โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘เซินเจิ้น’ เมืองของก๊อปในอดีต สู่ซิลิคอนวัลลีย์แห่งเอเชีย น่าอยู่มากกว่าฮ่องกง?

TODAY Bizview

อัพเดต 11 ก.ย 2567 เวลา 11.04 น. • เผยแพร่ 11 ก.ย 2567 เวลา 04.02 น. • workpointTODAY

สินค้าก๊อปเกรด A หมู่บ้านชาวประมง ความเจริญที่เข้าถึงน้อย เมืองที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก ใช่แล้วนี่คือนิยามใน ‘อดีต’ ของ ‘เซินเจิ้น’ (Shenzhen) เมืองในมณฑลกวางตุ้ง (Guangdong) ทางตอนใต้ของประเทศจีน มีอาณาเขตติดกับ ‘ฮ่องกง’

กว่า 40 ปีที่ผ่านมา ‘เซินเจิ้น’ ได้รับการปรับปรุงใหม่ ยกผังเมืองใหม่เกือบจะทั้งหมด ออกแบบอาคารตึกในเมืองให้ในดีไซน์เดียวกัน สร้างเมืองให้ดูใหม่และทันสมัย และการวางตำแหน่งให้เป็นเมืองสมาร์ตซิตี้มีธุรกิจเทคโนโลยีตั้งอยู่ จากนิยามเมืองเซินเจิ้นที่คนไทยคุ้นชินในอดีตเมื่อหลายปีก่อนว่าเป็นแหล่งขายสินค้าก๊อป หลายปีมานี้เซินเจิ้นมาสู่ภาพลักษณ์ใหม่ เมืองที่ถูกปรียบเทียบว่าเป็น ‘ซิลิคอนวัลลีย์แห่งเอเชีย’

TODAY Bizview มีโอกาสไปสำรวจในเมืองเซินเจิ้น ได้เห็นความเจริญของวิถีชีวิตของผู้คนแบบคนเมืองที่ดูเร่งรีบ ตึกอาคารดูทันสมัย ผู้คนเน้นขับขี่ รถยนต์ไฟฟ้า มากกว่ารถน้ำมันแล้ว เซินเจิ้นใช้เวลาก่อร่างพัฒนาความเป็นเมืองใหม่ในเวลา 40 ปี เมืองแห่งนี้ผ่านอะไรมาบ้าง ไปติดตามกัน

[ คนในท้องถิ่นมีแค่หลักหมื่น สู่การพัฒนาที่ดึงดูดคนเข้ามา ]

ในอดีตช่วงทศวรรษ 1900 เซินเจิ้นเป็นเพียงเมืองที่มีหมู่บ้านชาวประมง มีอุตสาหกรรมหลักๆ คือการผลิตสินค้าปลอมหรือที่เราเรียนกกันว่าของก๊อป โดยที่ในเมืองก็เงียบสงบ มีแต่พื้นที่สีเขียว บ้านเมืองดูโทรมๆ เก่าๆ และมีผู้คนที่เป็นคนในท้องถิ่นจริงๆ ประมาณ 30,000 คนเท่านั้น

จนกระทั่งช่วงปี 1980 รัฐบาล ‘เติ้ง เสี่ยวผิง’ กำหนดให้เซินเจิ้นเป็น ‘เขตเศรษฐกิจพิเศษ’ แห่งแรกของจีน เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และเป็นพื้นที่นำร่องสำหรับการปฏิรูปเศรษฐกิจของจีน ซึ่งช่วงนั้นเซินเจิ้นมีการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตแบบเบาเป็นหลัก เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า และของเล่น

การพัฒนาของเมืองนี้มีมาให้เห็นเรื่อยๆ เจริญไปกว่าเดิมแต่ไม่ได้รวดเร็ว (ช่วงปี 1990) ซึ่งช่วงนั้นเซินเจิ้นได้เป็นศูนย์กลางการลงทุนจากต่างประเทศด้วยนโยบายเศรษฐกิจแบบเสรีที่สนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการผลิตขั้นสูง ทำให้บริษัทเทคโนโลยีเริ่มมองพื้นที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางการผลิต ส่งผลให้ผู้คนเริ่มย้ายถิ่นฐานเข้าเซินเจิ้นมากขึ้น มีการเติบโตของ GDP อย่างรวดเร็ว

[ เส้นทาง ‘ซิลิคอนวัลลีย์แห่งเอเชีย’ ]

จนกระทั่งในปี 2000 เส้นทาง ‘ซิลิคอนวัลลีย์แห่งเอเชีย’ ก็เริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วที่เมืองแห่งนี้

ช่วงเวลานั้นเซินเจิ้นมีนโยบายเศรษฐกิจแบบเสรีที่สนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการผลิตขั้นสูง จนกระทั่งเมืองเริ่มกลายเป็นศูนย์กลางของการลงทุนขนาดใหญ่ระดับโลก มีบริษัทเทคโนโลยีที่มียักษ์ใหญ่ อาทิ Huawei, ZTE, BYD, และ DJI มาตั้งฐานออฟฟิศและฐานการผลิต

