โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

รู้หรือไม่ ทำไมหลายประเทศถึงผลักดันให้ผู้ชายฉีดวัคซีน HPV

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 15 มิ.ย. เวลา 07.28 น.
HPV ไม่ใช่เรื่องของผู้หญิงเท่านั้น เมื่อหลายประเทศหันมาฉีดวัคซีนให้เด็กชายและผู้ชายเพื่อลดการแพร่เชื้อ

เป็นเวลาหลายปีที่วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ถูกมองว่าเป็น “วัคซีนสำหรับผู้หญิง” เนื่องจากจุดประสงค์หลักในช่วงแรกคือการป้องกันมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยในผู้หญิงทั่วโลก แต่ความรู้ทางการแพทย์ในปัจจุบันชี้ชัดว่า HPV ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผู้หญิงเพียงเพศเดียว โดยมองว่า ผู้ชายสามารถติดเชื้อและเป็นพาหะแพร่เชื้อได้เช่นกัน อีกทั้งยังมีความเสี่ยงต่อโรคและมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งทวารหนัก มะเร็งองคชาต มะเร็งช่องปากและลำคอ รวมถึงหูดหงอนไก่

ด้วยเหตุนี้ หลายประเทศจึงเริ่มปรับนโยบายจากการฉีดวัคซีนเฉพาะเด็กหญิง มาเป็น "โครงการฉีดวัคซีน HPV แบบไม่จำกัดเพศ" หรือ Gender-neutral HPV Vaccination Program โดยสนับสนุนให้เด็กชายและผู้ชายได้รับวัคซีนเช่นเดียวกับผู้หญิง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในประชากรทั้งสองเพศและลดการแพร่กระจายของเชื้อในระยะยาว

จากการป้องกันมะเร็งปากมดลูก สู่การป้องกันมะเร็งในทุกเพศ

ในอดีต หลายประเทศให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีนในเด็กหญิงก่อน เนื่องจากมะเร็งปากมดลูกเป็นภาระโรคที่สำคัญ และองค์การอนามัยโลก เคยแนะนำให้ประเทศที่มีทรัพยากรจำกัดเน้นการฉีดในเด็กหญิงเป็นลำดับแรก

แต่ในช่วงหลายปีกลับพบว่า HPV เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งหลายชนิดที่เกิดขึ้นในผู้ชายเช่นกัน โดยเฉพาะมะเร็งช่องปากและลำคอ มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งองคชาต นอกจากนี้ ผู้ชายยังเป็นส่วนหนึ่งของวงจรการแพร่เชื้อสู่คู่นอนอีกด้วย

งานวิจัยและการประเมินนโยบายสาธารณสุขในหลายประเทศจึงชี้ว่า การฉีดวัคซีนให้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายสามารถลดการติดเชื้อ HPV ในประชากรได้มีประสิทธิภาพมากกว่า และช่วยสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ (herd immunity) ได้ดียิ่งขึ้น

ปัจจุบันมีอย่างน้อย 47 ประเทศที่ฉีด HPV ให้ผู้ชายด้วย

บทความวิชาการจาก BMC Medicine ที่ตีพิมพ์ในปี 2024 ระบุว่า ณ ปี 2023 มีประมาณ 47 ประเทศทั่วโลกที่รวมเด็กชายหรือผู้ชายไว้ในโครงการวัคซีน HPV ระดับชาติแล้ว ตัวอย่างเช่น

ออสเตรเลีย

ออสเตรเลียถือเป็นหนึ่งในประเทศต้นแบบของโลกด้านการป้องกัน HPV โดยเริ่มฉีดวัคซีนให้เด็กหญิงก่อน และขยายมาสู่เด็กชายในโครงการระดับชาติ ทำให้ประเทศมีอัตราการติดเชื้อ HPV และหูดหงอนไก่ลดลงอย่างมาก จนถูกคาดหมายว่าจะเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ที่สามารถกำจัดมะเร็งปากมดลูกในฐานะปัญหาสาธารณสุขได้

สหราชอาณาจักร

สหราชอาณาจักรเริ่มให้วัคซีน HPV แก่เด็กชายอายุประมาณ 12-13 ปี ผ่านระบบโรงเรียน เพื่อให้ได้รับการป้องกันเช่นเดียวกับเด็กหญิง และลดการแพร่เชื้อในประชากร

สหรัฐอเมริกา

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) แนะนำให้เด็กชายและเด็กหญิงได้รับวัคซีน HPV เป็นประจำตั้งแต่อายุ 11-12 ปี โดยสามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปี

สวีเดน เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส โปรตุเกส และฟินแลนด์

หลายประเทศในยุโรปเหนือและยุโรปตะวันตกได้เปลี่ยนมาใช้แนวทางฉีดวัคซีนแบบไม่จำกัดเพศ โดยมองว่าการป้องกัน HPV ควรเป็นเรื่องของประชากรทุกคน ไม่ใช่เฉพาะผู้หญิง

แล้วประเทศไทยอยู่ตรงไหน?

ประเทศไทยได้บรรจุวัคซีน HPV ในโครงการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคแห่งชาติสำหรับเด็กหญิง เพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูก และเป็นหนึ่งในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการนำวัคซีน HPV มาใช้ในระดับประเทศแล้ว

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันโครงการภาครัฐยังมุ่งเน้นการฉีดในเด็กหญิงเป็นหลัก ขณะที่การฉีดในเด็กชายยังเป็นทางเลือกที่ผู้ปกครองหรือบุคคลสามารถเข้ารับบริการได้ตามคำแนะนำของแพทย์และความสมัครใจ

ทำไมผู้ชายจึงควรได้รับวัคซีน HPV?

  • ผู้ชายสามารถติดเชื้อ HPV ได้เช่นเดียวกับผู้หญิง
  • HPV เป็นสาเหตุของมะเร็งหลายชนิดในผู้ชาย ไม่ใช่เฉพาะมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง
  • การฉีดวัคซีนให้ทั้งสองเพศช่วยลดการแพร่เชื้อในสังคม และเพิ่มโอกาสในการควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า

แนวคิดเรื่องวัคซีน HPV จึงกำลังเปลี่ยนจาก "วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก" ไปสู่ "วัคซีนป้องกันมะเร็งและโรคจาก HPV ในทุกเพศ" ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่หลายประเทศทั่วโลกเริ่มผลักดันโครงการฉีดวัคซีนแบบไม่จำกัดเพศ เพื่อปกป้องสุขภาพของประชากรทั้งหญิงและชายในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ

อ่านคอนเทนต์เพิ่มเติม คลิก!

มัดรวมเรื่องที่หนุ่มๆ ไม่ควรพลาด

ทำไม? ผู้ชายถึงชอบปล่อยให้ตัวเปียกฝน

Health Addict

ส่องแฟชั่นชาย ณ Met Gala 2026 เมื่อ ร่างกาย คือผืนผ้าใบ และ ชุดสูท ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

LSA Thailand

วัคซีน HPV ช่วยผู้ชายลดเสี่ยงมะเร็งถึงครึ่ง งานวิจัยใหม่ย้ำเด็กผู้ชายก็ควรฉีด

TNN ช่อง16
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...