รีวิว | Land of Tanabata ซีรีส์ญี่ปุ่นที่ชวนคุณไปค้นปริศนาของพลังสร้าง “รู” คืออะไรกันแน่ ?
LSA Thailand
อัพเดต 06 ส.ค. 2567 เวลา 11.23 น. • เผยแพร่ 09 ส.ค. 2567 เวลา 08.30 น. • Lifestyle Asia Thailandหากใครเป็นแฟนมังงะญี่ปุ่นก็ต้องดีใจมาก เพราะในปี 2024 นี้มีไลฟ์แอคชั่นถึง 2 เรื่อง จากผลงานสุดแหวกแนวของนักเขียน “Hitoshi Iwaaki”ทางฝั่งเกาหลีส่ง “Parasyte: The Grey”ออนแอร์บน Netflix มาแล้ว ครั้งนี้ถึงคราวของทางญี่ปุ่นก็เสนอ“Land of Tanabata”ที่สตรีมมิ่งทาง Disney+ Hotstar มาดูบ้าง ใครที่ยังดูไม่จบทั้ง 10 EP วันนี้ LSA มีรีวิวเรียกน้ำย่อยมาฝากกัน
Spoiler Alert!!! บทความนี้อาจมีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญบางส่วนจากในซีรีส์
Lifestyle Asia rating: 3/5
ประเภท: Horror สืบสวน พล็อตสุดล้ำ เหนือธรรมชาติ แหวกแนว แหกรูปริศนาของพลังพิเศษ เอฟเฟกต์เลือดสาดกระจาย ตัดอวัยวะ ระทึกขวัญ-ไขปริศนาในหมู่บ้านลับแลที่ผู้คนไม่น่าไว้วางใจ กับพิธีกรรมลึกลับ
นักแสดง:
- Kanata Hosoda รับบทเป็น มินามิมารุ โยจิ หรือ นัมมารุ
- Ryoko Fujino รับบทเป็น ฮิงาชิมารุ ซาจิโกะ
- Shuhei Uesugi รับบทเป็น ฮิงาชิมารุ ทาคาชิ
- Kiryu Mai รับบทเป็น เอมิ ซายูริ
- Hiroshi Mikami รับบทเป็น มารุคามิ มาซามิ
- Takayuki Yamada รับบทเป็น มารุคามิ โยริยูกิ
ผู้กำกับ: Yusuke Taki
จำนวนตอนทั้งหมด: 10
ความยาวต่อตอน: ตั้งแต่ 30 นาที – 1 ชั่วโมง
ดูได้ที่ไหน: Disney+Hotstar
ดูได้เมื่อไหร่: 4 มิถุนายน 2024
เราชอบอะไรในซีรีส์เรื่องนี้: ขึ้นชื่อว่าเป็นซีรีส์ฉบับคนแสดงจริง จากผลงานของอาจารย์ ‘ฮิโตชิ อิวากิ’ผู้เขียนพลอตแหกแนวอย่างมังงะเรื่องปรสิต (Parasyte)ที่นำมาทำเป็นซีรีส์ทาง Netflix เรื่อง Parasyte: The Greyก็แทบอยากจะสมัครสมาชิกกดเข้าไปดูแล้วล่ะ ถึงแม้ฝั่งเกาหลีจะเน้นที่ความสมจริงของสัตว์ประหลาด ดึงดราม่า ในสไตล์ที่ถนัด แต่Land of Tanabataก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง ความเป็นมังงะที่มีเสน่ห์ก็มาเต็ม ผสมกับการเล่าเรื่อง การแสดง บรรยากาศ งานภาพ แบบญี่ปุ่นๆ แค่นี้เราก็ซื้อแล้ว แถมมาแทรกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ความลึกลับ และพลังวิเศษแปลกๆ อย่างการสร้าง “รู”ก็ยิ่งทำให้น่าสนใจเข้าไปอีก
