โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พาณิชย์ แจงราคากะทิสดแพงขึ้น เหตุแล้งนาน กระทบผลผลิตออกน้อย แนวโน้มราคามะพร้าวผลแก่ปรับตัวสูงขึ้น

BTimes

อัพเดต 18 ต.ค. 2567 เวลา 11.30 น. • เผยแพร่ 18 ต.ค. 2567 เวลา 03.55 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

นายวิทยากร มณีเนตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากกรณีข่าวปัญหามะพร้าวผลแก่และ กะทิสด ในจังหวัดตรังมีราคาแพง ส่งผลกระทบต่อราคาอาหารและขนมหวานหลายชนิดที่ใช้กะทิเป็นวัตถุดิบที่สำคัญ นั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในติดตามสถานการณ์ราคามะพร้าวผลแก่และกะทิสดอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนผู้บริโภค พร้อมทั้งให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดได้ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สำคัญ โดยส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจสุ่มตรวจสอบร้านค้าอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบสถานการณ์มะพร้าวผลแก่และกะทิสด พบว่า มะพร้าวผลแก่เป็นสินค้าที่ออกสู่ตลาดตลอดทั้งปี โดยช่วงออกมาก (เม.ย. – ก.ค.) ราคาที่เกษตรกรขายได้ จะเคลื่อนไหวอยู่ในเกณฑ์ต่ำ อยู่ที่เฉลี่ย 5-9 บาท/ผล และช่วงออกน้อย (ส.ค. – มี.ค.) ราคาจะปรับสูงขึ้น อยู่ที่เฉลี่ย 18-28 บาท/ผล สำหรับปี 2567 กระทรวงเกษตรฯ คาดว่าจะมีมะพร้าวผลแก่ในประเทศ ประมาณ 0.86 ล้านตัน น้อยกว่าปีที่ผ่านมา (0.94 ล้านตัน) และน้อยกว่าผลผลิตย้อนหลังเฉลี่ย 3 ปี (ปี 64-66) ร้อยละ 8.51 และ 7.53 ตามลำดับ เนื่องจากภาวะฝนแล้งต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำฝนไม่เพียงพอกับความต้องการของมะพร้าว รวมทั้งโรคแมลงศัตรูมะพร้าวระบาด (แมลงดำหนาม หนอนหัวดำ และด้วงแรด) ขณะที่ความต้องการใช้ อยู่ที่ 1.19 ล้านตัน โดยเป็นความต้องการใช้ของตลาดผู้ค้าส่ง/ตลาดสด ประมาณร้อยละ 35 และโรงงานกะทิสำเร็จรูป ประมาณร้อยละ 65 ทั้งนี้ โรงงานฯ ได้นำเข้ามะพร้าวผลมาใช้ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย ซึ่งช่วยให้ภาวการณ์ขาดแคลนมะพร้าวผลภายในประเทศผ่อนคลายได้ระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มราคามะพร้าวผลแก่ปรับตัวสูงขึ้นกว่าปีก่อน ตามปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดน้อย ปัจจุบัน (16 ต.ค.67) ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศอยู่ที่ 19.08 บาท/ผล

ทั้งนี้ สินค้ามะพร้าวและผลิตภัณฑ์มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อรักษาสมดุลของอุปสงค์-อุปทานมะพร้าวตลอดห่วงโซ่อุปทาน และมีการกำกับดูแลโดยคณะอนุกรรมการบริหารจัดการสินค้ามะพร้าว ภายใต้คณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช ซึ่งมีผู้แทนของหน่วยงานราชการ เอกชน และเกษตรกร เป็นอนุกรรมการ/กรรมการ และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ

กรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัด จะติดตามสถานการณ์มะพร้าวแก่และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง หากพบผู้ประกอบการดำเนินการใดๆ โดยจงใจที่จะทำให้ราคาสูงเกินสมควร หรือทำให้ปั่นป่วนซึ่งราคาของสินค้าหรือบริการใด จะดำเนินการตามกฎหมายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และประชาชนสามารถร้องได้ที่สายด่วน 1569 หรือ Line@MR.DIT และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...