วิเคราะห์มุมมองอิหร่านต่อสงครามปี 2026 (2)
รัฐบาลสหรัฐคิดว่านโยบายกับพฤติกรรมของตนกำลังสร้างความมั่นคงแก่ตนและโลก แต่หลายประเทศคิดตรงกันข้าม คำว่าพันธมิตรของสหรัฐหมายความว่าอย่างไรกันแน่
ทั้งๆ ที่โดนสหรัฐกับอิสราเอลถล่ม พยายามคว่ำบาตรอิหร่านทุกช่องทาง Bagher Qalibaf โฆษกรัฐสภาอิหร่านกลับพูดว่าอิหร่านชนะทางยุทธศาสตร์ เรื่องนี้มีที่มาที่ไปต้องโยงนโยบายสหรัฐหลายเรื่องดังนี้…
ภาพ: ไม่ว่าประเทศใดที่ขวางเส้นทางล้วนขัดผลประโยชน์ประชาคมโลก
เครดิตภาพ: ปัญญาประดิษฐ์
หลักคิดทรัมป์เป็นภัยต่อโลก:
ทันทีที่รับตำแหน่งรอบ 2 ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศว่ายุคทองสหรัฐเริ่มต้นแล้ว ประเทศจะรุ่งเรือง นานาชาติเคารพนับถือ ยึดหลัก America First สร้างชาติที่น่าภาคภูมิใจ มั่งคั่งและเสรี
ผู้นำสร้างความยิ่งใหญ่ พัฒนาประเทศไม่ผิดและสมควรทำอย่างยิ่ง แต่หลักคิดกับผลทางปฏิบัติส่งผลต่อโลกอย่างไร นานาชาติย่อมมีปฏิกิริยา ยกตัวอย่าง
1) ทรัมป์เป็นมาเฟียโลก
เพียงเดือนเศษหลังรับตำแหน่ง ทั่วโลกรับรู้พฤติกรรมของประธานาธิบดีทรัมป์ที่บ่งชี้ความไม่เป็นประชาธิปไตย สื่อ The Economist ฉบับ 27 กุมภาพันธ์ 2025 นำเสนอบทความ “Donald Trump has begun a mafia-like struggle for global power” พฤติกรรมของทรัมป์ 2.0 ไม่ต่างจากเจ้าพ่อมาเฟีย
คำว่าเจ้าพ่อบ่งบอกว่าชอบข่มขู่ ใช้ความรุนแรง ไม่เคารพกฎหมาย สามารถทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตน ทรัมป์เป็น “เจ้าพ่อมาเฟีย” (a mafia don) เป็นพวกอำนาจนิยม
2) สนธิสัญญาข้อตกลงไร้ความหมาย
ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นานาชาติจะทำข้อตกลงและยึดข้อตกลง (แม้เปลี่ยนรัฐบาล) รัฐบาลสหรัฐมักพูดว่าเป็นประเทศที่ทำตามกฎและยึดถือกฎเกณฑ์ แต่การที่ทรัมป์มักฉีกข้อตกลงฝ่ายเดียว ด้วยหลายเหตุผล ขอทำข้อตกลงใหม่ ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่าข้อตกลงเก่าไม่ก่อประโยชน์ต่อสหรัฐมากพอ กำแพงภาษีทรัมป์ 2.0 เป็นอีกตัวอย่างที่ชัดเจน
สมัยสงครามเย็น ฝ่ายเสรีประชาธิปไตยจะค้าขายกันเอง และจะไม่พยายามค้าขายกับฝั่งสังคมนิยม การเป็นพันธมิตร การทำข้อตกลงการค้าระดับกลุ่มยิ่งส่งเสริมให้ขั้วโลกเสรีค้าขายกันมากขึ้น นักวิชาการตะวันตกพร่ำสอนว่าวิธีการนี้ช่วยให้โลกมั่นคง นานาชาติมั่งคั่ง ชาติฝ่ายเสรีประชาธิปไตยพัฒนาร่วมกัน
ผลคือการค้าระหว่างประเทศขยายตัวอย่างรวดเร็ว ปี 2024 สหรัฐนำเข้าสินค้าจากอียู 606,000 ล้านดอลลาร์ ส่งออกสู่อียู 370,000 ล้านดอลลาร์ สหรัฐขาดดุลไม่น้อย ที่สำคัญคือ เมื่อมาถึงวันนี้รัฐบาลทรัมป์กลับชี้ว่า นี่คือการค้าที่สหรัฐเสียเปรียบ ถูกเอาเปรียบ จะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นอีก
