โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘ศรีจันทร์’ ฝ่าวิกฤตสงคราม เปิด 3 กลยุทธ์นำเทรนด์ T-Beauty ยังครองใจคนไทยทุกวัย

The Momentum

อัพเดต 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 22.22 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

เชื่อว่าไม่มีคนไทยคนไหนไม่รู้จักแบรนด์ ‘ศรีจันทร์’ (SRICHAND) หรือบริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงามสัญชาติไทย ซึ่งเริ่มธุรกิจมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2491 จากผงหอมศรีจันทร์ แป้งพอกหน้าลดสิว ลดผดผื่น จากรุ่นคุณย่าส่งต่อมาจนถึงคุณแม่ และถึงช่วงปี 2557 เกิดการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ ปรับเปลี่ยนมาผลิตและขายเครื่องสำอางเต็มตัว โดย รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่ 3 ตลอดจนแตกไลน์แบรนด์ลูกออกมาเป็น ‘ศศิ’ (sasi) เครื่องสำอางราคาเข้าถึงง่ายเจาะกลุ่มวัยรุ่นวัยใส

โดยจุดยืนขององค์กร ‘คืนที่มืดมิด พระจันทร์ยิ่งฉายแสง’ (The Darkest Night Shines The Brightest Moon) ได้รับการยืนยันจากสถานการณ์และกำไรในปีที่แล้ว เพราะศรีจันทร์ต้องเผชิญกับความผันผวนจากวิกฤตสงครามตะวันออก ทว่าปีที่ผ่านมานั้น แบรนด์ได้พลิกวิกฤตเป็นโอกาส และมีกำไรสุทธิเติบโตถึง 34% (กำไรราว 274 ล้านบาท) พร้อมประกาศเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ไทยให้ผู้บริโภคทั้งไทยและต่างประเทศ

ปรับตัวตามผู้บริโภค ฝ่าวิกฤตสงคราม

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา รวิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารศรีจันทร์สหโอสถเล่าว่า พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปหลังวิกฤตโควิด-19 เมื่อคนต้องเก็บตัวอยู่บ้าน ไม่ได้ออกไปเจอสังคม พบปะผู้คน ทำให้คนใช้เครื่องสำอางน้อยลง ทว่าสินค้าประเภทสกินแคร์ (Skincare) สำหรับบำรุงผิวพรรณยังได้รับความนิยมอยู่มาก และสำหรับสงครามตะวันออกกลางในปีที่ผ่านมา ตลาด ‘ครีมซอง’ บำรุงผิวยังคงเติบโตท่ามกลางวิกฤต

“แม้ว่าในปัจจุบันจะมีปัจจัยจากภาวะสงครามตะวันออกกลางที่เข้ามาส่งผลกระทบต่อธุรกิจทั้งโลก แต่ศรีจันทร์สหโอสถมีความตั้งใจว่า จะใช้โอกาสที่ซ่อนอยู่ในวิกฤตนี้สร้างความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ไทย ที่ผ่านมา ศรีจันทร์สหโอสถเคยพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้สำเร็จ ทำให้ยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ (E-commerce) ของบริษัทเติบโตขึ้น 62% ควบคู่กับการขยายเข้าสู่ตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์ในปี 2020 ได้สำเร็จ จนผลิตภัณฑ์ ‘ครีมซอง SRICHAND Skin Moisture Burst Gel Cream’ ขึ้นแท่นยอดขายอันดับ 1 ได้ภายในเวลา 4 ปี” รวิศกล่าว

เขากล่าวต่อไปว่า การทุ่มเทฝ่าฟันวิกฤตสงครามครั้งนี้จะเป็นการตอกย้ำศักยภาพขององค์กรไทยให้คนไทยมีความเชื่อมั่น มีทัศนคติที่ดี และพร้อมจะสนับสนุนแบรนด์ไทยไปด้วยกัน ในโอกาสนี้จึงอยากส่งต่อกำลังใจและแรงบันดาลใจ ให้ผู้ประกอบการไทยพลิกวิกฤตเป็นโอกาส จัดทัพองค์กรให้แข็งแกร่ง และปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว

3 กลยุทธ์ บันไดสู่การเป็นผู้นำเทรนด์ T-Beauty

หลายคนเล็งเห็นว่า เทรนด์ความงามแบบไทย ทั้งการแต่งหน้าสไตล์คนไทย และการใช้เครื่องสำอางแบรนด์ไทยกำลังได้รับความนิยมในหมู่คนดัง ทั้งดาราศิลปินไทยและเซเลบริตีต่างประเทศ ด้วยเหตุนี้ ศรีจันทร์สหโอสถจึงเดินหน้าขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ มุ่งสู่เป้าหมายระดับสากล ผ่าน 3 กลยุทธ์สำคัญเพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำ T-Beauty ได้แก่

1. พัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ T-Skin อย่างแท้จริง

พัฒนานวัตกรรมจากความเข้าใจ T-Skin หรือผิวแบบคนไทย ด้วยแนวคิด ‘ผิวจริงในชีวิตจริง’ ซึ่งรวิศระบุว่า ผิวคนไทยต้องเผชิญกับความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น แสงแดด มลภาวะ ทำให้ทั้งผู้บริโภคไทยและต่างชาติมีมุมมองต่อผลิตภัณฑ์การดูแลผิวของคนไทยในเชิงบวก โดยเฉพาะการกันแดดและกันเหงื่อ สิ่งที่ศรีจันทร์จะพัฒนาต่อคือ ค้นคว้านวัตกรรมที่ตอบโจทย์ T-Skin ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบคุณค่าให้ผู้บริโภคได้มากขึ้น

