี เรื่องนี้จะปล่อยไว้นานไม่ได้ คอยดู แม่จะต้องหาวิธีทำให้พี่ชายของลูกหย่ากับนังนั่นให้ได้”

น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นซื่อหงได้ยินมันได้อย่างชัดเจน คำพูดทุกถ้อยคำที่พ่นออกมาจากปากแม่ของสามี ไม่ต่างจากดาบที่กำลังเฉือนเนื้อเธออยู่ เธอรู้สึกเจ็บปวดไปหมดทั้งร่างกายและจิตใจ

ซื่อหงได้สติเหมือนประตูแห่งห้วงความคิดของเธอได้เปิดออก ความทรงจำในอดีตผุดไหลเข้ามาในหัวเธอไม่หยุด อาการปวดที่ศีรษะทำให้เธอถึงกับนิ่วหน้า มือเล็กนวดที่ขมับอยู่ครู่หนึ่งถึงรู้สึกดีขึ้น ดวงตากลมโตกวาดสายตามองดูรอบ ๆ ห้อง ข้าวของที่อยู่ตรงหน้าเธอในตอนนี้คุ้นตานัก เธอนอนในห้องนี้มาหลายปีแล้วอย่างนั้นหรือ? ทำไมเธอจะจำห้องนอนห้องนี้ไม่ได้กันล่ะ นี่คือห้องหอของเธอกับ ‘เหอเจียวหมิง’ อย่างไรล่ะ

แต่…เธอจำได้ว่าเธอหย่ากับเจียวหมิงนานแล้วนี่นา นัยน์ตาคมกวาดสายตารอบ ๆ ห้องอีกครั้ง เห็นรูปแต่งงานตั้งอยู่ตรงหัวเตียง ปฏิทินที่วางอยู่ข้าง ๆ รูปแต่งงานหยุดอยู่ในวันที่ 10 ตุลาคม ปี 1978 ความทรงจำในอดีตยังผุดเข้ามาในหัวเธอไม่หยุด ทว่าครู่นั้นเหมือนซื่อหงจะฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

เธอรีบลุกจากเตียงเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง นัยน์ตามองดูเงาตัวเองที่สะท้อนในกระจก ใบหน้าเรียวเล็ก จมูกโด่งริมฝีปากบางอมชมพู ดวงตากลมโตแววตาดูเศร้าสร้อย คิ้วโก่งสวย แม้ว่าใบหน้าจะดูผอมไปหน่อย แต่ซื่อหงจำได้ว่านี่คือเธอเมื่อหลายปีก่อน

ซื่อหงดีใจมากเกือบจะร้องไห้ออกมาแล้ว ปี 1978 คือปีที่สามที่เธอกับเจียวหมิงใช้ชีวิตคู่ด้วยกันและยังเป็นปีที่ครอบครัวสามีบังคับให้เธอหย่ากับเจียวหมิง ซื่อหงยังจำวันนั้นได้ดี วันที่เธอสิ้นใจตายลาโลกนี้ไป ไม่คิดว่าลืมตาอีกทีเธอกลับได้ย้อนเวลากลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ซื่อหงและเจียวหมิงรู้จักกันเพราะมีแม่สื่อมาทาบทามแนะนำให้พวกเขาสองคนได้รู้จักกัน แม้ว่าเธอจะไม่ชอบเจียวหมิงก็เถอะ แต่เจียวหมิงเขาขับรถบรรทุกเป็นและยังทำงานที่เขตชุมชนด้วย เขาออกไปทำงานขับรถบรรทุกทุกวัน เพราะแบบนี้…ครอบครัวของเขาถึงได้มีฐานะดีกว่าผู้คนในหมู่บ้านนี้ ครอบครัวซื่อหงชอบเจียวหมิงมากเหมือนกัน

