"ยังไม่ใช่วันของเรา" ปรีดิ์อัญ นักกีฬาขี่ม้าหัวใจใหญ่ ยอมหยุดเส้นทางโอลิมปิก 2024 เพื่อชีวิตของเพื่อนคู่ใจ
“ยังไม่ใช่วันของเรา” ปรีดิ์อัญ นักกีฬาขี่ม้าหัวใจใหญ่ ยอมหยุดเส้นทางโอลิมปิก 2024 เพื่อชีวิตของเพื่อนคู่ใจ
“เราขี่ม้ามาทั้งชีวิต รอมาทั้งชีวิตเพื่อวันนี้”
คือคำพูดของ ชนกภรณ์ การุณยธัช นักกีฬาไทยคนแรก ผู้สร้างประวัติศาสตร์ให้แก่วงการกีฬาไทย ด้วยการเป็นนักกีฬากระโดดข้ามเครื่องกีดขวางคนแรกที่ได้ผ่านเข้าไปแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์
ชนกภรณ์ การุณยธัช หรือชื่อเล่น ปรีดิ์อัญ เริ่มเรียนขี่ม้าตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ก่อนสร้างชื่อ คว้าแชมป์คิงคัพได้ตั้งแต่อายุ 14 ปี เป็นนักแข่งที่อายุน้อยที่สุดที่สามารถคว้าถ้วยพระราชทานมาครองได้
ในวัย 15 ปี เธอตัดสินใจขอครอบครัว ออกสู่โลกกว้าง ซึ่งได้การสนับสนุนอย่างเต็มที่จากคุณพ่อ พลตำรวจโท วรัญวัส การุณยธัช และคุณแม่ชุมพร รัตนะวีระวงศ์ ให้ย้ายไปเรียนขี่ม้าที่ประเทศไอร์แลนด์เหนือ พร้อมลงแข่งขัน และเรียนควบคู่กันไปด้วย จนจบการศึกษาในสาขาการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Politics and International Relations) ที่มหาวิทยาลัยนอตติงแฮม (University of Nottingham) ในปี 2018
ผลงานของ ปรีดิ์อัญ ในฐานะนักกีฬาขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง ทีมชาติ สร้างประวัติศาสตร์อย่างต่อเนื่อง เป็นนักกีฬากระโดดข้ามเครื่องกีดขวางคนแรก ที่ควอลิฟายผ่านเข้าร่วมแข่งขันขี่ม้า เวิลด์เกมส์ในปี 2018 ที่สหรัฐอเมริกา
ได้อันดับที่ 4 จากการแข่งขันขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง เอเชียนเกมส์ หางโจวเกมส์ และ อันดับที่ 5 จากรายการการแข่งขันรายการใหญ่ระดับเวิลด์คัพ ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ก่อนจะเป็นนักกีฬาขี่ม้าคนแรกของไทย สามารถควอลิฟายไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ได้สำเร็จ
แต่ทุกกีฬาย่อมมีอุปสรรคเสมอ โดยเฉพาะกับกีฬาที่ต้องคำนึงถึงเพื่อนคู่ใจอย่างกีฬาขี่ม้า ซึ่งนั่นทำให้ปรีดิ์อัญตัดสินใจไม่แข่งขันกีฬาต่อ เมื่อรับรู้ได้ถึงความผิดปกติของ “ทีน่า” ม้าคู่ใจที่เกิดอาการแพนิกและเกิดอาการตัวล็อก ขณะแข่งขันกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางประเภทบุคคล และอาจเกิดอันตรายได้หากเธอฝืนแข่งต่อ
ในคราแรกสำหรับการแข่งขันโอลิมปิกครั้งนี้ เธอตั้งใจที่จะใช้ “ดีไลลาห์” ม้าอีกตัวหนึ่งของเธอมาลงแข่ง
เธอกล่าวว่า ดีไลลาห์เปรียบเสมือนรักแรกพบ แต่เรื่องน่าเศร้าก็เกิดขึ้น เมื่อในระหว่างการออกแข่งเพื่อควอลิฟายโอลิมปิก ดีไลลาห์ได้นำพาเธอไต่ระดับคลาสสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างงดงาม
จวบจนกระทั่งในการแข่งขันคลาสที่ใหญ่ที่สุดในการกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง 5 ดาว หลังจากแข่งขันไปเกือบครบทุกด่าน จู่ๆ พื้นที่บริเวณนั้นก็เกิดยุบตัวลงและทำให้ดีไลลาห์เสียหลักสะดุด และทำให้ร่วงหล่นจากหลังม้า
อุบัติเหตุในครั้งนั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและน่าตกใจเป็นอย่างมาก เธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในทันทีและผลปรากฏว่าข้อเท้าด้านขวาหักและต้องเข้ารับการผ่าตัด
ในขณะที่ดีไลลาห์นั้นขาหัก ซึ่งนับเป็นความเจ็บปวดอย่างมากที่สุดของม้าตัวหนึ่ง เนื่องจากอาการนี้ไม่มีทางรักษาให้หาย และหากปล่อยไว้ม้าก็จะทรมานไปตลอดชีวิต ซึ่งหนทางเดียวที่จะช่วยเหลือดีไลลาห์ได้ก็คือ การการุณยฆาต ในทันที
โดยในอุบัติเหตุครั้งนั้นดีไลลาห์ได้พยายามปกป้องปรีดิ์อัญเพื่อให้เธอเจ็บน้อยที่สุด และปรีดิ์อัญก็เสียใจกับการจากไปของเพื่อนคู่ใจครั้งนั้นมาก เธอจึงยืนยันที่จะสานต่อความฝันและความพยายามของดีไลลาห์ ด้วยการรักษาตัวเองให้หายดี และพาทีน่าไปเยือนโอลิมปิกเกมส์ด้วยกัน
ซึ่งก่อนการแข่งขันโอลิมปิก ทีน่าได้ผ่านการแข่งขันมาเพียง 2 รายการ จึงอาจทำให้เกิดอาการแพนิกขึ้น และเพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้น เธอจึงได้ตัดสินใจหยุดการแข่งขันเพื่อให้ทีน่าปลอดภัย
ถึงแม้จะเสียใจมาก แต่ปรีดิ์อัญก็ได้กล่าวว่า เธอต้องยอมรับความพ่ายแพ้นี้ให้ได้ เนื่องจากในสถานการณ์นั้นเธอไม่สามารถทำอะไรได้ และม้าเองก็ไม่ได้ทำผิดอะไร นี่คือกีฬาที่มี 2 หัวใจ ซึ่งจะต้องพร้อมทั้งคนและม้า และครั้งนี้ยังไม่ใช่วันของเรา
อ้างอิงข้อมูลจาก
https://www.khaosod.co.th/sports/olympics2024/news-olympics2024/news_9348400
https://www.siamsport.co.th/other-sports/sports-world/50553/
https://www.th-hellomagazine.com/education/preean/
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ยังไม่ใช่วันของเรา” ปรีดิ์อัญ นักกีฬาขี่ม้าหัวใจใหญ่ ยอมหยุดเส้นทางโอลิมปิก 2024 เพื่อชีวิตของเพื่อนคู่ใจ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.sentangsedtee.com