โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Shopee เซ่นกระแส AI ปลดพนักงานสายพัฒนาทั่วโลกราว 8% จุดคำถาม ‘AI-washing’ ขณะ Sea บริษัทแม่เร่งเครื่องสู่เป้ามูลค่าล้านล้านดอลลาร์

THE STANDARD

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
Shopee เซ่นกระแส AI ปลดพนักงานสายพัฒนาทั่วโลกราว 8% จุดคำถาม ‘AI-washing’ ขณะ Sea บริษัทแม่เร่งเครื่องสู่เป้ามูลค่าล้านล้านดอลลาร์

Shopee แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังปลดพนักงานหลายร้อยตำแหน่งทั่วโลก ท่ามกลางการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ของบริษัทแม่อย่าง Sea ที่กำลังหันมารุกธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว สะท้อนกระแสที่บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกพร้อมใจกันลดขนาดองค์กรเพื่อปรับตัวเข้าสู่ยุค AI

ตามรายงานของ Bloomberg และ The Wall Street Journal ที่อ้างแหล่งข่าววงใน การปลดพนักงานรอบนี้เริ่มต้นขึ้นในสัปดาห์นี้ คิดเป็นสัดส่วนราว 8% ของพนักงานสายนักพัฒนาของ Shopee โดยกระทบตำแหน่งอย่างฝ่ายตรวจสอบคุณภาพ (Quality Assurance) เป็นต้น และยังมีความเป็นไปได้ว่าจะมีการปลดเพิ่มเติมตามมาอีก

ขอบเขตการปลดและเหตุผลเบื้องหลัง

ข้อมูลจาก The Wall Street Journal ระบุว่าการปลดพนักงานครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อทีมพัฒนาแอป ทีมผลิตภัณฑ์ และทีมการตลาดเชิงพาณิชย์ โดยบางทีมถูกยุบทั้งหมด ขณะที่บางทีมถูกลดจำนวนพนักงานลงราว 10-15%

แหล่งข่าวรายหนึ่งเปิดเผยว่า การที่บริษัทเร่งผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับธุรกิจคือหนึ่งในเหตุผลเบื้องหลังการลดขนาดองค์กรครั้งนี้ โดยการปลดพนักงานไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในสิงคโปร์ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ Sea เท่านั้น แต่กระจายไปในหลายประเทศ และยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่โฆษกของ Shopee ชี้แจงว่าบริษัทมีการประเมินความต้องการด้านกำลังคนอยู่เป็นประจำ พร้อมระบุว่า “เป็นครั้งคราวที่แต่ละแผนกอาจมีการปรับเปลี่ยนตามลำดับความสำคัญด้านการดำเนินงานและธุรกิจ”

ทั้งนี้ Shopee ถือเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค รวมถึงเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มหลักที่ผู้บริโภคชาวไทยใช้งาน และสร้างรายได้คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 2 ใน 3 ของรายได้ทั้งหมดของ Sea ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ทำให้การเคลื่อนไหวของ Shopee ส่งผลโดยตรงต่อทิศทางของทั้งกลุ่มบริษัท

เดิมพันครั้งใหญ่สู่เป้ามูลค่าล้านล้านดอลลาร์

การปรับโครงสร้างครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ ฟอร์เรสต์ ลี ซีอีโอของ Sea ประกาศวิสัยทัศน์ว่าบริษัทมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 32.74 ล้านล้านบาท) ได้ หากเดินหน้าลงทุนใน AI อย่างเต็มที่

โดยในบันทึกภายในที่ The Wall Street Journal ได้เห็นเมื่อปีก่อน ลีระบุว่าเขามองเห็นเส้นทางที่ Sea จะก้าวเข้าสู่สโมสรบริษัทมูลค่าล้านล้านดอลลาร์ หากสามารถคว้าโอกาสและใช้ประโยชน์จากคลื่นการสร้างมูลค่ามหาศาลที่ AI จะนำมาได้

ลีเคยกล่าวไว้ว่า “AI คือการปฏิวัติทางเทคโนโลยีครั้งใหญ่ครั้งต่อไป และเราเชื่อว่ามันมีศักยภาพมหาศาลในการเปลี่ยนแปลงธุรกิจของเราไปในทางที่ดีและสร้างมูลค่าเพิ่ม”

