รู้…เพื่อความปลอดภัย การดับเพลิง ‘รถยนต์ไฟฟ้า’ ที่เกิดเพลิงไหม้
The Bangkok Insight
อัพเดต 15 ส.ค. 2567 เวลา 05.56 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2567 เวลา 05.56 น. • The Bangkok Insightรู้…เพื่อความปลอดภัย การดับเพลิง "รถยนต์ไฟฟ้า" ที่เกิดเพลิงไหม้
รายงานยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า จากกรมขนส่งทางบกในช่วงไตรมาสแรก (มี.ค.-มี.ค.2567) ที่ผ่านมา พบว่ามียอดจดทะเบียนทั้งสิ้น 22,289 คัน และจากโครงการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ โดยการสนับสนุนส่วนลดการซื้อรถ EV ตามมาตรการ EV 3 ต่อด้วย EV 3.5 รวมไปถึงการลดภาษีรถยนต์ประจำปี ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ประชาชนตัดสินใจซื้อรถ EV มากขึ้น
เมื่อเกิดเพลิงไหม้ต้องทำอย่างไร?
อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีทีบี หรือ ttb analytics ระบุว่า ตามสถิติอุบัติเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า รถ EV มีความเสี่ยงที่เกิดเพลิงไหม้สูงกว่ารถยนต์ธรรมดา ถึง 10 เท่า พร้อมกันนี้ยังได้แนะการดับเพลิงรถยนต์ไฟฟ้าที่เกิดเพลิงไหม้ ไว้ดังนี้
- สิ่งแรกต้องรุ้ก่อนว่ารถยนต์เป็นประเภทอะไร Hybrid หรือ EV ซึ่งวิธี วิธีการง่ายๆให้ไปดูท้ายรถ จะมีระบุอยู่แล้ว ว่าเป็นระบบใด
- ก่อนเข้าทำการดับเพลิง ต้องใส่ SCBA และ PPE ให้ครบสมบูรณ์ เพื่อความปลอดภัย
- ต้องสามารถระบุตำแหน่งติดตั้งของ แบตเตอรี่ ว่าอยู่บริเวณใดของรถ เพราะระบบ Hybrid กับ EV จะนิยมติดตั้งต่างพื้นที่กัน โดยทั่วไป รถแบบ HYBRID แบตเตอรี่ ส่วนใหญ่จะอยู่ใต้ที่นั่งผู้โดยสารด้านหลัง หรือไม่ก็ใต้ที่เก็บของท้ายรถ ในขณะที่ถ้าเป็นรถยนต์ไฟฟ้า FULLY ELECTRIC แบตเตอรี่จะอยู่ใต้พื้นรถ
- เหตุผลที่ต้องทราบพื้นที่ติดตั้ง เพราะจะได้ตัดขั้นตอนค้นหาแบตเตอรี่ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาทุบทำลายเพื่อค้นหา
- น้ำเป็นสารดับเพลิงที่ดีที่สุด เพื่อใช้ในการดับเพลิงรถยนต์ไฟฟ้า โดยหลังจากข้อมูลครบถ้วน ให้เตรียมการฉีดน้ำเพื่อลดอุณหภูมิ (cooling)
- หากการฉีดน้ำ ไม่สามารถเข้าถึงแบตเตอรี่ได้ ให้นำอุปกรณ์ค้ำยัน เพื่อให้รถเอียงระดับนึง จะทำให้ฉีดน้ำไปที่แบตเตอรี่ได้
- น้ำที่ควรเตรียมไว้ประมาณ 35,000 ลิตร โดยอาจใช้เวลา 45 นาทีขึ้นไปเพื่อลดอุณหภูมิอย่างต่อเนื่อง
- อุปกรณ์จำเป็นเพื่อดูว่าอุณหภูมิ ลดลงไปหรือยัง ให้ใช้กล้องจับความร้อน (Thermal Imagine Camera) ดูว่าอุณหภูมิลดลงไปหรือยัง สิ่งสำคัญตรวจสอบแบตเตอรี่กล้องว่าพร้อมใช้งานระยะยาว
- สำคัญที่สุด สารดับเพลิงที่ 'ไม่' แนะนำให้ใช้คือ โฟม และ ผงเคมีแห้ง เนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ภายในแบตเตอรี่ได้ จึงไม่มีผลต่อการดับเพลิง ดังนั้น น้ำจึงเหมาะสมที่สุด เพื่อลดอุณหภูมิ
- ปัจจุบัน มีสารดับเพลิงประเภท แบตเตอรี่ Lithium-ion เฉพาะทาง ทั้งนี้ต้องศึกษาการใช้งาน ที่ถูกต้อง
- ศึกษาข้อมูลการดับเพลิงรถ EV เพิ่มเติมได้ จากสมาคมป้องกันอัคคีภัยและมาตรฐาน NFPA
ใช้อะไรในการดับไฟได้บ้าง?