ชีวิตคู่เธอไม่ได้เป็นคนกำหนด จำใจที่ต้องแต่งงานกับเจียวหมิง สามีของเธอมีอายุมากกว่าเธอถึง 6 ปี หลังจากที่แต่งงานกันได้ไม่กี่วัน ‘โจวเฟยเทียน’ แม่สามีก็บังคับให้เธอรีบ ๆ มีลูกให้ตระกูลเหอ ดูเหมือนว่ายิ่งคาดหวังมากเท่าไรก็ยิ่งผิดหวังมากเท่านั้น

หลายวันหลายเดือนผ่านไปร่างกายเธอไร้วี่แววที่จะท้อง พอไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลก็ไม่มีปัญหาอะไร ยาบำรุงก็กินแล้ว เทพก็พึ่งแล้วแต่เธอก็ไม่ท้องสักที แม่สามีไม่ชอบหน้าเธอตั้งแต่แรกเห็น นับวันยิ่งพ่นแต่คำหยาบไม่น่าฟังต่อหน้าเธอ ไม่พอแค่นั้น…แม่สามียังจิกหัวใช้งานเธอเยี่ยงทาสคนหนึ่ง ทำอะไรไม่ถูกใจก็เอาแต่ก่นด่าอยู่ไม่หยุด

นำเรื่องที่เธอมีลูกให้ไม่ได้ไปพูดให้ชาวบ้านฟังอยู่ทุกวัน หาว่าเธอทำลายตระกูลเหอ เจียวหมิงเขารู้ทุกอย่าง แต่ที่ผ่านมาเขาไม่เคยยื่นมือเข้ามาช่วยเธอเลยสักครั้ง กลับเห็นด้วยกับแม่ดุด่าต่อว่าเธออีกคน บางครั้งยังลงมือทำร้ายร่างกายเธอด้วย เมื่อชาติที่แล้ว…ซื่อหงไม่เคยคิดที่จะหย่า ถ้าเธอหย่าจะถูกคนอื่นต่อว่าสาปแช่งไปตลอดชีวิต อีกอย่างคนในครอบครัวของเธอก็ไม่ยอมให้เธอหย่ากับเจียวหมิง

เพราะไม่อยากทำให้ตระกูลหยางเสื่อมเสียชื่อเสียง ซื่อหงถึงต้องทน อดทนอดกลั้นทำดีกับครอบครัวสามี คอยเอาอกเอาใจแม่สามี มีเวลาว่างเธอก็ใช้ความสามารถทางด้านการทำอาหารหาเงินมาให้แม่สามีใช้ แต่ยุคนี้…ผู้หญิงที่แต่งงานออกเรือนไป มีลูกให้ครอบครัวสามีไม่ได้ก็จะถูกคนอื่นนินทาว่าร้าย กลายเป็นคนไร้ประโยชน์ ทนอยู่มานานหลายปีสุดท้ายเธอกับสามีก็ต้องหย่ากัน

หย่ากันได้ไม่นาน เจียวหมิงก็แต่งงานกับหญิงชู้ที่แอบดูใจกันมานาน ส่วนซื่อหง…เพราะคิดว่าตัวเองไม่อาจมีลูกได้ ถึงได้ใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียว สุดท้ายก็จากไปไร้คนดูแลพร้อมกับความแค้น ถ้าเธอไม่ได้ย้อนเวลากลับมาเธอไม่อาจรู้ได้ว่าเธอคือตัวประกอบในนิยายย้อนยุคเรื่องหนึ่ง ในนิยายซื่อหงคือตัวละครที่โชคร้ายที่นักเขียนเป็นผู้ลิขิตชะตาชีวิต

อ่อนแอ ไม่สู้คน ทนเหมือนวัวเหมือนควาย ไม่มีการศึกษาเหมือนตัวละครอื่น เรื่องที่น่าขันที่สุดก็คือ นักเขียนได้อธิบายในตอนท้ายว่าทำไมเธอกับเจียวหมิงถึงไม่มีลูกกันสักที เพราะเจียวหมิงเป็นหมัน ถึงมีลูกไม่ได้อย่างไรล่ะ

ปัง ๆ ! ได้ยินเสียงเคาะประตู ร่างบางถึงกับสะดุ้งโหยง ซื่อหงพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะหันไปมองที่ประตู