สังเกตว่ารัฐบาลทรัมป์ 2.0 ไม่เอ่ยถึงหลักการค้าเสรีแต่กลับพูดว่าถูกเอาเปรียบ จึงประกาศขึ้นภาษีสินค้าอียูหลายรอบหลายสิบเปอร์เซ็นต์ (รวมทั้งกับประเทศอื่นๆ อย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้) รัฐบาลสหรัฐใช้เหตุผลข้ออ้างใหม่ นี่คือการหักหลังพันธมิตรที่เคยยึดหลักการค้าตามขั้วใช่หรือไม่
3) กรีนแลนด์กับแคนาดา
โลกต้องตกตะลึง โดยเฉพาะพันธมิตรนาโต ที่ครั้งหนึ่งน่าจะปลอดภัยมากที่สุด บัดนี้ภัยคุกคามร้ายแรงของพวกเขาคือพันธมิตรอเมริกา ดังที่ทราบกันทั่วไปว่าทรัมป์ 2.0 ยืนยันกรีนแลนด์จำต้องเป็นของสหรัฐ มกราคม 2026 ประธานาธิบดีทรัมป์ยอมรับว่าอาจใช้กำลังทหาร สหรัฐต้องครอบครองกรีนแลนด์เพื่อความมั่นคงแห่งชาติ แม้คนกรีนแลนด์ไม่เห็นด้วย
วิเคราะห์: เป็นหลักคิดที่ว่าอะไรที่รัฐบาลสหรัฐต้องการก็จะต้องเอาให้ได้ ไม่ว่าอีกฝ่ายต้องสูญเสียอะไรมากน้อยแค่ไหน แม้กระทั่งสิทธิเสรีภาพประชาธิปไตย ผู้พยายามอ้างว่าเป็นผู้นำฝ่ายประชาธิปไตยโลกกำลังจะทำเช่นนั้น
ล่าสุดสหรัฐยังไม่ล้มเลิกความคิดนี้ ยังหวังขยายฐานทัพของตนบนเกาะแห่งนี้ เข้าลงทุนในทรัพยากรต่างๆ โดยที่รัฐบาลสหรัฐมีส่วนทำข้อตกลง
ต่อมาทรัมป์ 2.0 ให้เหตุผลว่าจำต้องยึดครองแคนาดาเพื่อความมั่นคงของสหรัฐและของนานาชาติ เพราะจะช่วยให้สหรัฐมีพลังอำนาจมากขึ้น มีแรงต้านปรปักษ์อย่างจีน รัสเซีย ดีกว่าปล่อยให้แคนาดาตกเป็นของจีน แม้ว่ารัฐบาลแคนาดาไม่เห็นด้วย คนแคนาดาต่อต้าน รัฐบาลสหรัฐจะเดินหน้าดำเนินการให้สำเร็จ แม้ต้องล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย หรือด้วยกำลังทหาร ท้ายที่สุดประเทศนี้ต้องกลายเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐซึ่งหมายถึงแคนาดาสิ้นชาติ
แม้ท่าทีของทรัมป์ทำให้สหรัฐดูเข้มแข็งดุดัน อาจตีความว่าสหรัฐยิ่งใหญ่น่าเกรงขาม แต่คือภัยคุกคามความมั่นคงร้ายแรงของนานาชาติ
พันธมิตรตะวันตกรวมตัวค้านสหรัฐ:
มีนาคม 2026 ฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์ (Frank-Walter Steinmeier) ประธานาธิบดีเยอรมนี กล่าวว่า สหรัฐ-อิสราเอลรุกรานอิหร่านผิดกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมกับสนับสนุนนโยบายขยายกองทัพเยอรมนีให้เข้มแข็ง กองทัพเยอรมัน “ต้องกลายเป็นแกนหลักของการป้องกันยุโรป” “ต้องมีเทคโนโลยีของตนเองลดการพึ่งพาสหรัฐ”
เมื่อทรัมป์ข่มขู่ขอให้พันธมิตรส่งกองทัพช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลายประเทศยืนยันไม่ขอเข้าพัวพัน ไคยา คาลลัส (Kaja Kallas) ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปด้านกิจการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคง กล่าวว่า “ไม่ใช่สงครามของยุโรป แต่มีผลประโยชน์ยุโรปในนั้น”
