“ชัชชาติ” เข้าทำงานวันแรก พร้อม เปิดตัวทีมงาน
"ชัชชาติ" เข้าทำงานวันแรก พร้อม เปิดตัวทีมผู้บริหารกรุงเทพมหานคร เดินหน้า 261 นโยบาย เน้นตรวจสอบทุจริต ย้ำไม่มี “ระบบอากง” และทำงานร่วมกับ ส.ก. ทุกฝ่ายได้
วันนี้ ( 9 ก.ค.69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวเปิดตัวทีมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครและนโยบายเร่งด่วน
สําหรับทีมบริหารและคณะทำงานของ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ประกอบด้วย รองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ 4 คน รศ.ดร.วิศณุ ทรัพย์สมพล , รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช นาย ศานนท์ หวังสร้างบุญ ,พรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ ส่วน นายจักกพันธุ์ ผิวงาม ขยับขึ้นมาเป็นประธานที่ปรึกษาฯ และ นายต่อศักดิ์ โชติมงคล เป็นที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ
นายชัชชาติ กล่าวว่า หัวใจหลักของการทำงานนับจากนี้คือการนำ 261 นโยบาย มาแปลงเป็นแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) ที่มีตัวชี้วัด (KPI) ชัดเจน โดยตั้งเป้าหมายว่าภายใน 2 วันนี้ แผนงานทั้งหมดจะต้องเสร็จสมบูรณ์ เพื่อให้ข้าราชการและลูกจ้าง กทม. ทั้ง 70,000 คน ทราบหน้าที่และเป้าหมายที่ต้องทำในแต่ละวันทันทีเมื่อตื่นมาทำงาน
สำหรับแผนงานเร่งด่วนใน 100 วันแรก นายชัชชาติ ระบุว่า วันนี้จะมีการออกคําสั่วเรื่องการเปิดเผยข้อมูลด้วยการอัปเดตรายละเอียดมากขึ้นเพื่อเพิ่มความโปร่งใส และจะมุ่งเน้นไปที่โครงการที่ค้างคาและประเด็นที่ประชาชนให้ความกังวล ทั้งด้านบริการสาธารณสุข ที่จะปรับปรุงกฎระเบียบศูนย์เด็กเล็ก และเร่งพัฒนาระบบการนัดหมายแพทย์ จะมีการดำเนินมาตรการตรวจสอบความทุจริตอย่างเข้มงวด และเปิดเผยข้อมูลภาครัฐให้ประชาชนเข้าถึงได้ ด้านสิ่งแวดล้อม
และผังเมือง เร่งสะสางโครงการที่ยังมีปัญหา เช่น โรงกำจัดขยะอ่อนนุช และการจัดการทางเท้าและลู่วิ่ง
ส่วนด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง จะแก้ไขปัญหาย่านไชน่าทาวน์ (เยาวราช) และการตรวจสอบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่เข้ามาแย่งอาชีพคนไทยซึ่งจะต้องหยิบยกปัญหาเหล่านี้ขึ้นมาเร่งดำเนินการทันที เพื่อตอบโจทย์ และแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนคนกรุงเทพฯ ได้รวดเร็วที่สุด
เมื่อถามถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างตําแหน่งประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ จากเดิมคือนายต่อศักดิ์เป็นนายจักกพันธุ์ถือเป็นการลบบ้างระบบอากงหรือไม่ นายชัชชาติ เปิดเผยว่าการปรับเปลี่ยนคิดมาเป็นปีแล้ว พร้อมยํ้าว่าไม่มีระบบอากงและประชาชนหลายคนก็ไม่กังวลในเรื่องนี้แล้วเห็นได้จากผลการเลือดตั้งซึ่งประชาชนเข้าใจในสิ่งที่เราชี้แจง ส่วนนายต่อศักดิ์ก็ยังมีความสําคัญด้านยุทธศาสตร์จึงให้ไปอยู่ในตําแหน่งที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ และจะมีพี่ชายของตนเองมาเป็นที่ปรึกษาด้านการแพทย์ด้วยซึ่งไม่ได้รับเงินเดือน
ส่วนกรณีบุคลากรที่ยังไม่ได้รับการบรรจุ นายชัชชาติ กล่าวว่า ทุกคนควรได้รับความเป็นธรรม แต่ยอมรับว่าข้อจำกัดด้านงบประมาณยังเป็นปัญหาสำคัญ โดยเฉพาะงบประมาณปี 2570 ที่กรุงเทพมหานครต้องจัดสรรงบประมาณจำนวนมากเพื่อชำระภาระค่าเดินรถและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับโครงการรถไฟฟ้า BTS ซึ่งรายรับจากค่าโดยสารยังต่ำกว่ารายจ่ายประมาณ 5,000 ล้านบาทต่อปี ทำให้กรุงเทพมหานครต้องนำงบประมาณส่วนหนึ่งไปอุดหนุนภาระดังกล่าว ส่งผลให้งบประมาณสำหรับการพัฒนาด้านอื่นลดลง จึงจำเป็นต้องบริหารงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและตอบโจทย์ประชาชนมากที่สุด
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงการทำงานร่วมกับสภากรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ กล่าวว่า พร้อมทำงานร่วมกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานครทุกคน ไม่ว่าจะเป็นใครหรือมาจากพรรคการเมืองใด พร้อมแสดงความยินดีกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานครทุกคน และเชื่อว่าทุกคนได้รับเลือกตั้งเข้ามาด้วยความตั้งใจที่จะทำงานเพื่อประชาชน โดยพร้อมยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง
ในประเด็นการปราบปรามการทุจริต นายชัชชาติ กล่าวว่า เชื่อว่าตลอด 4 ปีที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครมีผลการดำเนินงานด้านการต่อต้านการทุจริตดีขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งสะท้อนจากตัวเลขและผลการดำเนินงานที่ผ่านมา พร้อมย้ำว่าได้กำชับผู้บริหาร ปลัดกรุงเทพมหานคร และรองปลัดกรุงเทพมหานคร ให้ถือเรื่องการปราบปรามการทุจริตเป็นวาระสำคัญอันดับหนึ่ง และต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
นายชัชชาติ ยังฝากถึงข้าราชการและลูกจ้างกรุงเทพมหานครทุกคนว่า ทุกคนถือเป็นผู้ที่มีโอกาสมากกว่าประชาชนจำนวนมาก เพราะมีเงินเดือนและสวัสดิการ จึงต้องตระหนักถึงบุญคุณของประชาชน และไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือคอร์รัปชันทุกรูปแบบ พร้อมเสนอให้การต่อต้านการทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากหากประเทศยังมีปัญหาการทุจริต ก็จะไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลกได้ โดยยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวเป็นนโยบายสำคัญที่ตนเน้นย้ำมาโดยตลอดตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews