โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผลไม้บ้านๆ คุณค่าเทียบเนื้อแพง กินไปช่วย "ล้างไขมัน" ทั้งในเลือดและในตับ!

sanook.com

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
อาหารบ้านๆ ที่มากประโยชน์ ช่วยดูแลไขมันในเลือด-ไขมันพอกตับได้!

"มะเขือเปราะ" อาหารบ้านๆ ที่มากประโยชน์ ช่วยดูแลไขมันในเลือด-ไขมันพอกตับได้!

มะเขือเปราะ เป็นพืชพื้นบ้านที่หลายคนคุ้นเคยในมื้ออาหาร โดยเฉพาะเมนูมะเขือดอง มะเขือจิ้มน้ำพริก หรือมะเขือที่นำไปต้ม ผัด แกง และย่าง

แม้จะเป็นวัตถุดิบราคาย่อมเยาและพบได้ทั่วไป แต่ในมุมของแพทย์แผนโบราณและโภชนาการ มะเขือเปราะถูกพูดถึงว่าเป็นพืชที่มีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพหลายชนิด ซึ่งอาจมีส่วนช่วยสนับสนุนการทำงานของตับ ระบบย่อยอาหาร และการเผาผลาญไขมันบางส่วนได้

มะเขือเปราะ คือมะเขือชนิดไหน?

มะเขือเปราะ ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Solanum melongena L. เป็นมะเขือลูกกลมหรือค่อนข้างใหญ่ นิยมนำไปทำเมนูดองหรือประกอบอาหารในครัวเรือน

มะเขือเปราะเป็น “ผลไม้” ในทางพฤกษศาสตร์ค่ะ เพราะเกิดจากดอกของพืชและมีเมล็ดอยู่ด้านใน แต่ในทางอาหารและการใช้ทั่วไป คนไทยมักจัด มะเขือเปราะเป็น “ผัก” เพราะนิยมนำมาทำอาหารคาว เช่น แกง ผัด ต้ม จิ้มน้ำพริก หรือดอง

อาหารบ้าน ๆ ที่ถูกยกให้ “อร่อยไม่แพ้เนื้อ”

ในหลายครอบครัวเวียดนาม มะเขือดองถือเป็นเมนูคู่ข้าวที่กินแล้วเจริญอาหาร โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อน เพราะมีรสเปรี้ยว เค็ม และกรอบ ช่วยตัดเลี่ยนอาหารจานหลักได้ดี จึงถูกมองว่าเป็นเมนูพื้นบ้านที่เรียบง่าย แต่อร่อยและกินข้าวได้มาก

นอกจากเรื่องรสชาติแล้ว แพทย์แผนโบราณของเวียดนามยังมองว่ามะเขือชนิดนี้มีรสหวานปนฝาดเล็กน้อย มีฤทธิ์เย็น และมีสรรพคุณในเชิงพื้นบ้าน เช่น ช่วยคลายร้อน ช่วยระบบย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ และบรรเทาอาการแน่นท้องหรืออาหารไม่ย่อย

สารสำคัญในมะเขือเปราะ มีอะไรบ้าง?

มะเขือเปราะมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพหลายชนิด เช่น แอนโทไซยานิน, กรดคาเฟอิก, โคลีน, ไตรโกเนลลีน และสารกลุ่มอัลคาลอยด์บางชนิด ซึ่งสารเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มะเขือได้รับความสนใจในแง่สุขภาพ

ข้อมูลจากตำรับยาและงานศึกษาบางส่วนระบุว่า สารในมะเขืออาจมีส่วนช่วยสนับสนุนกระบวนการเผาผลาญคอเลสเตอรอลที่ตับ ช่วยการหลั่งน้ำดี และอาจเกี่ยวข้องกับการดูแลระดับไขมันในเลือด รวมถึงการทำงานของตับในบางมิติ

อย่างไรก็ตาม ควรย้ำว่า มะเขือเปราะไม่ใช่ยารักษาโรคไขมันในเลือดสูงหรือไขมันพอกตับ แต่เป็นอาหารที่อาจกินเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารที่สมดุลได้เท่านั้น ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรดูแลตามคำแนะนำของแพทย์เป็นหลัก

มะเขือเปราะอาจช่วยเรื่องไขมันในเลือด-ไขมันพอกตับได้อย่างไร?

ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนเวียดนามระบุว่า มะเขือเปราะอาจช่วยสนับสนุนการทำงานของตับและระบบน้ำดี ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการเผาผลาญไขมันและคอเลสเตอรอลในร่างกาย

บางแหล่งข้อมูลยังกล่าวถึงศักยภาพของมะเขือในการช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด สนับสนุนการทำงานของตับ และอาจช่วยลดค่าดัชนีเอนไซม์ตับบางตัว เช่น SGOT และ SGPT ในบางกรณี แต่ข้อมูลเหล่านี้ยังควรถูกมองในฐานะข้อมูลสนับสนุนเบื้องต้น ไม่ใช่ข้อสรุปทางการแพทย์ที่ใช้แทนการรักษาได้

ไม่ควรกินมะเขือเปราะดิบหรือมะเขืออ่อนมากเกินไป

แม้มะเขือเปราะจะมีประโยชน์ แต่ก็ไม่ใช่อาหารที่ควรกินแบบไม่จำกัด โดยเฉพาะมะเขือดิบ มะเขืออ่อน หรือมะเขือที่ยังเขียวจัด เพราะในมะเขือมีสาร โซลานีน ซึ่งเป็นสารกลุ่มอัลคาลอยด์ที่อาจก่ออาการไม่พึงประสงค์ได้ หากรับประทานในปริมาณมาก

โดยทั่วไป เมื่อมะเขือแก่ขึ้นและผ่านการปรุงสุก หรือผ่านกระบวนการดองอย่างถูกวิธี ปริมาณโซลานีนจะลดลง ในกรณีของมะเขือดอง กระบวนการหมักที่เกิดกรดแลกติกอาจช่วยลดความเป็นพิษของสารบางชนิดได้

กินมะเขือเปราะอย่างไรให้ปลอดภัย?

  • หลีกเลี่ยงการกินมะเขือดิบหรือมะเขืออ่อนจำนวนมาก โดยเฉพาะผลที่ยังเขียวจัด เพราะอาจมีโซลานีนสูง
  • ควรกินแบบปรุงสุก เช่น ต้ม ย่าง ผัด แกง หรืออบ เพื่อช่วยลดสารที่อาจระคายเคืองร่างกาย
  • หากเป็นมะเขือดอง ควรดองให้ถูกวิธี เลี่ยงการกินของหมักดองที่มีกลิ่นผิดปกติ มีเชื้อรา หรือไม่สะอาด
  • ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือโรคไต ควรจำกัดมะเขือดอง เพราะมีโซเดียมสูง หากกินควรล้างหรือนำไปแช่น้ำเพื่อลดความเค็มก่อน
  • ไม่ควรกินแทนยาหรือการรักษา หากมีไขมันในเลือดสูง ไขมันพอกตับ หรือโรคตับ ควรพบแพทย์และปรับอาหารตามคำแนะนำ

มะเขือเปราะ เป็นวัตถุดิบพื้นบ้านที่อร่อย กินง่าย และมีสารอาหารหลายชนิดที่อาจเป็นประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร ตับ และการเผาผลาญไขมันบางส่วน แต่ไม่ควรยกให้เป็น “ยารักษา” ไขมันในเลือดหรือไขมันพอกตับโดยตรง

วิธีที่ดีที่สุดคือกินมะเขือเปราะในปริมาณพอดี เลือกแบบปรุงสุกหรือดองอย่างถูกสุขลักษณะ ลดความเค็มหากเป็นเมนูดอง และรับประทานร่วมกับอาหารที่หลากหลาย ควบคู่กับการออกกำลังกายและการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อดูแลไขมันในเลือดและสุขภาพตับอย่างปลอดภัยในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...