โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

'ฮิซบุลลอฮ์' แกร่งแค่ไหน? บทวิเคราะห์แสนยานุภาพในการรบกับอิสราเอล

The Better

อัพเดต 25 ส.ค. 2567 เวลา 05.06 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2567 เวลา 03.57 น. • THE BETTER

เบื้องหลังสถานการณ์
ฮิซบุลลอฮ์ (Hezbollah) ก่อตั้งโดยผู้นำศาสนาอิสลามในเลบานอนเพื่อต่อสู้กับการรุกรานเลบานอนของอิสราเอลในปี 1982 โดยยึดตามแนวทางที่อายาตอลเลาะห์ รูฮอลเลาะห์ โคมัยนี ผู้นำสูงสุดด้านศาสนาของอิหร่านวางไว้หลังจากการปฏิวัติอิหร่านในปี 1979 และผู้ก่อตั้งพรรคได้ใช้ชื่อ "ฮิซบุลลอฮ์" ตามที่โคมัยนีเลือก ตั้งแต่นั้นมา ความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างอิหร่านและฮิซบอลเลาะห์ก็ได้พัฒนาขึ้น โดยฉพาะการสนับสนุนด้านอาวุธ

ฮิซบุลลอฮ์ถือเป็นศัตรูตัวฉกาจของอิสราเอล และมักจะโจมตีอิสราเอลจากเลบานอนมาที่ภาคเหนือของอิสราเอล และอิสราเอลมักตอบโต้ด้วยการส่งกำลังรุกเข้าไปในภาคใต้ของเลบานอน ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับฮิซบุลลอฮ์ยิ่งทำให้ความขัดแย้งนี้ซับซ้อนขึ้น เพราะอิหร่านก็ถืออิสราเอลเป็นศัตรูตัวฉกาจเช่นกัน และความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลมาถึงฉากใหม่ในปีนี้ เมื่ออิสราเอลมีส่วนกับการลอบสังการผู้นำของกลุ่มฮามาสถึงในกรุงเตหะราน ทำให้อิหร่านประกาศตอบโต้

ในปีนี้การโจมตีระหว่างอิสราเอลกับฮิซบุลลอฮ์ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี แต่สถานการณ์เริ่มรุนแรงจนกลัวกันว่าอาจกลายเป็นสงครามใหญ่ สาเหตุมาจาก เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2024 ฟูอัด ชุกร์ ผู้นำกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ ถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในกรุงเบรุต อิสราเอลกล่าวหาชุกร์ว่าเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีที่มัจดาลชามส์เมื่อสามวันก่อน ซึ่งทำให้เด็กและผู้ใหญ่หนุ่มสาวเสียชีวิต 12 คนในเขตที่ราบสูงโกลันที่ถูกอิสราเอลยึดครอง

ต่อมาเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2024 อิสมาอิล ฮานิเยห์ ผู้นำทางการเมืองของกลุ่มฮามาส ซึ่งเป็นพันธมิตรกับฮิซบุลลอฮ์ และอิหร่าน ถูกสังหารในเกสต์เฮาส์แห่งหนึ่งในกรุงเตหะราน ในการตอบสนองต่อการลอบสังหารครั้งนี้ อิหร่านได้ระบุว่าจะตอบโต้ด้วยกำลังทหาร โดยกล่าวหาอิสราเอลว่าเป็นผู้สังหารฮานิเยห์ ฮัสซัน นาสรัลเลาะห์ เลขาธิการกลุ่มฮิซบุลเลาะห์ กล่าวว่ากลุ่มได้เข้าสู่ช่วงใหม่ของความขัดแย้งกับอิสราเอล เพื่อตอบสนองต่อการเสียชีวิตของชุกร์และฮานิเยห์

เดือนสิงหาคมสถานการณ์ตึงเครียดขึ้น และวันที่ 25 สิงหาคม อิสราเอลเริ่มปฏิบัติการทางทหารเชิงป้องกันในเลบานอนตอนใต้เพื่อโจมตีเป้าหมายของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ ในวันเดียวกันนั้น ฮิซบุลเลาะห์ประกาศเว่าได้ยิงจรวดและโดรนจำนวนมากไปที่อิสราเอล โดยระบุว่า "ในบริบทของการตอบโต้เบื้องต้น" ต่อการสังหารผู้บัญชาการฟูอัด ชุกร์เมื่อเดือนที่แล้ว ฮิซบอลเลาะห์กล่าวว่า "ได้เริ่มโจมตีทางอากาศด้วยโดรนจำนวนมาก" โดยกำหนดเป้าหมายลึกเข้าไปในอิสราเอล แถลงการณ์ของกลุ่มระบุ นอกจากนี้ เครื่องบินขับไล่ยังโจมตี "ตำแหน่งและค่ายทหารของศัตรูหลายแห่ง รวมถึงฐานทัพไอรอนโดม… ด้วยจรวดจำนวนมาก" โดยกล่าวเสริมว่า "ปฏิบัติการทางทหารจะต้องใช้เวลาสักระยะจึงจะเสร็จสมบูรณ์"

เปิดคลังแสงฮิซบุลลอฮ์
เรื่องแสนยานุภาพของฮิซบุลลอฮ์ มีการประมาณการแตกต่างกันไปมาก แต่ในเดือนตุลาคม 2021 ฮัสซัน นาสรัลเลาะห์ ผู้นำของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ อ้างว่าองค์กรของเขามีนักรบที่ผ่านการฝึกฝนแล้ว 100,000 คน แต่ในปี 2017 บริษัทด้านข่าวกรองระดับโลก คือ Janes ประเมินกำลังพลของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ไว้ที่นักรบประจำการมากกว่า 20,000 คนและทหารสำรองประมาณ 20,000 คน แต่นี่เป็นแค่การประเมิน ซึ่งก็ยังประเมินไม่ตรงกัน เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า ไม่มีมครรู้จริงว่าฮิซบุลเลาะห์มีอาวุธอะไรบ้างและมีปริมาณเท่าใด ฮิซบุลเลาะห์เองก็แทบจะไม่เคยพูดถึงอาวุธของพวกเขาเลย