“ซื่อหงตื่นหรือยัง? ก็แค่ไข้หวัดธรรมดาทำไมถึงต้องพักรักษาตัวนานขนาดนี้ด้วย รู้ไหมว่าตอนนี้มันกี่โมงกี่ยามแล้วยังไม่ยอมลุกจากเตียงอีก”

น้ำเสียงที่แผดออกมา ต่อให้ซื่อหงสิ้นใจตายอีกครั้งเธอก็ไม่มีวันลืมได้ แม้ว่าชาติที่แล้วเธอจะคุ้นชินกับน้ำเสียงและการกระทำของแม่สามีแล้วก็ตาม แต่พอได้ยินมันอีกครั้งทำไมเธอถึงได้รู้สึกปวดหัวก็ไม่รู้ เธอรู้สึกอึดอัดใจมาก แต่ตอนนี้ซื่อหงไม่อยากมาเสียเวลาต่อล้อต่อเถียงกับแม่สามี

“ฉันตื่นแล้วค่ะ ฉันจะออกไปเดี๋ยวนี้ค่ะ” เฟยเทียนได้ยินเสียงอันอ่อนโยนตอบกลับก็ชอบใจมาก

“รีบ ๆ ออกจากห้องมาเลยนะ อย่ามัวชักช้าล่ะ ถ้าเป็นคนอื่นนะ ผู้หญิงที่ไร้น้ำยาอย่างเธอคงถูกเฉดหัวออกจากบ้านไปนานแล้ว”

ได้ยินแม่สามีเอาแต่พูดเรื่องเดิมซ้ำ ๆ ไปมา ซื่อหงก็กัดฟันแน่น

“ฉันรู้แล้วค่ะ” ที่ผ่านมาซื่อหงไม่เคยทำตัวไม่ดีกับแม่สามี เฟยเทียนได้ยินซื่อหงไม่พูดอะไรอีกก็รีบหมุนกายเดินกลับออกมา

ได้ยินเสียงฝีเท้าค่อย ๆ เดินจากไป ซื่อหงก็เหยียดยิ้มที่มุมปาก มือเล็กหยิบเอารูปแต่งงานไปทิ้งลงถังขยะ ชีวิตที่ผ่านมาของเธอไม่ต่างจากอยู่ในนรก ตอนนี้เธอตาสว่างแล้ว จะไม่ทนอยู่ที่นี่อีกต่อไป!

ได้ย้อนเวลากลับมามีชีวิตอีกครั้ง เธอจะไม่โง่ไม่เป็นวัวเป็นควายคอยรับใช้แม่สามีอีก ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเจียวหมิงไม่อาจประคับประคองกันไปได้ ทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือหย่า!

น่าเสียดาย…เจียวหมิงออกจากบ้านไปทำงานหลายวันแล้ว พรุ่งนี้เขาถึงจะกลับมาที่บ้าน ถ้าไม่อย่างนั้นวันนี้เธอคงลงนามในใบหย่ายื่นให้เขาแล้ว แม้จะรู้ว่าพรุ่งนี้เจียวหมิงถึงจะกลับมา แต่เธอไม่อยากทนอยู่ที่บ้านหลังนี้สักวินาทีเดียว หลังจากที่รู้ความจริงทุกอย่างและตัดสินใจได้แล้ว ซื่อหงก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า

ซื่อหงรวบผม เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ จากนั้นก็หยิบเอาถุงผ้าออกมา ก่อนจะเก็บเสื้อผ้าในตู้ใส่ลงในถุง เงินทั้งหมดที่หามาได้แม่สามีจะเป็นคนเก็บไว้ทั้งหมด วันแต่งงานแม่สามีซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เธอแค่ไม่กี่ชุด ทุกวันนี้ซื่อหงถึงไม่มีเงินเก็บหรือมีเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเลย เสื้อผ้าที่มีอยู่ก็มีไม่มาก

