‘ศรีจันทร์’ ฝ่าวิกฤตสงคราม เปิด 3 กลยุทธ์นำเทรนด์ T-Beauty ยังครองใจคนไทยทุกวัย
เชื่อว่าไม่มีคนไทยคนไหนไม่รู้จักแบรนด์ ‘ศรีจันทร์’ (SRICHAND) หรือบริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงามสัญชาติไทย ซึ่งเริ่มธุรกิจมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2491 จากผงหอมศรีจันทร์ แป้งพอกหน้าลดสิว ลดผดผื่น จากรุ่นคุณย่าส่งต่อมาจนถึงคุณแม่ และถึงช่วงปี 2557 เกิดการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ ปรับเปลี่ยนมาผลิตและขายเครื่องสำอางเต็มตัว โดย รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่ 3 ตลอดจนแตกไลน์แบรนด์ลูกออกมาเป็น ‘ศศิ’ (sasi) เครื่องสำอางราคาเข้าถึงง่ายเจาะกลุ่มวัยรุ่นวัยใส
โดยจุดยืนขององค์กร ‘คืนที่มืดมิด พระจันทร์ยิ่งฉายแสง’ (The Darkest Night Shines The Brightest Moon) ได้รับการยืนยันจากสถานการณ์และกำไรในปีที่แล้ว เพราะศรีจันทร์ต้องเผชิญกับความผันผวนจากวิกฤตสงครามตะวันออก ทว่าปีที่ผ่านมานั้น แบรนด์ได้พลิกวิกฤตเป็นโอกาส และมีกำไรสุทธิเติบโตถึง 34% (กำไรราว 274 ล้านบาท) พร้อมประกาศเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ไทยให้ผู้บริโภคทั้งไทยและต่างประเทศ
ปรับตัวตามผู้บริโภค ฝ่าวิกฤตสงคราม
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา รวิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารศรีจันทร์สหโอสถเล่าว่า พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปหลังวิกฤตโควิด-19 เมื่อคนต้องเก็บตัวอยู่บ้าน ไม่ได้ออกไปเจอสังคม พบปะผู้คน ทำให้คนใช้เครื่องสำอางน้อยลง ทว่าสินค้าประเภทสกินแคร์ (Skincare) สำหรับบำรุงผิวพรรณยังได้รับความนิยมอยู่มาก และสำหรับสงครามตะวันออกกลางในปีที่ผ่านมา ตลาด ‘ครีมซอง’ บำรุงผิวยังคงเติบโตท่ามกลางวิกฤต
“แม้ว่าในปัจจุบันจะมีปัจจัยจากภาวะสงครามตะวันออกกลางที่เข้ามาส่งผลกระทบต่อธุรกิจทั้งโลก แต่ศรีจันทร์สหโอสถมีความตั้งใจว่า จะใช้โอกาสที่ซ่อนอยู่ในวิกฤตนี้สร้างความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ไทย ที่ผ่านมา ศรีจันทร์สหโอสถเคยพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้สำเร็จ ทำให้ยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ (E-commerce) ของบริษัทเติบโตขึ้น 62% ควบคู่กับการขยายเข้าสู่ตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์ในปี 2020 ได้สำเร็จ จนผลิตภัณฑ์ ‘ครีมซอง SRICHAND Skin Moisture Burst Gel Cream’ ขึ้นแท่นยอดขายอันดับ 1 ได้ภายในเวลา 4 ปี” รวิศกล่าว
เขากล่าวต่อไปว่า การทุ่มเทฝ่าฟันวิกฤตสงครามครั้งนี้จะเป็นการตอกย้ำศักยภาพขององค์กรไทยให้คนไทยมีความเชื่อมั่น มีทัศนคติที่ดี และพร้อมจะสนับสนุนแบรนด์ไทยไปด้วยกัน ในโอกาสนี้จึงอยากส่งต่อกำลังใจและแรงบันดาลใจ ให้ผู้ประกอบการไทยพลิกวิกฤตเป็นโอกาส จัดทัพองค์กรให้แข็งแกร่ง และปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว
3 กลยุทธ์ บันไดสู่การเป็นผู้นำเทรนด์ T-Beauty
หลายคนเล็งเห็นว่า เทรนด์ความงามแบบไทย ทั้งการแต่งหน้าสไตล์คนไทย และการใช้เครื่องสำอางแบรนด์ไทยกำลังได้รับความนิยมในหมู่คนดัง ทั้งดาราศิลปินไทยและเซเลบริตีต่างประเทศ ด้วยเหตุนี้ ศรีจันทร์สหโอสถจึงเดินหน้าขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ มุ่งสู่เป้าหมายระดับสากล ผ่าน 3 กลยุทธ์สำคัญเพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำ T-Beauty ได้แก่
1. พัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ T-Skin อย่างแท้จริง
พัฒนานวัตกรรมจากความเข้าใจ T-Skin หรือผิวแบบคนไทย ด้วยแนวคิด ‘ผิวจริงในชีวิตจริง’ ซึ่งรวิศระบุว่า ผิวคนไทยต้องเผชิญกับความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น แสงแดด มลภาวะ ทำให้ทั้งผู้บริโภคไทยและต่างชาติมีมุมมองต่อผลิตภัณฑ์การดูแลผิวของคนไทยในเชิงบวก โดยเฉพาะการกันแดดและกันเหงื่อ สิ่งที่ศรีจันทร์จะพัฒนาต่อคือ ค้นคว้านวัตกรรมที่ตอบโจทย์ T-Skin ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบคุณค่าให้ผู้บริโภคได้มากขึ้น