กระนั้นก็ตาม ฮิซบุลเลาะห์ได้รับการยกย่องมานานแล้วว่าเป็นกองกำลังที่ไม่ใช่รัฐที่มีอาวุธที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคหรือในโลก และคลังอาวุธของฮิซบุลเลาะห์ก็เติบโตขึ้นทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณในช่วงเวลากว่าสามทศวรรษ บริษัทด้านข่าวกรองของสหรัฐฯ Stratfor บรรยายว่าฮิซบุลเลาะห์เป็น "กองกำลังรบที่ไม่ใช่รัฐที่มีอุปกรณ์ครบครันที่สุดในโลก" และแหล่งข้อมูลอื่นอีกจำนวนหนึ่งก็กล่าวอ้างในลักษณะเดียวกัน

ฮิซบุลลอฮ์ได้รับเงินทุนบางส่วนจากอิหร่านและได้รับการฝึกจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน งบประมาณทางทหารของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์อยู่ที่ 700 ล้านดอลลาร์ตามการประมาณการอย่างเป็นทางการของสหรัฐฯ ในปี 2018 นั่นหมายความว่าเวลาที่อิหร่านกับอิสราเอลเกิดความขัดแย้งกัน การโจมตีก็จะเกิดขึ้นโดยฮิซบุลลอฮ์หรือต่อฮิซบุลลอฮ์ เนื่องจากฐานที่มั่นของฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอนใกล้กับอิสราเอล

ฮิซบุลเลาะห์มีขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานและต่อต้านเรือจำนวนจำกัด รวมถึงขีปนาวุธต่อต้านรถถังหลายพันลูก กลุ่มนี้ไม่มีเครื่องบินพร้อมคนขับ รถถัง หรือรถหุ้มเกราะในเลบานอน ดังนั้น เมื่อวัดแสนยานุภาพโดยรวมแล้ว ฮิซบุลลอฮ์ไม่สามารถต้านทานอำนาจทางอากาศของอิสราเอลได้ และแม้ว่าหน่วยทหารราบเบาและหน่วยต่อต้านรถถังของกลุ่มฮิซบุลเลาะห์จะมีศักยภาพการรบที่ดี แต่กองกำลังฮิซบุลเลาะห์โดยรวมนั้นอ่อนแอกว่ากองกำลังป้องกันอิสราเอลทั้ง "เชิงปริมาณและคุณภาพ"

จากข้อเขียนของ แม้จะด้อยกว่าอิสราเอลในทุกด้าน Zoran Kusovac นักวิเคราะห์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ระบุในรายงานของ Al Jazeera ว่า "ด้วยกำลังใจจากความสำเร็จในช่วงแรกและการสนับสนุนจากอิหร่าน ฮิซบุลเลาะห์จึงพัฒนากองกำลังติดอาวุธที่กลายมาเป็นกองกำลังรบที่น่าเกรงขามอย่างรวดเร็ว แข็งแกร่งมากจนอาจกล่าวได้ว่าเป็นกองกำลังอาหรับเพียงกองกำลังเดียวที่เคยเอาชนะอิสราเอลในสมรภูมิได้ ในปี 2000 การต่อต้านของฮิซบุลเลาะห์บังคับให้อิสราเอลยุติการยึดครองเลบานอนใต้" โดยทั่วไปแล้ว ฮิซบอลเลาะห์มีอาวุธเพียงพอที่จะพยายามต่อสู้กับอิสราเอล

ฮิซบุลเลาะห์ยังได้สร้างคลังอาวุธ อุโมงค์ และบังเกอร์จำนวนมากในเลบานอนตอนใต้ ซึ่งติดกับอิสราเอล และมีหน่วยข่าวกรองขนาดใหญ่ด้วย นอกจากนี้ จุดแข็งทางยุทธวิธีของกลุ่มฮิซบุลเลาะห์คือการกำบังและซ่อน การยิงตรง และการเตรียมตำแหน่งการสู้รบ ในขณะที่จุดอ่อนของพวกเขาคือการรบแบบเคลื่อนที่ การยิงปืนขนาดเล็กและการป้องกันทางอากาศ แต่ฮิซบุลเลาะห์ไม่สามารถป้องกันการโจมตีทางอากาศได้ ดังนั้น องค์กรจึงหลีกเลี่ยงการซื้อระบบอาวุธขนาดใหญ่หรือราคาแพงมาโดยตลอด

Photo - ควันพวยพุ่งขึ้นจากการโจมตีของอิสราเอลที่หมู่บ้านคีอัม ทางตอนใต้ของเลบานอนเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2024 ท่ามกลางการปะทะกันข้ามพรมแดนระหว่างทหารอิสราเอลและกลุ่มนักรบฮิซบุลเลาะห์ห์ กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนกล่าวเมื่อวันที่ 24 สิงหาคมว่าการโจมตีของอิสราเอลทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย รวมถึงเด็ก 1 ราย ในพื้นที่ต่างๆ ทางตอนใต้ โดยกลุ่มฮิซบุลเลาะห์ระบุว่ามีนักรบ 5 รายเสียชีวิตในจำนวนนี้ด้วย (ภาพโดย Rabih DAHER / AFP)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...