เมื่อเก็บเสื้อผ้าเสร็จ บังเอิญเธอฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ซื่อหงควานหาของสิ่งนั้นทั่วห้อง สุดท้ายเธอก็หากล่องไม้นั้นเจอใต้ตู้เสื้อผ้า กล่องไม้นี้คือกล่องไม้ของเจียว หมิง ปกติเขาจะเก็บกระดาษสินค้าและใบเสร็จไว้ในนี้ ก่อนหน้านี้เจียวหมิงกำชับนักกำชับหนาว่าไม่ให้เธอแตะต้องกล่องไม้นี้ ซื่อหงเชื่อฟังไม่เคยแตะต้องมันเลย

แต่ตอนนี้…ซื่อหงรู้ทุกอย่างหมดแล้ว ในกล่องไม้นอกจากจะมีใบเสร็จแล้วยังมีจดหมายที่เจียวหมิงกับผู้หญิงที่มีนามว่า ‘จูโม่วหลี’ คนนั้นคอยส่งหากัน ในกล่องไม้มีกุญแจเล็ก ๆ อยู่ ก็เป็นแค่กุญแจประดับข้างนอกเท่านั้น เธอทุบกุญแจนั่นออก ก็มีซองจดหมายสีขาวอยู่ 3 ซอง

ซื่อหงหยิบจดหมายนั่นมาอ่านดู ที่หน้าซองเขียนว่าส่งถึงสหายเจียวหมิง แต่เนื้อหาข้างในกลับเต็มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใย โม่วหลีขอให้เจียวหมิงหลังจากที่อ่านจดหมายเสร็จให้ทำลายทิ้ง แน่นอนว่าเจียวหมิงทำแบบนั้นไม่ลงเขาถึงได้เก็บจดหมายพวกนี้ไว้ ถ้าเธอจำไม่ผิด…โม่วหลีคนนี้มีชีวิตที่ดีกว่าเธอมากและยังมีสามีที่ดีและมากความสามารถ

ซื่อหงไม่สนใจว่าพวกเขาสองคนรู้จักกันมานานแค่ไหนแล้วและเธอก็ไม่อยากจะรู้ด้วยว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคนพัฒนาไปถึงขั้นไหนแล้วเหมือนกัน เธอรู้แค่ว่าจดหมายพวกนี้มีประโยชน์ต่อเธอในอนาคต!

หมดความอดทนแล้ว

เธอรีบเก็บจดหมายนั้นไว้ในถุง จากนั้นก็เดินออกมาจากห้องนอน บังเอิญเห็นแม่สามีกำลังยืนคุยกับป้าข้างบ้าน ‘เทียนลู่ลี่’ ทันทีที่เห็นซื่อหงเดินออกจากบ้านมา เฟยเทียนและลู่ลี่ก็หยุดชะงักหันมามองที่เธอ เฟยเทียนเห็นซื่อหงกว่าจะออกมาจากห้องได้ก็โกรธหน้าดำหน้าแดง

“ทำไมถึงได้เปลี่ยนเสื้อผ้านานขนาดนั้นล่ะ? ทำอะไรก็ชักช้า น่าเบื่อจริง ๆ เลย”

ได้ยินเสียงแหลมของแม่สามีอีกครั้ง ซื่อหงก็ปวดหัวมาก เธอไม่อยากเสวนากับแม่สามีอีก ไม่อยากจะเอ่ยตอบก่อนจะปิดประตูห้องดังปัง เฟยเทียนเห็นลูกสะใภ้เมินตนก็ยิ่งโกรธมากกว่าเดิม

“นี่ซื่อหง เธอเป็นใบ้หรือหูหนวกกันแน่ ห้ะ!! ฉันกำลังคุยกับเธออยู่นะ เธอกล้าเมินฉันได้ยังไง”

ลู่ลี่เห็นอะไรผิดแปลกไป ก็รีบคว้าแขนเฟยเทียน จากนั้นก็มองไปที่ซื่อหงก่อนจะเหยียดยิ้มที่มุมปาก