การที่นาโตยุโรปไม่เข้าร่วมเพราะไม่เข้าข่ายสนธิสัญญา สงครามอิหร่านคือสหรัฐกับอิสราเอลเข้ารบกับอิหร่าน ไม่ใช่โดนอิหร่านโจมตีก่อน แม้รัฐบาลสหรัฐพยายามให้เหตุผลที่มาของสงครามหลายรอบ แต่ไม่สมเหตุผล ล่าสุดทรัมป์ยังต้องการให้นาโตยุโรปเข้าร่วมสงคราม
กลางเดือนเมษายน 2026 อังกฤษกับฝรั่งเศสประกาศร่วมเป็นเจ้าภาพ “พันธกิจหลายชาติเพื่อสันติ” (peaceful multinational mission) เป้าหมายคือแก้ปัญหาช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ในยามนี้ที่อิหร่านกับสหรัฐต่างอาศัยเป็นเครื่องมือต่อรอง เป็นงานสืบเนื่องจากที่จัดเมื่อต้นเดือนที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 40 ประเทศ นายกฯ สตาร์เมอร์ ย้ำว่าไม่เห็นด้วยกับการปิดช่องแคบ และจะไม่ยอมถูกลากเข้าร่วมสงคราม ไม่แม้กระทั่งส่งเรือกวาดทุ่นระเบิดเข้าช่วยตามที่สหรัฐร้องขอ
วิเคราะห์: การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นผลประโยชน์นานาชาติ ไม่ใช่แค่เรื่องของสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน ไม่ว่าประเทศใดที่ขวางเส้นทางล้วนขัดผลประโยชน์ประชาคมโลก
ในขณะที่หน้าสื่อเต็มด้วยคำพูดของทรัมป์ เรื่องราวของสงครามกับความตึงเครียด ตัวแสดงที่ 3 หรือ Third Party มีผลต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ Third Party ในที่นี้หมายถึงประเทศอื่นๆ ที่มีส่วนร่วมสำคัญ เช่น จีน นาโตยุโรป ที่คาดว่าพวกเขากำลังทำงานอยู่หลังม่าน
เป้าหมายของ Third Party คิดไกลมากกว่าสงครามอิหร่าน พวกเขาอาจกำลังสั่งสอนสหรัฐ ว่านานาชาติจะตอบโต้อย่างไรถ้าสหรัฐมีผู้นำอย่างทรัมป์ ที่ไปล้มรัฐบาลเวเนซุเอลา เอาน้ำมันประเทศนี้มาเป็นของตัวเอง และหวังทำเช่นนี้กับอิหร่าน นโยบายเช่นนี้ไม่ใช่เพราะพวกเขาชอบอิหร่าน แต่โลกไม่ควรเป็นเช่นนี้ ไม่ควรยึดกฎแห่งป่า
โลกไม่สงบสุขแน่ถ้ารัฐบาลสหรัฐละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ ไปรุกรานประเทศอื่นตามใจชอบ Third Party จึงร่วมกันใช้โอกาสนี้ส่งสารไปถึงคนอเมริกันว่าอย่าเลือกประธานาธิบดีอย่างทรัมป์อีก
ในการประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐ-จีนเมื่อกลางเดือนพฤษภาคม 2025 มีการหารือเรื่องชองแคบฮอร์มุซ ความจริงแล้วการเปิดฮอร์มุซง่ายนิดเดียว เพียงแค่สหรัฐกับอิสราเอลหยุดรุกรานอิหร่าน ถอนกำลังรบกลับไป เพียงเท่านั้นสันติภาพจะเกิดขึ้นทันที อย่างน้อยที่สุดก็ชั่วคราว เพราะสหรัฐอาจข่มขู่รุกรานประเทศอื่นแทน
รัฐบาลสหรัฐคิดว่านโยบายกับพฤติกรรมของตนกำลังสร้างความมั่นคงแก่ตนและโลก แต่หลายประเทศคิดตรงกันข้าม ขนาดพันธมิตรนาโตยังมองว่าเป็นภัยคุกคามร้ายแรง คำว่าพันธมิตรของสหรัฐหมายความว่าอย่างไรกันแน่.