เราไม่ชอบตรงไหน: หากใครไม่ใช่สาวกมังงะ หรือ ชอบดูหนังและซีรีส์ญี่ปุ่น อาจจะขัดใจแน่นอน กับความเชื่องช้าในการเล่าเรื่อง เต็มไปด้วยฉากสนทนาของตัวละครจนเอียน อารมณ์แบบแอบงีบหลับหรือกดข้ามไป 10 วิ แล้วก็ยังคุยกันไม่จบ ไม่ได้มีช่วงไคลแมกซ์ ตื่นเต้น หวือหวาอะไรเท่าไหร่ คำแนะนำคือสามารถเลือกเรื่องใหม่ดูได้เลยน่ะ เพราะบางครั้งแนวนี้ก็อาจจะเฉพาะทางจริงๆ Parasyte: The Grey อาจจะมีการดำเนินเรื่องที่สนุก ตรงใจคุณมากกว่า
เนื้อเรื่องย่อ: “โยจิ มินามิมารุ” หรือที่รู้จักกันในชื่อเล่นว่า“นันมารุ”เป็นนักศึกษาที่มีความสามารถเหนือธรรมชาติในการสร้าง “รู” เล็กๆ บนสิ่งของต่างๆ วันหนึ่ง โยจิได้ค้นพบว่าศาสตราจารย์ด้านการศึกษาตำนานพื้นบ้านของเขา ได้หายตัวไปหลังจากทำการสำรวจภาคสนามใน“หมู่บ้านมารุกามิ” ในขณะเดียวกันนั้น ก็เกิดการฆาตกรรมลึกลับขึ้นในหมู่บ้านเดียวกันนั้นเอง มินามิมารุและเพื่อนร่วมชั้นจึงตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านมารุกามิเพื่อตามหาศาสตราจารย์ แต่ดันไปเจอกับเทศกาลทานาบาตะนอกฤดูกาลที่น่าขนลุก ไม่นาน กลุ่มของเขาก็พบว่าตัวเองเข้าไปพัวพันกับปริศนาเหนือธรรมชาติที่ยากจะหาคำตอบ
‘ผู้อยู่แค่เอื้อม’ ‘ผู้เปิดหน้าต่าง’
ก่อนอื่นต้องถามก่อนว่าใครเป็นโรคกลัวรู (Try pophobia) ยกมือขั้น ? ถึงแม้ว่าฉากในเรื่องอาจจะไม่ได้หมายถึงรูเยอะมากถึงขนาดที่จะทำให้คุณขยะแขยงได้ แต่ถ้าใครที่อ่อนไหวต่อเรื่องรูๆ ก็คงจะแอบหลอนอยู่ไม่น้อย “รู”ที่อยู่ในเรื่องมาในรูปของความสามารถพิเศษจากตระกูลในหมู่บ้านลึกลับ ที่เชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวมอบพลังพิเศษนี้มาให้ และสืบทอดกันผ่านทายาทเท่านั้น ถึงตอนนี้หลายคนก็คงขมวดคิ้วว่า อะไรน่ะ! ซีรีส์ญี่ปุ่นมีมนุษย์ต่างดาว คำตอบคือถูกต้องที่สุดเลย หากใครเป็นแฟนมังงะ นี้เป็นพล็อตที่ไม่แปลกประหลาดอะไรเลย โดยเฉพาะจาก อาจารย์ ‘ฮิโตชิ อิวากิ’ แล้วด้วย ยกตัวอย่างเหล่าปรสิตที่มาฟาดหนวดยั้วเยี้ยเต็มหัว โผล่ติ่งเป็นดวงตาออกมาจากมือ ก็แลดูจะเป็นเรื่องปกติมากๆ