“ซื่อหง นำของติดตัวไปเยอะแบบนั้น จะไปไหนหรือ” ครู่นั้นเฟยเทียนถึงเห็นถุงผ้าที่ซื่อถงถืออยู่

“นี่เธอจะไปไหน? ในถุงผ้ามีอะไร? ” ซื่อหงชำเลืองตามองไปที่แม่สามีและป้าข้างบ้าน

ลู่ลี่นอกจากที่จะเป็นคนปากมากแล้วยังเป็นแม่สื่อด้วย ถ้าเป็นซื่อหงในเมื่อก่อนคงคิดว่าแม่สามีกับป้าข้างบ้านกำลังยืนคุยกันเล่น ๆ อยู่ แต่ตอนนี้…เธอรู้แล้วว่าแม่สามีกำลังขอให้ลู่ลี่ทาบทามลูกสาวบ้านอื่นให้เจียวหมิงแต่งงานใหม่

“กลับไปที่บ้านแม่น่ะ รอพี่เจียวหมิงกลับมาฉันจะหย่ากับพี่เขา”

คำว่าหย่าที่ซื่อหงเอ่ยบอก ทำให้เฟยเทียนและลู่ลี่ประหลาดใจอ้าปากค้าง บ้านลู่ลี่อยู่ข้าง ๆ บ้านเฟยเทียน มีเรื่องอะไรหล่อนจะรู้ก่อนใครเขา ตระกูลเหออยากจะให้ซื่อถงรีบ ๆ หย่ากับเจียวหมิง แต่ซื่อหงกลับไม่ยอมหย่าสักที ทำไมวันนี้ถึงอยากจะหย่าขึ้นมาได้ล่ะ เฟยเทียนไม่อยากจะเชื่อ แค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ

ซื่อหงแต่งงานกับเจียวหมิงเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ก็สามปีแล้ว แม่สามีเป็นคนอย่างไรนั้นเธอย่อมรู้ดีกว่าใคร เธอขอกลับไปเยี่ยมแม่ที่บ้านที่ไร แม่สามีเอาแต่พูดถึงเรื่องหย่า พอกลับมาเธอก็ต้องอดทนอดกลั้นน้อมรับผิดอีก

“ถ้าเธอยังมีความเป็นคนอยู่ก็รีบหย่ากับเจียวหมิงซะ อย่าเอาแต่พูดลอย ๆ พอรู้ว่าตัวเองทำผิดก็แสร้งร้องห่มร้องไห้ขอให้ฉันยกโทษให้ ทำเหมือนกับพวกเรารังแกเธออย่างนั้นแหละ!!”

ทุกครั้งที่แม่สามีบังคับให้ซื่อหงหย่า เธอจะเศร้าใจทุกครั้งและมักจะกลับไปที่บ้านแม่ แต่…กลับไปที่บ้านทีไรแม่ก็เอาแต่โทษแต่ดุด่าต่อว่าเธอ แม่บอกว่าเธอเป็นคนผิดที่ไม่สามารถมีลูกให้เจียวหมิงได้ ถึงต้องมาทนกับอะไรแบบนี้ แม่ไล่ให้เธอกลับไปที่บ้านสามียอมรับผิด จะได้มีชีวิตที่ดีได้ ซื่อหงเองก็คิดว่าเธอเป็นหมันไม่สามารถมีลูกให้เจียวหมิงได้ ถึงได้ทุกใจจนถึงลมหายใจสุดท้าย

อยู่ที่บ้านแม่สองวันก็ต้องกลับมาที่บ้านสามียอมรับผิดทั้ง ๆ ที่เธอไม่ได้ทำผิดอะไร มือเล็กกำหมัดแน่น ตอนนี้เธอโกรธจนพูดอะไรไม่ออก ซื่อหงสูดหายใจเข้าลึก ๆ ไม่สนใจแม่สามีอีกก่อนจะเดินออกจากบ้านมา เธอเดินออกจากบ้านมาได้ไม่กี่ก้าวก็ได้ยินแม่สามีพูดคุยกับป้าข้างบ้านว่า

