ชำแหละธุรกิจ MLM ยุคใหม่ : ระวังอย่างไร แบบไหนเป็นแชร์ลูกโซ่ ?
คอลัมน์ : Pawoot.com ผู้เขียน : ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ
ธุรกิจ Multi-Level Marketing (MLM) หรือ ธุรกิจขายตรงแบบหลายชั้น เป็นรูปแบบธุรกิจที่ให้ผู้เข้าร่วมสามารถสร้างรายได้ทั้งจากการขายสินค้าและการชักชวนสมาชิกใหม่เข้ามาร่วมทีม ยิ่งมีสมาชิกในเครือข่ายมากเท่าไร รายได้ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ หลายธุรกิจ MLM ดำเนินการอย่างถูกกฎหมาย มีสินค้าที่มีคุณภาพและเน้นการขายจริง
แต่ในอีกด้านหนึ่ง มีธุรกิจบางกลุ่มที่เบี่ยงเบนจากแนวทางนี้ไปเป็นรูปแบบแชร์ลูกโซ่ ซึ่งมุ่งเน้นการหลอกลวงการลงทุน โดยไม่มีสินค้าที่เป็นหลักแหล่ง หรือสินค้าที่มีคุณภาพต่ำ ไม่สมเหตุสมผลกับราคา
ในยุคปัจจุบันที่การตลาดออนไลน์ และ e-Commerce กำลังเติบโต ธุรกิจ MLM ได้รับความนิยมมากขึ้น หลายคน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ไม่คุ้นเคยกับการตลาดดิจิทัล อาจถูกดึงดูดด้วยข้อเสนอที่ดูน่าสนใจ เช่น คอร์สเรียนการตลาดออนไลน์ในราคาถูกมาก บางคอร์สอาจมีค่าเรียนเพียงไม่ถึง 100 บาท จึงทำให้ผู้คนจำนวนมากเข้าร่วมโดยไม่ทันได้ตรวจสอบรายละเอียดอย่างรอบคอบ
กลยุทธ์การตลาดที่ต้องระวัง
หนึ่งในกลยุทธ์ที่ MLM ยุคใหม่มักใช้ คือ การดึงดูดคนให้เข้าร่วมคอร์สสอนทำการตลาดออนไลน์ เช่น การเปิดเพจ Facebook หรือการยิงโฆษณา (Ads) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเชื่อว่าสามารถสร้างรายได้จากการขายสินค้า
อย่างไรก็ตาม หลายคนที่เข้าเรียนคอร์สเหล่านี้กลับพบว่า ไม่มีสินค้าจริง ๆ ให้ขาย จึงถูกเสนอสินค้าของบริษัท เช่น อาหารเสริม ให้ซื้อไปขายต่อ ซึ่งบังคับให้ผู้เข้าร่วมต้องซื้อสินค้าล่วงหน้า และยิงโฆษณาเพื่อหาผู้ซื้อสินค้าต่อไป กลายเป็นวงจรที่ผู้เรียนต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ความเสี่ยงในธุรกิจ MLM
แม้ว่าธุรกิจ MLM หลายแห่งจะดูเหมือนเติบโตได้ดี แต่หากพิจารณาลึก ๆ จะพบว่ามีการลงทุนมหาศาลในด้านการโฆษณาและการสร้างแบรนด์ เพื่อดึงดูดผู้เข้าร่วมเพิ่มขึ้น ตัวอย่าง เช่น ธุรกิจหนึ่งมียอดขายในปี 2566 สูงถึง 1,891 ล้านบาท แต่กำไรเพียง 19 ล้านบาท
ขณะที่ในปี 2564 ยอดขายสูงเกือบ 5,000 ล้านบาท และกำไรถึง 813 ล้านบาท นี่แสดงให้เห็นว่าแม้ยอดขายจะเพิ่มขึ้น แต่กำไรกลับลดลงอย่างมาก ซึ่งอาจมาจากการเน้นขยายเครือข่ายมากกว่าการขายสินค้าที่แท้จริง
วิวัฒนาการของธุรกิจ MLM ยุคใหม่
ธุรกิจ MLM ยุคใหม่พัฒนาไปไกลกว่าเดิมมาก โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยี เช่น
1.ไม่ต้องสต๊อกสินค้าเอง : ผู้ขายเพียงแค่รับออร์เดอร์เข้ามาในระบบ จากนั้นระบบจะจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าโดยตรง และผู้ขายจะได้รับส่วนต่างจากการขาย ข้อดีคือไม่ต้องแบกรับภาระสต๊อกสินค้าเอง
2.การใช้เทคโนโลยีซอฟต์แวร์ และ Fulfillment : ระบบหลังบ้านถูกพัฒนาให้สามารถคำนวณยอดขาย รายได้ และค่าคอมมิชชั่นได้อย่างรวดเร็ว และระบบคลังสินค้า (Warehouse) สามารถจัดส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเบี่ยงเบนสู่แชร์ลูกโซ่
ปัจจุบันเริ่มมีบางธุรกิจที่ดูเหมือนจะเบี่ยงเบนจากการขายตรงไปเป็นแชร์ลูกโซ่ การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการหลอกลวงการลงทุน ซึ่งผิดตาม พระราชบัญญัติการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มีโทษจำคุก 5-10 ปี และปรับตั้งแต่ 500,000-1,000,000 บาท
วิธีสังเกตว่าเป็นธุรกิจ MLM จริง หรือแชร์ลูกโซ่
1.เน้นการรับสมัครคนมากกว่าขายสินค้า : รายได้หลักมาจากค่าสมัครคนใหม่ ๆ มากกว่าการขายสินค้าจริง
2.สินค้าที่ขายไม่ตรงตามโฆษณา : สินค้ามีคุณภาพต่ำหรือขายเกินจริง
3.บังคับลงทุนสูง : โน้มน้าวให้ซื้อสินค้าในปริมาณมากเกินความจำเป็น และมีสิ่งล่อลวง เช่น ทริปต่างประเทศ เป็นรางวัล
4.ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับรายได้ : อ้างถึงผลตอบแทนที่สูงเกินจริง เพื่อล่อลวงให้คนสมัคร
5.ไม่มีใบอนุญาตขายตรง : ธุรกิจที่ถูกต้องจะต้องขออนุญาตจาก สคบ. หากไม่มี ใส่ใจให้ดี
6.ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค : เช่น ไม่สามารถคืนสินค้าได้ หรือไม่มีการคุ้มครองผู้บริโภคตามที่กฎหมายกำหนด
แม้ว่าธุรกิจ MLM จะเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ แต่ก็ต้องระมัดระวังอย่างมาก อย่าปล่อยให้ตัวเองตกเป็นเหยื่อของแชร์ลูกโซ่ การตรวจสอบข้อมูลธุรกิจอย่างละเอียดก่อนเข้าร่วมเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อป้องกันไม่ให้เสียทั้งเงินและเวลาไปกับธุรกิจที่ไม่โปร่งใส
ธุรกิจ MLM บางแห่งมักใช้ดาราหรือบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ดึงดูดให้คนทั่วไปไว้วางใจ และสนใจเข้าร่วมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม อย่าเชื่อเพียงเพราะชื่อเสียงของพรีเซ็นเตอร์ ควรพิจารณารายละเอียดให้รอบคอบเสมอ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชำแหละธุรกิจ MLM ยุคใหม่ : ระวังอย่างไร แบบไหนเป็นแชร์ลูกโซ่ ?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net