โดยก่อนหน้านี้เมื่อต้นปี Sea ได้ประกาศขยายความร่วมมือกับ Google ของ Alphabet ซึ่งรวมถึงการพัฒนาต้นแบบ AI ที่ช่วยผู้ใช้ช้อปปิ้ง (AI Shopping Agent) เพื่อนำไปผสานใช้งานข้ามแพลตฟอร์มร่วมกัน

นอกจากนี้ Sea ยังได้จัดตั้งทีมเฉพาะขึ้นมาเพื่อมองหาการลงทุนใหม่ๆ ในเทคโนโลยี AI โดยเฉพาะ ในขณะที่บริษัทกำลังเร่งมองหาเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่นอกเหนือจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่า Sea กำลังวางเดิมพันครั้งสำคัญกับ AI ท่ามกลางการแข่งขันในธุรกิจหลักที่ทวีความรุนแรงขึ้น เช่นเดียวกับคู่แข่งอย่าง Alibaba Group ที่หันมาลงทุนใน AI เพื่อกระตุ้นการเติบโตเช่นกัน

เงาคำถาม ‘AI-washing’ และแรงกดดันด้านธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าการปลดพนักงานครั้งนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับการรุก AI ของ Sea หรือไม่ แต่ก็เกิดขึ้นพร้อมกับกระแสถกเถียงที่กำลังขยายตัวทั่วโลกเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อการจ้างงาน

นอกจากนี้ ยังมีข้อสงสัยเรื่อง ‘AI-washing’ หรือการอ้างเหตุผลเรื่อง AI เพื่อกลบการปลดพนักงานครั้งใหญ่ เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับบริษัทเทคโนโลยีอย่าง Block ของ แจ็ก ดอร์ซีย์ และ Oracle

ปรากฏการณ์นี้มีที่มาส่วนหนึ่งจากการที่บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งเร่งจ้างพนักงานจำนวนมากในช่วงการระบาดของโควิดที่กิจกรรมออนไลน์เติบโตอย่างก้าวกระโดด

ขณะที่ปัจจุบันความกังวลกำลังเพิ่มขึ้นว่า AI จะลดการพึ่งพาเครื่องมือซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิมลง และกัดกร่อนธุรกิจบริการไอทีสำหรับองค์กร (Enterprise IT) ที่เคยทำกำไรงาม และแม้การใช้ AI จะยังไม่ได้แปลงเป็นผลด้านประสิทธิภาพที่ชัดเจน แต่หลายบริษัทก็กำลังมองหาวิธีทำงานให้ได้มากขึ้นด้วยทรัพยากรที่น้อยลง

ในฝั่งของนักลงทุนนั้น ราคาหุ้นของ Sea เผชิญแรงกดดันมาตั้งแต่เดือนกันยายน ซึ่งช่วงนั้นบริษัทเคยมีมูลค่าราว 1.16 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.80 ล้านล้านบาท) ก่อนที่ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจะบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและทำให้ต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้น ส่งผลให้ปัจจุบันนักลงทุนต่างจับตาเส้นทางการเติบโตของบริษัทอย่างใกล้ชิด

สำหรับการดูแลพนักงานที่ได้รับผลกระทบ โฆษกของ Sea ระบุว่าการตัดสินใจเหล่านี้ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบเสมอ พร้อมยืนยันว่า “สำหรับเพื่อนร่วมงานที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงใดๆ เรามุ่งมั่นที่จะให้การสนับสนุนในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้”

ด้านสหภาพแรงงาน Creative Media and Publishing Union (CMPU) ในสิงคโปร์ ระบุว่า ได้รับแจ้งล่วงหน้าเกี่ยวกับแผนการของบริษัทที่จะดำเนินการ “การปรับจำนวนพนักงานที่ส่งผลกระทบต่อพนักงานบางคน” โดยตัวแทนได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือพนักงานที่สำนักงาน Shopee และสำนักงานใหญ่ของ Sea

ทั้งนี้ CMPU กำลังทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารเพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานที่ได้รับผลกระทบจะได้รับแพ็กเกจชดเชยที่เป็นธรรม โดยพนักงานกลุ่มนี้จะมีวันทำงานวันสุดท้ายในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงปลายเดือนสิงหาคม

หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.74 บาท ณ วันที่ 11 มิถุนายน 2569

ภาพ: Teacher Photo / Shutterstock

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...