“เธอดูลูกสะใภ้ฉันสิ ไม่รู้ว่าที่ผ่านมามีเรื่องอะไรทำให้ลูกสะใภ้ฉันเป็นแบบนี้ ตัวลูกสะใภ้ฉันเองที่มีลูกให้ลูกชายฉันไม่ได้ ฉันจะทนอยู่ในบ้านหลังนี้ได้อย่างไร”

ตอนแรกซื่อหงไม่อยากจะต่อปากต่อความกับแม่สามีให้มากความ แต่พอได้ยินแม่สามีเอาแต่โทษโยนความผิดให้เธอทุกอย่าง ไฟแค้นในอกก็ลุกโชนขึ้น ใบหน้าเรียวสวยหันกลับไปมองลู่ลี่ ก่อนจะกวาดสายตาไปมองแม่สามี

“แม่สามีที่แสนดีคะ ฉันจะบอกความจริงบางอย่างให้แม่รู้นะคะ คนที่ไม่สามารถมีลูกได้ก็คือลูกชายสุดที่รักของแม่ค่ะไม่ใช่ฉัน ลูกชายของแม่เป็นหมันฉันถึงมีลูกไม่ได้อย่างไรล่ะคะ!!”

คำพูดจากปากของซื่อหงไม่ต่างจากสายฟ้าผ่า ทำให้แม่สามีและป้าข้างบ้านถึงกับนิ่งไป แววตาของเฟยเทียนพลันกระตุกวูบเมื่อได้ยินแบบนั้น ที่ผ่านมาซื่อหงไม่เคยพูดแบบนี้กับหล่อนมาก่อน ตอนนี้กลับกล้าพูดจาใส่ร้ายลูกชายหล่อนต่อหน้าลู่ลี่ได้อย่างไร

“แกอยากจะสร้างความร้าวฉานให้ครอบครัวฉันใช่ไหม? แกนั่นแหละที่เป็นหมันมีลูกไม่ได้ น่าไม่อายกล้าโทษลูกชายฉันได้ยังไง!!” ลู่ลี่เองก็ไม่อยากจะเชื่อหันไปถามเฟยเทียน

“ที่ซื่อหงบอก หมายความว่ายังไง? ” เฟยเทียนรู้ว่าลู่ลี่เป็นคนอย่างไร ก็รีบอธิบาย

“เธออย่าไปเชื่อสิ่งที่นังนั่นพูดนะ นังนั่นไร้ยางอายถึงได้ใส่ร้ายป้ายสีลูกชายฉันแบบนั้น”

เห็นสีหน้าและแววตาที่ไม่อยากจะเชื่อของลู่ลี่ ซื่อหงก็กระตุกยิ้มร้ายที่มุมปาก ตอนแรกเธอคิดว่าจะรอเจียวหมิง กลับมาก่อนถึงจะบอกเรื่องนี้ให้เขารู้ ใครบอกให้แม่สามีปากมากเองล่ะ ตอนนี้ลู่ลี่ได้ยินทุกอย่างชัดเจนแล้ว ลู่ลี่จะต้องนำเรื่องนี้ไปซุบซิบนินทากับผู้คนในพื้นที่แน่ อีกไม่นานทุกคนก็จะรู้ว่าเจียวหมิงนั้นเป็นหมันไม่อาจมีลูกได้ เมื่อชาติที่แล้วเธอทนกับคำนินทามามากพอแล้ว ครานี้เจียว หมิงและคนในบ้านเหอจะได้รู้สึกเสียบ้าง

“ฉันไม่ได้ใส่ร้ายป้ายสีพี่เจียวหมิงนะคะ แต่ฉันพูดความจริงต่างหากล่ะ ที่ผ่านมาเพราะว่าฉันอยากรักษาหน้าคนในบ้านเหอหรอกนะถึงไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้ใครรู้ แต่ตอนนี้ฉันไม่อยากทนอีกต่อไปแล้ว ลูกชายของแม่นั่นแหละเป็นหมันมีลูกไม่ได้ ชาตินี้ตระกูลเหอไม่มีทางมีผู้สืบสกุลได้ อย่ามาโทษฉันอีก เพราะฉันไม่ได้เป็นหมัน!!” เฟยเทียนโกรธอยากจะกระโจนเข้าใส่

