“จีน” เริ่มคุมเข้มกระแสหุ้น AI หลังตลาดร้อนแรงเกินพื้นฐาน
"จีน" สั่งตรวจสอบบริษัทจดทะเบียนและกองทุน ETF ที่ได้อานิสงส์จากกระแส AI หลังหุ้นหลายตัวพุ่งแรงแม้ธุรกิจแทบไม่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดังกล่าว
วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.09 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า หน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนของจีนเริ่มเข้าตรวจสอบความร้อนแรงของตลาดหุ้นที่ขับเคลื่อนด้วยกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังหุ้นหลายตัวและกองทุน ETF พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจากความคาดหวังของนักลงทุน แม้บางบริษัทจะมีความเกี่ยวข้องกับ AI เพียงเล็กน้อยหรือแทบไม่มีเลยก็ตาม
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้นได้ส่งคำถามไปยังบริษัทจดทะเบียนหลายแห่ง เพื่อให้ชี้แจงว่า ธุรกิจหลักของบริษัทมีความเกี่ยวข้องกับ AI อย่างมีนัยสำคัญจริงหรือไม่ รวมถึงสอบถามว่าการเปิดเผยข้อมูลต่อนักลงทุนมีความชัดเจนเพียงพอหรือไม่
ขณะเดียวกันหน่วยงานกำกับดูแลยังได้สอบถามผู้จัดการกองทุน ETF บางแห่งที่มีสัดส่วนลงทุนในหุ้นกลุ่ม AI สูง โดยขอให้เปิดเผยวิธีประเมินมูลค่าสินทรัพย์ รวมถึงอธิบายเหตุผลในการถือครองหุ้นต่าง ๆ ท่ามกลางความกังวลว่าราคาหุ้นอาจพุ่งขึ้นเกินพื้นฐานผลประกอบการจริงของบริษัท
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความกังวลของรัฐบาลปักกิ่งต่อภาวะเก็งกำไรที่เกิดขึ้นในกระแส AI ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ดัชนี Star 50 ของจีน ซึ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยี ทำสถิติสูงสุดใหม่ในเดือนนี้
นักลงทุนจำนวนมากแห่เข้าซื้อหุ้นที่ถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับ AI ส่งผลให้ราคาหุ้นหลายตัวปรับตัวขึ้นรุนแรง แม้บางบริษัทจะมีความเชื่อมโยงกับเทคโนโลยี AI เพียงผิวเผิน
สื่อทางการจีนเองก็เริ่มออกมาเตือนถึงความเสี่ยงแฝงในการลงทุนด้าน AI โดยหนังสือพิมพ์ Economic Information Daily ภายใต้สำนักข่าวซินหัว ระบุว่า ตลาดกำลังเผชิญภาวะที่มูลค่าหุ้นพุ่งสูงมาก ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจยังไม่แน่นอน
รายงานดังกล่าวอ้างผู้จัดการกองทุนรายหนึ่ง ว่า หุ้นบางตัวมีการซื้อขายที่ระดับราคาสูงกว่ากำไรหลายร้อยหรือหลายพันเท่า แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าบริษัทจะสามารถสร้างผลประกอบการมารองรับมูลค่าดังกล่าวได้จริงหรือไม่
นอกจากนี้ สื่อทางการยังเตือนถึงการเพิ่มขึ้นของหุ้นมีม AI (AI meme stocks) พร้อมระบุว่า หน่วยงานกำกับดูแลพบว่าบางบริษัทแทบไม่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับ AI อย่างแท้จริง แต่กลับได้รับแรงหนุนจากกระแสเก็งกำไรของนักลงทุนรายย่อย
เฉพาะในเดือนนี้ มีบริษัทจดทะเบียนในจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงมากกว่า 20 แห่ง ออกแถลงการณ์ชี้แจงเกี่ยวกับธุรกิจ AI และเทคโนโลยีประมวลผล เพื่ออธิบายต่อนักลงทุนว่า รายได้และแผนการเติบโตของบริษัทพึ่งพา AI มากน้อยเพียงใด
หนึ่งในกรณีที่ถูกจับตา คือ บริษัทผู้ผลิตไวน์ Wei Long Grape Wine Co. ซึ่งราคาหุ้นพุ่งเกือบเท่าตัวภายในเวลาเพียง 7 วันซื้อขาย ก่อนที่บริษัทจะออกแถลงการณ์ปฏิเสธข่าวลือเกี่ยวกับการได้รับ “สินทรัพย์ด้านพลังประมวลผล” เข้ามาในบริษัท ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงลงแตะขีดจำกัดลบ 10% ในวันศุกร์
ที่ผ่านมา หน่วยงานกำกับดูแลของจีนมีประวัติการเข้าแทรกแซงตลาดหุ้นอย่างใกล้ชิด ทั้งในรูปแบบส่งสัญญาณเตือนนักลงทุน หรือกระตุ้นตลาดเมื่อเห็นว่าราคาสินทรัพย์เคลื่อนไหวรุนแรงเกินไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
ขณะนี้ตลาดหุ้นจีนเริ่มส่งสัญญาณความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งจากยอดการกู้เงินเพื่อซื้อหุ้น (margin lending) ปริมาณการซื้อขาย และระดับมูลค่าหุ้น ที่ต่างปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในช่วงเดือนนี้
อ้างอิง : www.bloomberg.com