กู้ภัยเผย เหตุรถบัสไฟไหม้ มีประตู 5 บาน ไม่พบรอยเปิดจากข้างใน สุดสลดเห็นร่างผู้เสียชีวิต
กู้ภัยเผย เหตุรถบัสไฟไหม้ มีประตู 5 บาน แต่ไม่พบร่องรอยเปิดจากภายใน สุดสลดหลังเห็นร่างผู้เสียชีวิตในรถ ลำเลียงออกมาแล้ว 16 ร่าง
จากกรณีเหตุการณ์โศกนาฏกรรมรถบัสทัศนศึกษานักเรียนโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จ.อุทัยธานี เกิดเหตุเพลิงไหม้ บริเวณถนนพหลโยธินขาเข้า ช่วงบริเวณหน้าเซียร์รังสิต ช่องทางขวา ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ทำให้มีผู้เสียชีวิตได้รับบาดเจ็บ และสูญหายจำนวนมาก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
วันที่ 1 ต.ค.67 นายปิยะลักษณ์ ถิ่นแก้ว เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัย เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบลักษณะของรถบัสคันดังกล่าวพบว่ามี 2 ชั้น โดยชั้นล่างถูกปรับแต่งไว้เก็บสัมภาระ ขณะที่ชั้น 2 เป็นชั้นผู้โดยสาร
- อ่านข่าว เปิดภาพวงจรปิด รถบัสทัศนศึกษา ขับเซไปมาชนเบนซ์ ก่อนเสยเกาะกลางไฟไหม้
- อ่านข่าว เตรียมออกหมายจับ คนขับรถบัส หลังเกิดไฟไหม้ รรท.ผบ.ตร.ยันไม่รอให้มามอบตัว
- อ่านข่าว ครูเล่าทั้งน้ำตา นาทีช่วยเด็กหนีตาย รถบัสไฟไหม้ เห็นโดดหน้าต่างมีไฟลุกที่ตัว
โดยรถคันดังกล่าวมีประตูทั้งหมด 5 จุด จากการตรวจสอบพบว่า ประตูหน้าด้านขวาที่อยู่ในตำแหน่งคนขับและประตูฉุกเฉินด้านล่างขวาไม่สามารถใช้การได้ เนื่องจากถูกปิดกั้นจากแบริเออร์เกาะกลางถนน
ส่วนประตูหน้าข้างคนขับด้านล่างซ้าย และประตูกลางรถ ไม่พบร่องรอยการเปิดจากภายใน ซึ่งคาดว่าอาจได้รับความเสียหายจากระบบไฟฟ้าที่ใช้เปิดประตู เช่นเดียวกับประตูฉุกเฉินที่อยู่ท้ายรถไม่พบร่องรอยของการเปิดจากภายในเช่นกัน
ลักษณะของร่างของผู้เสียชีวิตที่พบภายในรถ จากประสบการณ์คาดว่าต้นเพลิงอาจมาจากชั้นล่าง โดยผู้เห็นเหตุการณ์พยายามใช้สัญชาตญาณเอาตัวรอด โดยวิ่งหนีไปที่ท้ายรถก่อนที่จะเสียชีวิตในลักษณะพยายามหลบหนีอยู่ใต้เก้าอี้
ต่อมาเวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันลำเลียงร่างของผู้เสียชีวิตออกจากเหตุรถบัสคันเกิดเหตุ ขณะที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจรายงานว่าสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้แล้ว 16 ร่าง สภาพร่างส่วนมากถูกเผาไหม้ทั้งหมด
ทั้งนี้การเคลื่อนย้ายที่เป็นไปด้วยความล่าช้า เนื่องจากผู้เสียชีวิตส่วนมากรวมกันอยู่ด้านหลังของรถและอยู่ใต้เบาะ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่าง ค่อยๆ ตัดชิ้นส่วนของรถลำเลียงร่างออกมา
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กู้ภัยเผย เหตุรถบัสไฟไหม้ มีประตู 5 บาน ไม่พบรอยเปิดจากข้างใน สุดสลดเห็นร่างผู้เสียชีวิต
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th