“นังนี่!! ฉันจะโทรตามลูกชายฉันกลับมาหย่ากับแกให้ได้!! ต่อให้แกมาคุกเข่าขอร้องอ้อนวอนต่อหน้าฉัน!! ฉันก็จะไม่มีวันยกโทษให้แก!! จำไว้นังซื่อหง!!” ตอนนี้ซื่อหงอยากจะให้เจียวหมิงรีบ ๆ กลับมา เธออยากจะหย่าใจจะขาดแล้ว

“ดีเลยค่ะ พี่เจียวหมิงกลับมาเมื่อไรอย่าลืมให้คนไปบอกฉันด้วยนะคะ ฉันจะรีบกลับมาลงนามในใบหย่าให้”

สิ้นประโยค ซื่อหงก็รีบสาวเท้าออกมาจากบ้านเหอ ชาติที่แล้วเธอต้องทนทุกข์ทรมานมานาน ชาตินี้เธอไม่อยากจะกลับมาเหยียบที่บ้านหลังนี้อีก ต่อแต่นี้ไปเธอจะมีชีวิตที่ดี จะตั้งใจเรียน จะพัฒนาฝีมือการทำอาหารของตัวเอง จะหาผู้ชายดี ๆ แต่งงานด้วยแล้วจะมีลูกให้พวกเขาเห็น ว่าเธอไม่ได้เป็นหมันอย่างที่พวกเขาพูดกัน

หมู่บ้านหนานจิงอยู่ติดกับภูเขา บ้านหยางห่างจากบ้านเหอไม่ไกลมากนัก เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทางรัฐได้สร้างถนนให้แต่ละหมู่บ้านเดินทางไปมาได้อย่างสะดวกสบาย จากบ้านเหอมาที่บ้านหยางใช้เวลา 40 นาที ถ้าโชคดีจะมีรถโดยสารวิ่งผ่าน แต่วันนี้ไม่ใช่วันที่ชาวบ้านนำของไปขายที่ตลาด

ด้วยเหตุนี้…ซื่อหงจึงไม่ได้คิดที่จะรอรถโดยสารวิ่งผ่าน ยังดีที่ถนนหนทางดีไม่ขรุขระ เธอเดินช้า ๆ พลางคิดอะไรไปเรื่อย ใช้เวลา 1 ชั่วโมงก็เดินมาถึงที่บ้าน พอเปิดประตูเข้าไปข้างใน ก็เห็นทุกคนกำลังจะทานข้าวกันอยู่ ‘หลูฮุ่ยหนิง’ ตกใจมากเมื่อเห็นลูกสาวกลับมาที่บ้านพร้อมกับถุงผ้าใบใหญ่ ฮุ่ยหนิงเหมือนจะรู้ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะพอใจเท่าไรนักว่า

“กลับมาที่นี่อีกแล้วหรือ? แม่สามีว่าอะไรลูกอีก? ” ซื่อหงได้ยินคำว่า ‘กลับมาที่นี่อีกแล้วหรือ’ จากปากของแม่ เธอก็รู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจ แต่เธอก็พูดอะไรมากไม่ได้

“ฉันนำของไปเก็บไว้ในห้องก่อนนะคะ”

“เดี๋ยวฉันตักข้าวให้พี่นะ” ‘หยางซื่อหลิน’ เอ่ยบอก ก่อนจะรีบเดินไปตักข้าวให้ซื่อหง

