สกัดแก๊งขนแรงงานเถื่อน อัดต่างด้าว 23 ชีวิตในเก๋ง 3 คัน ติดฟิล์มทึบอำพราง
ตำรวจทางหลวงผนึกกำลัง ตม.-ปทส. สกัดขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าว จับรถเก๋ง 3 คัน ขนชาวเมียนมา 22 ราย พร้อมคนขับ รวม 23 คน พบลักลอบเข้าช่องทางธรรมชาติ ก่อนจ่ายค่านายหน้าคนละ 1.5-2 หมื่นบาท
14 กรกฎาคม 2569 - พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจทางหลวง พร้อมด้วย พ.ต.ท.กิตติภพ ทองเพชร สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจทางหลวง และเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) รวมถึงตำรวจปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) ร่วมกันจับกุมนายศุภชัย อายุ 28 ปี พร้อมแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 22 ราย
เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหานายศุภชัยว่า "รู้ว่าคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม" ส่วนแรงงานต่างด้าวถูกแจ้งข้อกล่าวหา "เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต"
พร้อมตรวจยึดของกลางรถยนต์ 3 คัน ได้แก่ รถยนต์โตโยต้า คัมรี่ สีขาว และรถยนต์โตโยต้า ยาริส เอทีฟ สีเทาและสีขาว โดยจับกุมได้บริเวณกิโลเมตรที่ 56-57 ถนนพหลโยธินขาเข้า ทางหลวงหมายเลข 1 ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังน้อย ดำเนินคดีตามกฎหมาย
การจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผลขบวนการลักลอบนำพาแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในพื้นที่จังหวัดสระบุรีและพระนครศรีอยุธยา จนทราบว่าจะมีการเคลื่อนย้ายแรงงานกลุ่มใหญ่จากจังหวัดสระบุรีไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงประสานกำลังร่วมกันวางแผนสกัดจับ
กระทั่งพบรถยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ขับตามกันเป็นขบวน โดยรถทั้งหมดติดฟิล์มทึบ เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่ารถมีน้ำหนักผิดปกติ จึงเรียกตรวจสอบ พบแรงงานต่างด้าวถูกบรรทุกอัดแน่นอยู่ภายในรถทั้ง 3 คัน รวม 22 ราย
จากการสอบสวนเบื้องต้น คนขับรถให้การรับสารภาพว่า ได้รับการติดต่อให้ไปรับแรงงานต่างด้าวจากพื้นที่จังหวัดสระบุรีไปส่งยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 1,500 บาท และทราบว่าแรงงานทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารที่ใช้แทนหนังสือเดินทาง
ขณะที่แรงงานต่างด้าวให้การผ่านล่ามว่า ลักลอบเดินทางออกจากประเทศเมียนมา โดยนั่งเรือและเดินเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติบริเวณอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อเข้ามาหางานทำในประเทศไทย พร้อมยอมรับว่าเสียเงินให้นายหน้าคนละประมาณ 15,000-20,000 บาท
เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังน้อย ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.