“นันมารุ”
พระเอกของเราก็มาแบบคาแรคเตอร์เนิร์ดๆ ไม่เอาไหน ถอดแบบจากหนังและซีรีส์จากแดนอาทิตย์อุทัยมากๆ คนที่ใช้พลังสร้างรูได้ จะถูกเรียกว่า ‘ผู้อยู่แค่เอื้อม’เค้าเริ่มที่จะเรียนรู้ความสามารถในการสร้าง “รู” จากวัสดุเล็กๆ ก่อน แต่หารู้ไม่ว่า ขีดความสามารถนี้ อาจทำให้ผู้คนล่มตาย สร้างความโกลาหลให้ทั้งเมือง เปิดเรื่องมาด้วยปมด้วยฆาตกรรมปริศนาในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ศพถูกคว้านมือและหัวอย่างน่าสยดสยอง ก่อนเบาะแสต่าง ๆ จะเชื่อมโยงไปยังเหล่าบรรพบุรุษหลายชั่วอายุ มีกลิ่นอายซีรีส์ระทึกขวัญ-ไขปริศนาในหมู่บ้านลับแลแบบ Gannibal ใครที่เป็นแฟนอยู่แล้วน่าจะชอบได้ไม่ยาก
จากในตัวอย่างก็แอบสปอยล์มาบ้างแล้ว กับประเด็นทางประวัติศาสตร์ที่อ้างอิงถึงการย้อนกลับอดีต ยุคเซ็นโงกุช่วงปี 1564 หัวหน้าเผ่ามารุคามิต้องพบกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก เมื่อญาติของเขาถูกสังหารโดยขุนนางชั้นสูง เนื่องจากการปฏิเสธที่จะทำลายภูเขามารุคามิ ที่มีรูปร่างคล้าย “พุดดิ้ง” ที่มีลักษณะยอดเขาปลายตัด เพื่อนำไปสร้างปราสาท ตั้งใจให้เป็นฐานที่มั่นต่อต้านกองทัพซึ่งเป็นศัตรูของชิมาเดระ แต่หลังจากการทรยศของเผ่ามารุคามิ ชิมาเดระจึงนำกองทัพทหารกว่า 3,000 นาย มาเพื่อหวังทำลายล้างชาวบ้าน ในขณะที่กำลังเฉลิมฉลอง “เทศกาลทานาบาตะ”อยู่ แต่ชาวเผ่ามารุคามิก็ได้ใช้พลังต่อสู้จนสามารถทำลายล้างกองทัพทั้งหมดลงได้ ที่บนศพทหารจะมีรูอยู่ตามที่ต่างๆ จึงกลายเป็นปริศนาที่เล่าขานสืบต่อกันมา โดยทิ้งความสงสัยไว้ว่าพวกเขาได้พลังนี้มาจากไหน และใครคือ ‘ผู้เปิดหน้าต่าง’ ชายมือยาวที่สวมหมวกปิดหน้าตาคือใคร ? อาจเป็นมนุษย์ต่างดาวหรือไม่ ?
แล้วทำไมต้องเป็น “รู” ?