โดยล่าสุดได้ชูนวัตกรรมจากสารสกัดอย่าง ‘กุหลาบมอญ’ (Damask Rose) วัตถุดิบจากภาคเหนือของไทย โดยผ่านกระบวนการสกัดและทดสอบเพื่อเพิ่มคุณภาพในมาตรฐานสากล
2. สนับสนุนสะพานเชื่อมวัฒนธรรม (Cultural Bridge) เพื่อให้ซอฟต์พาวเวอร์ไทยก้าวสู่เวทีโลก
ศรีจันทร์เชื่อว่า พรีเซ็นเตอร์ไม่เพียงเป็นผู้สร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ แต่มีความสำคัญในฐานะ ‘ตัวแทนของประเทศไทย’ เป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรมที่ทำให้คนรู้จักและรักประเทศไทยมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้คนไทยเป็นที่รู้จัก และได้แสดงความสามารถในระดับโลกไปด้วย ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมความงาม แต่ส่งผลดีต่อประเทศไทยโดยรวม
ทำให้ศรีจันทร์และศศิตั้งใจจะสนับสนุนพรีเซ็นเตอร์ทั้ง 13 คน จากทั้งแบรนด์ศรีจันทร์และศศิ ให้เป็นตัวแทนคนไทยที่เชื่อมโยงซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่เวทีโลก ได้แก่ แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล, ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, ซี-พฤกษ์ พานิช, นุนิว-ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์, เก้า-สุภัสสราทิพ อัครทวีพัชร์, เก่ง-หฤษฎ์ บัวย้อย, น้ำปิง-นภัสกร ปิงเมือง และศิลปินวง PROXIE ทั้ง 6 คน ได้แก่ กัน-รัชชานนท์ เรือนเพ็ชร์, คิม-ปัณณธร จิรศาสตร์, โชกุน-ปวริศร์ ศรีชัยชนะ, กร วรรณไพโรจน์, อองรี-ออสการ์ เอ็ดเวิร์ด วัตราเศรษฐ์ และวิคเตอร์-วรเมธ กอนุประพันธ์
เพื่อเป็นการสร้าง Brand Love ในแบบของศรีจันทร์สหโอสถ ตอกย้ำภาพลักษณ์ในฐานะแบรนด์ไทยระดับสากล และสร้างความผูกพันในฐานะผู้อยู่เคียงข้างพรีเซ็นเตอร์บนเส้นทางการเติบโตสู่เวทีโลก
3. ขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียน (Expand Market to ASEAN)
ศรีจันทร์สหโอสถให้ความสำคัญกับการขยายตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียนเป็นหลัก เนื่องจากมีความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์ อีกทั้งสภาพภูมิอากาศที่ใกล้เคียงกันยังส่งผลให้ลักษณะผิวและความต้องการด้านผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภคคล้ายคลึงกัน เอื้อต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์ทางการตลาดของแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยแบรนด์พร้อมต่อยอดความสำเร็จในตลาดต่างประเทศที่มีสัดส่วนเติบโตสูงถึง 135% (เทียบปี 2024-2025)
อีกทั้งยังวางแผนรุกตลาดอาเซียน ขยายฐานสู่ตลาดประเทศเมียนมาในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2026 ก่อนจะเดินหน้าขยายตลาดประเทศสู่เวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ภายในปี 2027
ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมาจะได้เห็นภาพการเติบโตในประเทศลาว ซึ่งเติบโตถึง 162% และสำหรับประเทศญี่ปุ่นก็มีการพัฒนาแป้งสูตรพิเศษเพื่อเจาะตลาดผิวคนญี่ปุ่นโดยเฉพาะ รวมถึงฟิลิปปินส์ ที่เริ่มขยายจากช่องทางออนไลน์ สู่การวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า
การเดินหน้าผ่าน 3 กลยุทธ์หลักในการฝ่าฟันวิกฤตนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการตอกย้ำความแข็งแกร่ง และสร้างศักยภาพทางธุรกิจขององค์กรไทย เพื่อนำพาอัตลักษณ์ความงามไทย (T-Beauty) ไปปักหมุดความสำเร็จบนเวทีโลก พร้อมขับเคลื่อนศรีจันทร์สหโอสถให้เป็น ‘องค์กรไทยที่คนไทยภูมิใจ’ ที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
เพราะนอกจากคุณภาพผลิตภัณฑ์แล้ว ศรีจันทร์สหโอสถ คือบริษัทหนึ่งที่ได้รับการการันตีด้วยมาตรฐานสากล คว้า 2 รางวัลสะท้อนความเป็นองค์กรที่ครองใจคนรุ่นใหม่ ได้แก่ ‘รางวัล QMAC 2026’ บริษัทที่คนอยากร่วมงานด้วยมากที่สุด และ ‘รางวัล GEN Z TOP BRAND 2026’ สุดยอดแบรนด์ครองใจ Gen Z แห่งปีจาก BrandBuffet