ภายในเมืองมีตึกสูงมากมาย มีอาณาจักรของบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ของจีนอย่าง Huawei ที่พื้นที่รองรับพนักงานได้มากถึง 2 แสนคน มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดด GDP ก็โตต่อเนื่อง

ในมุมการพัฒนาจากรัฐบาลก็ยังไม่หยุด เพราะเน้นให้เมืองมีตึกสูงมากมายแล้ว แต่ก็ยังมีการพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้มีพื้นที่สีเขียวควบคู่ไปด้วย ทำให้เซินเจิ้นดูเป็นเมืองใหม่ที่ดึงดูดนักลงทุนได้ไม่น้อย

[ ความพีคฮ่องกงซาลง คนเข้ามาทำงานเซินเจิ้นเพิ่ม ]

มากไปกว่านั้น เซินเจิ้นเป็นเมืองที่อยู่ใกล้ ‘ฮ่องกง’ เขตเศรษฐกิจพิเศษเช่นกัน แต่ปัจจุบันในสายตานักลงทุนนั้น เซินเจิ้นมีความน่าสนใจมากขึ้น

จนเกิดเป็นคำพูดในจีนที่ว่า ‘ฮ่องกงเริ่มเน่า คนเข้ามาทำงานเซินเจิ้น’ โดยสถานการณ์ปัจจุบันของฮ่องกงนั้นมีเรื่องของค่าครองชีพที่สูง ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าที่อยู่อาศัย เปรียบเทียบง่ายๆ ว่ามีเงิน 1 ล้านดอลลาร์หรือราวๆ 35 ล้านบาทซื้อที่ดินใจกลางเมืองฮ่องกงได้เพียง 22 ตารางเมตรเท่านั้น

ขณะที่เซินเจิ้นมีค่าครองชีพที่ถูกกว่า มีเงิน 1 ล้านดอลลาร์หรือราวๆ 35 ล้านบาทซื้อที่ดินใจกลางเซินเจิ้นได้ราวๆ 80 ตารางเมตรเลยทีเดียว

ทำให้เริ่มมีคนจากฮ่องกงมองหางานในเซินเจิ้นมากขึ้น เพราะมีตำแหน่งงานที่มากกว่า เมืองกำลังอยู่ในการพัฒนา และถ้าหากเดินทางโดยไฟฟ้าความเร็วสูงจากฮ่องกงมาเซินเจิ้นก็ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น

แต่ในอีกมุมหนึ่ง 2 เมืองนี้ก็ยังพึ่งพาพึ่งอาศัยทางเศรษฐกิจ เพราะฮ่องกงยังคงเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการเงินที่สำคัญของโลก มีระบบธนาคารที่แข็งแกร่ง ตลาดหลักทรัพย์ที่เข้มแข็ง และระบบภาษีที่มีข้อได้เปรียบ ทำให้เป็นที่ตั้งของบริษัททางการเงินและกองทุนระหว่างประเทศ

ขณะที่เซินเจิ้นเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลก ทำให้ทั้งสองเมืองเชื่อมโยงกันผ่านการค้าขายและการลงทุนข้ามพรมแดน โดยบริษัทในฮ่องกงมักใช้เซินเจิ้นเป็นฐานการผลิต ขณะที่บริษัทในเซินเจิ้นใช้ฮ่องกงเป็นช่องทางในการเข้าถึงตลาดโลกเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ถ้าพูดถึงในความน่าอยู่ตอนนี้ก็ต้องบอกว่าเซินเจิ้นก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะการพัฒนาที่ก้าวกระโดด มีผู้สนับสนุนหลักคือรัฐบาล นโยบายที่เอื้อต่อการลงทุน ในอนาคตอาจจะได้เห็นการเติบโตที่ก้าวกระโดดของเมืองนี้อีกเรื่อยๆ เพราะที่ผ่านมาใช้เวลาแค่ราว 40 ปีเท่านั้น ยังพัฒนามาได้ถึงขนาดนี้

ที่มา

  • https://thediplomat.com/2020/12/how-can-shenzhen-replace-hong-kong/
    [    * [https://thediplomat.com/2019/08/chinas\-grand\-plans\-for\-shenzhen/](https://thediplomat.com/2019/08/chinas-grand-plans-for-shenzhen/) ,     * [https://www.rieti.go.jp/en/china/16060801.html](https://www.rieti.go.jp/en/china/16060801.html) ,     * [https://multimedia.scmp.com/infographics/news/china/article/3100043/shenzhen\-special\-economic\-zone/index.html](https://multimedia.scmp.com/infographics/news/china/article/3100043/shenzhen-special-economic-zone/index.html) ]
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...