น่าจะเป็นคำถามที่หลายคนสงสัยมากที่สุด หากจะตอบคำถามนี้ในแบบของเราคือ “เพราะนี้คือมังงะยังไงล่ะ!” อะไรที่แปลกแหวกแนว ชวนสงสัย พิศดารล้ำๆ ก็ต้องยกให้เค้าเป็นที่หนึ่ง แค่โปสเตอร์ออกมาก็สะดุดตาเราได้แล้ว จากรูปตึกที่ถูกคว้านเป็นทรงกลมผิดธรรมชาติ ทำให้รู้ว่าพลังนี้โหดพอสมควร ส่วนฉากเลือดสาด อวัยวะขาด ก็มีให้เห็นเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ไม่ใช่แกนหลักทั้งหมดของเรื่อง
สิ่งที่เราชอบมากๆ คือ การสร้างบรรยากาศแห่งความไม่น่าไว้วางใจ ในหมู่บ้านชนบทลึกลับ ชาวบ้านทำตัวแปลกๆ มีพฤติกรรมน่าสงสัย ท่ามกลางวัฒนธรรม ประเพณี ที่ดูไม่ปกติ คล้ายลัทธิอะไรสักอย่าง สิ่งนี้ต่างหากที่ดึงดูดเราให้ติดตาม การสืบไขปมต่างๆ ไปเรื่อยๆ ซึ่งขัดกับการผจญภัยหาคำตอบหาคนหายของแก๊งเด็กมหาลัยเอามากๆ โดยแต่ละ EP ก็จะพาเราถลำลึก คลายปมต่างๆ เฉลยมาให้เรารู้เป็นระยะ ที่ต้องชมอีกอย่างคืองาน CGI ทำได้แนบเนียนตามมาตรฐาน ไม่ขัดตา โดยเฉพาะการเนรมิตสิ่งที่เป็น“รู” ในลักษณะต่างๆ ทำให้เราดูเชื่อว่าเกิดขึ้นจริง มาพร้อมกับซาวด์สกอร์ที่แอบชวนชนลุกได้ทุกที และเล่นใหญ่ระทึกขึ้นตามขนาดของรู โปรดักชัน งานสร้างฉาก โลเคชั่น ก็ดูสมจริง แต่ขอหักคะแนนตรงเลเวลพลังของนักแสดงหน่อยแล้วกัน ดูเล่นใหญ่จัดเต็มมากหรืออาจจะเพราะเราไม่ค่อยชินกับแนวญี่ปุ่นก็ไม่ทราบ
ช่วงหักคะแนน!
จุดที่เราจะหักคะแนนก็มีอยู่ไม่น้อย ปัญหาใหญ่คือ “การเล่าเรื่อง”ถึงแม้ตัวอย่างจะดูน่าสนใจ ที่สำหรับบางคนก็อาจจะบอกว่าไม่ตรงปก เนื้อเรื่องยืดเยื้อ จังหวะการเล่าก็แย่มาก คุณจะได้ชมเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละตอน ซึ่งยาวเกือบชั่วโมง และค่อยๆ ยืดเยื้อในช่วงเวลาที่เหลือ คุณจะไม่ได้อินกับตัวละครแสนน่าเบื่อที่ดูจะปฏิสัมพันธ์กัน บางอย่างก็ไม่ค่อยสมเหตุสมผลด้วย เรื่องนี้น่าจะเหมาะกับการอ่านเป็นนิยายหรืออนิเมะมากกว่า
ถึงแม้จะมีบทวิจารณ์ดีๆ มากมายบนอินเทอร์เน็ต แต่หากใครไม่อินกับจังหวะช้าๆ เนิบๆ ก็อาจจะไม่เข้าใจเลย โดยเฉพาะบทสนทนา ยิ่งหากใครฟังแบบ Original Soundtrack เพื่อรับอรรถรส ประสาทสัมผัสทางตาและการประมวลผล ก็น่าจะทำงานหนักหน่อย ที่เหมือนตัวละครพูดเรื่องเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าในแต่ละตอน ขนาดหลับไปแล้ว ตื่นมาก็ยังพูดเรื่องเดิมอยู่ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม สิบปากว่า…ก็ไม่เท่าตาเห็น ยิ่งเป็นความบันเทิงด้วยแล้ว ความชอบคือนานาจิตตัง สำหรับใครที่เป็นสาย อนิเมะ มังงะ ไขปริศนา สืบสวนสอบสวน หาคำตอบ ชอบความลึกลับ เหนือธรรมชาติ กับพล็อตสุดล้ำ ก็อาจจะกดเพิ่มเป็นลิสต์ที่ต้องลองดูก่อนก็ได้ แนะนำไปพิสูจน์ 10 ตอน รวดไปเลย สตรีมแล้วทาง Disney+ Hotstar
อ่านบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์ ซีรีส์ และเรื่องบันเทิงสนุก ๆ ได้ ที่นี่เลย
Main, Hero and Featured images: Disney+ Hotstar
The information in this article is accurate as of the date of publication.