เธอมองไปที่น้องสาวพยักหน้าเบา ๆ จากนั้นก็รีบเดินนำถุงผ้าไปเก็บไว้ข้างใน ฮุ่ยหนิงเห็นสีหน้าของลูกสาวก็รู้ได้ทันทีว่าแม่สามีจะต้องพูดถึงเรื่องหย่าแน่ ๆ หล่อนรู้ว่าลูกสาวของหล่อนใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านสามีนั้นลำบากมากแค่ไหน ลูกสาวหล่อนผิดเองที่มีลูกให้เจียวหมิงไม่ได้ ถ้าลูกสาวของหล่อนมีลูกให้เจียวหมิงได้ ชีวิตของคนในบ้านหยางคงไม่ลำบากยากจนแบบนี้

แม่สามีที่รู้ว่าลูกสะใภ้มีหลานให้ตนไม่ได้ต่างก็โกรธก็ผิดหวังกันทั้งนั้น อาจจะมีคำไม่ดีหลุดออกมาจากปากบ้าง ฮุ่ยหนิงไม่เห็นด้วยกับซื่อหงที่ทุกครั้งมีเรื่องอะไรก็เอาแต่วิ่งกลับมาที่บ้านแม่แบบนี้ ถ้าไม่อย่างนั้นความสัมพันธ์สามีภรรยาจะต้องจบลงอย่างแน่นอน ฮุ่ยหนิงคิดเห็นภาพที่ลูกสาวหย่ากับเจียวหมิง ก็รู้สึกว่าอาหารที่อยู่บนโต๊ะไม่อร่อยเหมือนทุกวันที่ผ่านมา ทันทีที่เห็นซื่อหงเดินออกมาจากห้อง ฮุ่ยหนิงก็อดไม่ได้ที่จะหันไปต่อว่าเธอชุดใหญ่

“ลูกเป็นอะไรอีก อดทนแค่นี้ไม่ได้หรือ? แม่สามีอยากจะพูดอะไรก็ปล่อยให้พูดไปสิ ลูกก็อย่าได้ไปสนใจเลย ถูกต่อว่าแค่นั้นไม่ตายหรอก ทำไมทุกครั้งที่มีเรื่องถึงได้วิ่งกลับมาที่นี่ก็ไม่รู้”

อดทนอย่างนั้นหรือ? คำนี้เธอได้ยินจากปากของแม่เธอบ่อยมาก แม่รู้ทั้งรู้ว่าทางบ้านสามีของเธออยากจะให้เธอหย่าขาด แต่แม่กลับเอาแต่บอกให้เธออดทนอดกลั้นต่อไป ต่อให้ทางนู่นดุด่าต่อว่ารุนแรงแค่ไหน แม่ก็อยากให้เธออดกลั้นไม่โต้ตอบ เมื่อชาติที่แล้วเธออดทนมาโดยตลอด แต่แม่สามีกลับไม่เคยเห็นหัวเธอเลย เจียวหมิงมีชู้ข้างนอก เธอไม่จำเป็นต้องอดทนอดกลั้นอีกต่อไปแล้ว ซื่อหงเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามพ่อกับแม่ กวาดสายตามองดูรอบ ๆ ตัว ก่อนจะเอ่ยบอกออกไปว่า

“ฉันไม่อยากทนอยู่ที่นั่นอีกต่อไปแล้วค่ะ” ฮุ่ยหนิงได้ยินลูกสาวบอกแบบนั้นก็ยิ่งเดือด

“ถ้าทนไม่ได้ก็จะถูกเฉดหัวออกจากบ้าน ถ้าแกหย่าแล้วจะมีใครอยากจะแต่งงานกับแก แกอยากแต่งงานเป็นแม่เลี้ยง เลี้ยงลูกของคนอื่นอย่างนั้นหรือ?!!”

“เป็นแม่เลี้ยงเลี้ยงลูกของคนอื่นก็ไม่เห็นเป็นไรนิคะ ถ้าเด็ก ๆ ไม่ชอบฉัน กลายเป็นเด็กมีปัญหา ความผิดคงอยู่ที่ฉันจริง ๆ นั่นแหละ” ‘หยางซุนเย่’ ได้ยินน้ำเสียงของผู้เป็นลูกสาวก็รู้สึกแปลก ๆ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...