ขณะที่สถาบันยานยนต์ ได้แนะวิธีดับไฟ เมื่อเกิดเพลิงไหม้แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ดังนี้
น้ำ สารดับเพลิงที่มีประสิทธิภาพและหาง่ายที่สุดในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อใช้ดับเพลิงไหม้รถยนต์ไฟฟ้าที่มีสาเหตุมาจากแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า โดยจำเป็นต้องใช้น้ำปริมาณมากและเวลาที่ค่อนข้างนาน ฉีดน้ำไปที่แบตเตอรี่ในการช่วยลดอุณหภูมิ (Cooling) อย่างต่อเนื่องจนกว่าเพลิงจะสงบลง โดยการลดอุณภูมิชั้นความร้อนให้ต่ำลง และควบคุมก๊าซที่ลุกไหม้และทำให้เปลวไฟหมดไป ซึ่งจะต้องฉีดน้ำไปถึงที่แบตเตอรี่ให้ได้
ถังดับเพลิงชนิด โฟม การฉีดโฟม เพื่อปกคลุมเชื้อเพลิงที่ลุกไหม้ให้ขาดออกซิเจนจะสามารถ ช่วยควบคุม ความร้อน และ เพลิงไหม้จากแบตเตอรี่ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น โดยจำเป็นต้องใช้น้ำ ดับเพลิงร่วมด้วย เพื่อไม่ให้้เกิดไฟลุกลามขึ้นซ้ำอีก
ถังดับเพลิงชนิดโฟม ไม่สามารถใช้กับเพลิงไหม้ที่เกิดกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ยังมีกระแสไฟฟ้าอยู่ หรืออุปกรณ์ที่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านอยู่ตลอดเวลาที่ทำงาน (เพลิงไหม้ประเภท c) เพราะถังดับเพลิงชนิดโฟมสามารถนำไฟฟ้าได้
ถังดับเพลิงชนิด ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สามารถช่วยดับเพลิงไหม้ในส่วนอื่น ๆ ของรถ EV ได้ ซึ่งเหมาะกับการดับเพลิง จากส่วนของอุปกรณ์ภายใน หรือ ประกายไฟภายนอกรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า ด้วยสารที่มีลักษณะเป็นไอเย็นจัด ซึ่งจะช่วยลดความร้อนของเพลิงไหม้ เพื่อป้องกันการลุกลามไปสู่แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าได้ในเบื้องต้น และต้องใช้น้ำตามในการดับไฟเท่านั้นถึงจะทำให้ไฟดับสนิทได้
การเกิดเพลิงไหม้จากแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า กรณีที่เกิดจากแบตเตอรี่จะใช้สารเคมี หรือ CO2 เพื่อควบคุมเพลิงได้ในเบื้องต้น และ "ต้องใช้น้ำตามในการดับไฟเท่านั้น" ถึงจะทำให้ไฟดับสนิทได้ ซึ่งจะใช้เวลาในการดับสนิท 100% ค่อนข้างนาน
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- MEA เปิดบริการตรวจสอบและรับรอง สถานีชาร์จรถ EV Charge Sure by MEA
- กฟภ. ยกเลิกติดตั้ง ‘มิเตอร์เครื่องที่ 2’ ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน เริ่ม 1 ก.ย. หลังพบใช้ผิดวัตถุประสงค์
- บอร์ดอีวี เคาะลดภาษีสรรพสามิต 'รถยนต์ HEV' 5 ปี กระตุ้นเงินลงทุน 5 หมื่นล้าน
ติดตามเราได้ที่