ตลาดหุ้นโลกผันผวนหนัก! หุ้นเทคร่วงกดดันตลาด รับแรงกดดันดอกเบี้ยสูง–ตะวันออกกลางเดือด
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปปิดปรับตัวลงในวันศุกร์ (5 มิ.ย. 2569) หลังนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าคาด เพิ่มความกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานาน ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อและความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงแรง หุ้นเทคโนโลยีฉุดตลาด
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบอย่างหนักในวันศุกร์ หลังนักลงทุนลดการถือครองหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายหลังข้อมูลการจ้างงานเดือนพฤษภาคมออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น และเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนทางการเงินในอนาคต
แรงขายกระจุกตัวในหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ หลังผลประกอบการที่อ่อนแอกว่าคาดของ Broadcom จุดชนวนให้นักลงทุนหมุนเงินออกจากหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ขณะที่ตลาดยังจับตาตัวเลขเงินเฟ้อ CPI และ PPI ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ รวมถึงการเข้าจดทะเบียนของ SpaceX ที่อาจเป็นบททดสอบสำคัญของกระแสการลงทุนในหุ้น AI
- ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปิดที่ 50,866.78 จุด ลดลง 695.15 จุด (-1.35%)
- ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,383.74 จุด ลดลง 200.57 จุด (-2.64%)
- ดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 25,709.432 จุด ลดลง 1,121.526 จุด (-4.18%)
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ ตามแรงขายหุ้นชิปทั่วโลก
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงในวันเดียวกัน โดยได้รับแรงกดดันจากการเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิป หลังความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรม AI แพร่กระจายจากสหรัฐฯ และเอเชียมายังยุโรป
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในยุโรปร่วงลงอย่างมีนัยสำคัญ โดย Infineon Technologies ดิ่งกว่า 9% ขณะที่ ASML และ Nokia ปรับตัวลงเช่นกัน สะท้อนแรงกดดันจากการขายหุ้นชิปและเทคโนโลยีทั่วโลก
- ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 622.66 จุด ลดลง 1.79 จุด (-0.29%)
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดที่ 24,759.05 จุด ลดลง 185.90 จุด (-0.75%)
- ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปิดที่ 8,218.24 จุด ลดลง 26.05 จุด (-0.32%)
ตลาดหุ้นอังกฤษทรงตัวเหนือแดนบวก สวนทางยุโรป
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเล็กน้อยในวันศุกร์ โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นในกลุ่มเชิงรับและพลังงาน ช่วยพยุงตลาดท่ามกลางแรงกดดันจากการปรับฐานของหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก
แม้ตลาดยุโรปส่วนใหญ่จะปิดลบ แต่ตลาดหุ้นอังกฤษสามารถยืนในแดนบวกได้ จากโครงสร้างตลาดที่มีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีน้อยกว่าประเทศอื่นในยุโรป และได้รับอานิสงส์จากราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นอังกฤษ ปิดที่ 10,368.05 จุด เพิ่มขึ้น 7.73 จุด (+0.07%)
ราคาน้ำมันปรับลด แม้ OPEC+ เพิ่มกำลังผลิต
ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลง หลังนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะลุกลาม แม้ OPEC+ มีมติเพิ่มเป้าหมายการผลิตน้ำมันต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน
นักวิเคราะห์มองว่าการเพิ่มกำลังการผลิตของ OPEC+ ยังมีผลจำกัด ตราบใดที่การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังเผชิญข้อจำกัดจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
- ราคาน้ำมันดิบ WTI (ส่งมอบเดือนกรกฎาคม) ปิดที่ 90.54 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 2.50 ดอลลาร์ หรือ 2.69%
- ราคาน้ำมันดิบ Brent (ส่งมอบเดือนสิงหาคม) ปิดที่ 93.09 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 1.94 ดอลลาร์ หรือ 2.04%
ราคาทองคำร่วงแรง หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ แข็งแกร่ง
ราคาทองคำโลกปรับตัวลงอย่างหนัก หลังข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด ส่งผลให้นักลงทุนประเมินว่า Fed อาจคงดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าที่คาดไว้
การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ส่งผลให้ราคาทองคำเผชิญแรงขายต่อเนื่อง
- ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ปิดที่ 4,375.19 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 2.2%
- ราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ (ส่งมอบเดือนสิงหาคม) ปิดที่ 4,405.10 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 2.2%
ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า รับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ สดใส
ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 172,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่า Fed อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงปลายปี
นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากสถานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางและผลกระทบจากราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง
- ยูโร/ดอลลาร์ ปิดที่ 1.1575 ดอลลาร์ ลดลง 0.29%
- ดอลลาร์/เยน ปิดที่ 160.115 เยน เพิ่มขึ้น 0.05%
- ปอนด์/ดอลลาร์ ปิดที่ 1.3400 ดอลลาร์ ลดลง 0.12%