ดีล FTA ไทย-EU ส่งสัญญาณบวก ส.อ.ท.เชื่อดึงลงทุนคุณภาพสูงเข้าไทย
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และคณะผู้แทนเจรจาของไทยสามารถผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย–สหภาพยุโรป (EU) รอบที่ 9 ให้มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม
โดยสามารถสรุปผลการเจรจาเพิ่มเติมได้อีก 8 ประเด็น ส่งผลให้ปัจจุบันการเจรจาบรรลุผลแล้ว 15 บท จากทั้งหมด 24 บท หรือประมาณสองในสามของความตกลง ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายโอกาสทางการค้า การลงทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย
รากฐานพัฒนาเศรษฐกิจไทย
ทั้งนี้ มองว่าประเด็นที่สามารถบรรลุข้อตกลงในรอบนี้ ล้วนเป็นรากฐานสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะบทว่าด้วยการแข่งขันและการอุดหนุน ซึ่งจะช่วยยกระดับกติกาการแข่งขันให้มีความเป็นธรรม โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
ซึ่งจะสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สามารถแข่งขันในตลาดสหภาพยุโรปได้อย่างเท่าเทียม รวมถึงเพิ่มความโปร่งใสในการให้เงินอุดหนุนและสิทธิประโยชน์จากภาครัฐ
ขณะที่บทรัฐวิสาหกิจจะส่งเสริมให้รัฐวิสาหกิจที่ดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์แข่งขันกับภาคเอกชนภายใต้กติกาเดียวกัน ลดความกังวลด้านการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
ส่วนบทการระงับข้อพิพาทจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจว่าหากเกิดกรณีไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีของความตกลง รัฐบาลจะสามารถใช้กลไกระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐที่มีประสิทธิภาพในการคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทยได้
ลดความซ้ำซ้อนมาตรฐาน-ขั้นตอนการค้า
นอกจากนี้ การบรรลุภาคผนวกด้านยานยนต์ภายใต้บทอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (TBT) รวมถึงพิธีสารความร่วมมือด้านศุลกากร จะช่วยลดความซ้ำซ้อนของมาตรฐานและขั้นตอนทางการค้า ลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ
และอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญ สามารถเข้าถึงตลาดสหภาพยุโรปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน การบรรลุข้อตกลงในประเด็นอากรที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกสินค้า และการผูกขาดการนำเข้า–ส่งออกสินค้า จะช่วยเสริมสร้างความโปร่งใส ลดข้อจำกัดและต้นทุนทางการค้า เพิ่มประสิทธิภาพในการส่งออก และสนับสนุนการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานของไทยกับตลาดสหภาพยุโรปได้อย่างเข้มแข็งยิ่งขึ้น
ในฐานะที่สหภาพยุโรปเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทย และไทยยังคงได้เปรียบดุลการค้ากับ EU อย่างต่อเนื่อง ส.อ.ท. เชื่อมั่นว่าการเร่งผลักดันการเจรจาในช่วงโค้งสุดท้ายจะช่วยรักษาฐานตลาดเดิม ขยายโอกาสการส่งออกและดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูง รวมถึงผลักดันการยกระดับมาตรฐานด้านกฎระเบียบ การแข่งขัน และธรรมาภิบาลทางเศรษฐกิจของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
โดยจะเป็นรากฐานสำคัญในการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยสู่การเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในอนาคต ตลอดจนเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของไทยท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก