โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำตาท่วมวัด เผาแล้วน้ององุ่น กว่า 500 คนร่วมอาลัย พ่อร้องไห้ลาลูกสาว "ชาติหน้าเกิดเป็นลูกพ่ออีกนะ"

Khaosod

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

บรรยากาศสุดเศร้ามีแต่น้ำตา เผาแล้วน้ององุ่น วัย 7 ขวบ กว่า 500 คนมาร่วมอาลัย พ่อกอดรูปใจสลาย ร้องไห้ลาลูกสาว "ชาติหน้าเกิดเป็นลูกพ่ออีกนะ"

จากกรณี น้ององุ่น วัย 7 ขวบ พบเป็นศพ เสียชีวิตอยู่ใต้กอไผ่กลางสวนยางพารา พื้นที่หมู่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี แต่แล้วกลับเกิดเรื่องช็อกขึ้น เมื่อพี่สาววัย 13 สารภาพว่าเป็นคนลงมือทำให้น้องสาวเสียชีวิต ก่อนที่น้าชายวัย 17 ปี จะเป็นคนช่วยอำพรางศพ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 10 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดลิเจีย ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี พล.ต.ท.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผบช.ตชด.ภ.1 เดินทางมาเป็นประธานพิธีฌาปนกิจศพ น้ององุ่น ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าของครอบครัว ญาติพี่น้อง และประชาชนในพื้นที่ที่มาร่วมไว้อาลัย โดยมีญาติ เพื่อนบ้าน ผู้นำชุมชน ครู ในพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 500 คน เดินทางมาร่วมไว้อาลัยและส่งดวงวิญญาณของน้ององุ่น

ก่อนเริ่มพิธีฌาปนกิจ พล.ต.ท.จักรเพชร เป็นผู้แทนมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวน้ององุ่น ซึ่งเป็นเงินพระราชทานสำหรับจัดงานศพจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินช่วยเหลือจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.

จากนั้นเวลา 14.00 น. ญาติได้เคลื่อนร่างน้ององุ่น ออกจากศาลา ก่อนเวียนรอบเมรุ 3 รอบ ต่อมาจึงนำร่างขึ้นสู่เชิงตะกอน เพื่อประกอบพิธีวางดอกไม้จันทน์ โดยไม่มีพิธีสงฆ์และการทอดผ้าบังสุกุลแต่อย่างใด ตามความเชื่อและประเพณีของครอบครัว ซึ่งพ่อของน้ององุ่น ได้กล่าวคำอำลาลูกสาวด้วยน้ำตาว่า "ไปดีนะลูก ชาติหน้าเกิดมาเป็นลูกพ่ออีกนะ"

นายวิวัฒน์ ธนาปัญญาวรคุณ ผู้อำนวยการมูลนิธิวันสกาย (One Sky Foundation) องค์กรสาธารณประโยชน์ที่ทำงานด้านเด็กและครอบครัวในพื้นที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เปิดเผยบทเรียนจากการทำงานเชิงลึกในพื้นที่ต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี พบว่าเกือบทั้งหมดของกรณีเด็กที่ถูกล่วงละเมิดหรือเผชิญความรุนแรงในรูปแบบต่าง ๆ มีจุดเริ่มต้นจากการปล่อยปละละเลยของผู้ปกครองหรือผู้ดูแล

สังคมมักมองว่าเด็กเป็นผู้มีปัญหา แต่ในความเป็นจริงพฤติกรรมของเด็กเป็นเพียงอาการที่สะท้อนปัญหาซึ่งเกิดจากพ่อแม่หรือผู้ดูแล โดยเฉพาะรูปแบบการเลี้ยงดูและการดูแลเอาใจใส่ภายในครอบครัว

จากประสบการณ์การทำงานในพื้นที่ มูลนิธิพบว่าพฤติกรรมของผู้ดูแลที่ส่งผลกระทบต่อเด็กสามารถพบได้ในหลายลักษณะ ทั้งการใช้ความรุนแรงต่อเด็กทั้งทางร่างกายและวาจา การปล่อยปละละเลยไม่ดูแลความปลอดภัยของเด็กอย่างใกล้ชิด รวมถึงการเลี้ยงดูแบบตามใจจนขาดการสร้างวินัยและขอบเขตที่เหมาะสม

นายวิวัฒน์ ยังกล่าวถึงความเชื่อที่ว่า ปัญหาความรุนแรงต่อเด็กมักเกิดขึ้นในครอบครัวยากจน โดยยืนยันว่าฐานะทางเศรษฐกิจไม่ใช่ปัจจัยหลักที่นำไปสู่การทารุณกรรมเด็ก เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้กับครอบครัวทุกระดับรายได้

ปัจจัยสำคัญคือทัศนคติ วิธีคิด และแนวทางการเลี้ยงดูของผู้ปกครอง ส่วนสถานะทางเศรษฐกิจมีผลในด้านโอกาสทางการศึกษา สุขภาวะ และการเข้าถึงทรัพยากรสนับสนุนการใช้ชีวิตมากกว่า

สำหรับกรณีของน้ององุ่น ซึ่งเป็นเด็กที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นประจำและตกอยู่ในเหตุความรุนแรง มองว่าสื่อสังคมออนไลน์เป็นเพียงปัจจัยปลายเหตุ ขณะที่สาเหตุสำคัญคือการที่เด็กถูกปล่อยให้อยู่ตามลำพังเป็นเวลานานโดยขาดการดูแลจากผู้ปกครอง

ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยเลือกยื่นสมาร์ตโฟนให้บุตรหลานเพื่อให้เด็กอยู่นิ่ง ไม่ดื้อ หรือใช้เป็นเครื่องมือช่วยเลี้ยงดูแทนตนเอง แต่การปล่อยให้เด็กใช้อุปกรณ์และเข้าถึงโลกออนไลน์โดยลำพังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออันตรายในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะเมื่อไม่มีผู้ใหญ่คอยกำกับดูแล

ดังนั้น การแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องมองให้ลึกกว่าพฤติกรรมที่แสดงออกของเด็ก และให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทัศนคติ และความรับผิดชอบของผู้ปกครองหรือผู้ดูแล เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการเติบโตของเด็กจากภายในครอบครัวเป็นอันดับแรก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : น้ำตาท่วมวัด เผาแล้วน้ององุ่น กว่า 500 คนร่วมอาลัย พ่อร้องไห้ลาลูกสาว "ชาติหน้าเกิดเป็นลูกพ่ออีกนะ"

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...