โดยล่าสุดได้ชูนวัตกรรมจากสารสกัดอย่าง ‘กุหลาบมอญ’ (Damask Rose) วัตถุดิบจากภาคเหนือของไทย โดยผ่านกระบวนการสกัดและทดสอบเพื่อเพิ่มคุณภาพในมาตรฐานสากล

2. สนับสนุนสะพานเชื่อมวัฒนธรรม (Cultural Bridge) เพื่อให้ซอฟต์พาวเวอร์ไทยก้าวสู่เวทีโลก

ศรีจันทร์เชื่อว่า พรีเซ็นเตอร์ไม่เพียงเป็นผู้สร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ แต่มีความสำคัญในฐานะ ‘ตัวแทนของประเทศไทย’ เป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรมที่ทำให้คนรู้จักและรักประเทศไทยมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้คนไทยเป็นที่รู้จัก และได้แสดงความสามารถในระดับโลกไปด้วย ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมความงาม แต่ส่งผลดีต่อประเทศไทยโดยรวม

ทำให้ศรีจันทร์และศศิตั้งใจจะสนับสนุนพรีเซ็นเตอร์ทั้ง 13 คน จากทั้งแบรนด์ศรีจันทร์และศศิ ให้เป็นตัวแทนคนไทยที่เชื่อมโยงซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่เวทีโลก ได้แก่ แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล, ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, ซี-พฤกษ์ พานิช, นุนิว-ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์, เก้า-สุภัสสราทิพ อัครทวีพัชร์, เก่ง-หฤษฎ์ บัวย้อย, น้ำปิง-นภัสกร ปิงเมือง และศิลปินวง PROXIE ทั้ง 6 คน ได้แก่ กัน-รัชชานนท์ เรือนเพ็ชร์, คิม-ปัณณธร จิรศาสตร์, โชกุน-ปวริศร์ ศรีชัยชนะ, กร วรรณไพโรจน์, อองรี-ออสการ์ เอ็ดเวิร์ด วัตราเศรษฐ์ และวิคเตอร์-วรเมธ กอนุประพันธ์

เพื่อเป็นการสร้าง Brand Love ในแบบของศรีจันทร์สหโอสถ ตอกย้ำภาพลักษณ์ในฐานะแบรนด์ไทยระดับสากล และสร้างความผูกพันในฐานะผู้อยู่เคียงข้างพรีเซ็นเตอร์บนเส้นทางการเติบโตสู่เวทีโลก

3. ขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียน (Expand Market to ASEAN)

ศรีจันทร์สหโอสถให้ความสำคัญกับการขยายตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียนเป็นหลัก เนื่องจากมีความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์ อีกทั้งสภาพภูมิอากาศที่ใกล้เคียงกันยังส่งผลให้ลักษณะผิวและความต้องการด้านผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภคคล้ายคลึงกัน เอื้อต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์ทางการตลาดของแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยแบรนด์พร้อมต่อยอดความสำเร็จในตลาดต่างประเทศที่มีสัดส่วนเติบโตสูงถึง 135% (เทียบปี 2024-2025)

อีกทั้งยังวางแผนรุกตลาดอาเซียน ขยายฐานสู่ตลาดประเทศเมียนมาในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2026 ก่อนจะเดินหน้าขยายตลาดประเทศสู่เวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ภายในปี 2027

ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมาจะได้เห็นภาพการเติบโตในประเทศลาว ซึ่งเติบโตถึง 162% และสำหรับประเทศญี่ปุ่นก็มีการพัฒนาแป้งสูตรพิเศษเพื่อเจาะตลาดผิวคนญี่ปุ่นโดยเฉพาะ รวมถึงฟิลิปปินส์ ที่เริ่มขยายจากช่องทางออนไลน์ สู่การวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า

การเดินหน้าผ่าน 3 กลยุทธ์หลักในการฝ่าฟันวิกฤตนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการตอกย้ำความแข็งแกร่ง และสร้างศักยภาพทางธุรกิจขององค์กรไทย เพื่อนำพาอัตลักษณ์ความงามไทย (T-Beauty) ไปปักหมุดความสำเร็จบนเวทีโลก พร้อมขับเคลื่อนศรีจันทร์สหโอสถให้เป็น ‘องค์กรไทยที่คนไทยภูมิใจ’ ที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

เพราะนอกจากคุณภาพผลิตภัณฑ์แล้ว ศรีจันทร์สหโอสถ คือบริษัทหนึ่งที่ได้รับการการันตีด้วยมาตรฐานสากล คว้า 2 รางวัลสะท้อนความเป็นองค์กรที่ครองใจคนรุ่นใหม่ ได้แก่ ‘รางวัล QMAC 2026’ บริษัทที่คนอยากร่วมงานด้วยมากที่สุด และ ‘รางวัล GEN Z TOP BRAND 2026’ สุดยอดแบรนด์ครองใจ Gen Z แห่งปีจาก BrandBuffet

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...