โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิกฤตโลกร้อนสะเทือนอิตาลี กระทบ “ชีส” ในตำนาน 800 ปี ผู้ผลิตหวั่นส่งต่อไม่ถึงคนรุ่นหลัง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
คลื่นความร้อนที่ทวีความรุนแรงในอิตาลี ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อประชาชน แต่ยังลุกลามถึงอุตสาหกรรมผลิต “ชีสพาร์มิจาโน เรจจาโน” สินค้าขึ้นชื่อระดับโลกของประเทศ เมื่อโคนมให้น้ำนมลดลง ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงจากการใช้พลังงานเพื่อรับมือกับอากาศร้อน ขณะที่ผู้ผลิตกังวลว่า หากสภาพอากาศสุดขั้วยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง อนาคตของชีสที่สืบทอดมายาวนานกว่า 800 ปี อาจตกอยู่ในความเสี่ยง

อุตสาหกรรมผลิต “ชีสพาร์มิจาโน เรจจาโน” (Parmigiano Reggiano) อันเป็นสินค้าขึ้นชื่อของแคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา ทางตอนเหนือของอิตาลี กำลังเผชิญผลกระทบจากคลื่นความร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรและผู้ประกอบการต้องเพิ่มมาตรการดูแลโคนมและควบคุมอุณหภูมิในโรงเก็บชีส ส่งผลให้ต้นทุนด้านพลังงานเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ปริมาณและคุณภาพน้ำนมลดลง

ในอดีต เกษตรกรในพื้นที่จะเปิดหน้าต่างโรงเรือนเฉพาะช่วงกลางคืนในฤดูร้อนเพื่อช่วยระบายความร้อนให้โคนม แต่ปัจจุบันอุณหภูมิที่พุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ทำให้ต้องเปิดหน้าต่างตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมติดตั้งพัดลมและระบบพ่นละอองน้ำเพื่อบรรเทาความร้อนให้สัตว์

“นิโคลา แบร์ติเนลลี” ประธานสมาคมผู้ผลิตชีสพาร์มิจาโน เรจจาโน เปิดเผยว่า อากาศร้อนจัดส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งปริมาณและคุณภาพของน้ำนม โดยโคนมจะนอนพักมากขึ้น กินอาหารน้อยลง และให้น้ำนมลดลงได้ถึงร้อยละ 10 ซึ่งน้ำนมถือเป็นวัตถุดิบหลักของการผลิตชีส นอกจากนี้ การผลิตชีสพาร์มิจาโน เรจจาโนของแท้ยังจำกัดเฉพาะ 5 จังหวัดในอิตาลี โดยโคนมต้องกินเฉพาะหญ้าและฟางที่ปลูกในพื้นที่ดังกล่าว หากฝนตกน้อยจนหญ้าไม่เติบโต ก็จะกระทบต่อการผลิตอาหารสัตว์และปริมาณน้ำนมสำหรับทำชีส

ขณะเดียวกัน โรงเก็บชีสที่ต้องควบคุมอุณหภูมิระหว่างการบ่ม ซึ่งใช้เวลาอย่างน้อย 12 เดือน และอาจนานถึง 3 ปีหรือมากกว่า ก็ได้รับผลกระทบจากค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน

บริษัท Magazzini Generali delle Tagliate หรือ MGT ซึ่งบริหารคลังเก็บชีส มูลค่ารวมมากกว่า 300 ล้านยูโร ระบุว่า ในช่วงที่เกิดคลื่นความร้อนรุนแรงปีนี้ การใช้พลังงานต่อวันเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 30 แม้จะมีการปรับปรุงระบบทำความเย็น ระบบหม้อไอน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพฉนวนอาคาร และใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้นแล้วก็ตาม

คลังเก็บชีสที่ควบคุมอุณหภูมิในภูมิภาคแห่งนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ "ธนาคารพาร์มิจาโน" ซึ่งใช้เทคโนโลยีควบคู่กับภูมิปัญญาดั้งเดิมในการดูแลชีส โดยชีสต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด ทั้งการเอกซเรย์และการเคาะด้วยค้อนขนาดเล็กเพื่อค้นหารอยตำหนิที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการบ่ม

ด้านเปาโล กันแซร์ลี ผู้อำนวยการฝ่ายขายต่างประเทศของบริษัทแกรนแตร์เร (GranTerre) กล่าวว่า หากสภาพอากาศสุดขั้วยังคงเกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรงขึ้น จะส่งผลต่อทั้งปริมาณและคุณภาพของน้ำนม รวมถึงทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อุตสาหกรรมชีสพาร์มิจาโน เรจจาโน สร้างรายได้ประมาณ 4.5 พันล้านยูโรต่อปี และเป็นแหล่งจ้างงานสำคัญของภูมิภาค โดยในปี 2568 การส่งออกคิดเป็นมากกว่าร้อยละ 50 ของยอดจำหน่ายทั่วโลก และสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดส่งออกใหญ่ที่สุด

ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมระบุว่า ชีสพาร์มิจาโน เรจจาโนมีประวัติยาวนานกว่า 800 ปี และทุกฝ่ายหวังว่าจะไม่ใช่คนรุ่นสุดท้ายที่ยังได้ผลิตและบริโภคชีสอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของอิตาลี ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...