โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปัญหาหน้าบ้าน กทม. ต้องใช้หน่วยงานไหนบ้าง?

The MATTER

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Politics

เคยสังเกตไหมว่า เวลาเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. การแข่งขันทางโยบายมักไม่ดุเดือดเท่าการเลือกตั้งระดับประเทศ ทั้งๆ ที่ กทม. น่าจะเป็นท้องถิ่นที่ได้รับการกระจายอำนาจมากที่สุดแห่งหนึ่ง

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ กทม. ไม่ได้มีอำนาจเต็มในการจัดการทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในเมืองของตัวเอง หลายเรื่องยังต้องรอหน่วยงานส่วนกลางขยับตัว อย่างเรื่องถนนหนทาง ที่มีหลายหน่วยงานในกระทรวงคมนาคมเป็นเจ้าภาพดูแล ทำให้ กทม. ไม่สามารถตัดสินใจหรือเดินหน้าแก้ปัญหาได้ทันที

ขณะเดียวกัน กฎหมายระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ก็ประกาศใช้มาตั้งแต่ปี 2528 ในยุคที่เมืองยังไม่ได้มีความซับซ้อนเท่าวันนี้ หลายคนจึงมองว่ากฎหมายฉบับนี้กลายเป็นข้อจำกัดสำคัญที่ทำให้ กทม. ไม่สามารถยกระดับการทำงานหรือแก้ปัญหาให้คนเมืองได้อย่างเต็มศักยภาพ

The MATTER ชวนสำรวจว่า ปัญหาใกล้ตัวของคนกรุงเทพฯ แต่ละเรื่อง มีหน่วยงานไหนเกี่ยวข้องบ้าง และถ้าอยากให้เมืองจัดการตัวเองได้ดีขึ้น เราควรกระจายอำนาจแบบไหนให้ตอบโจทย์เมืองในปัจจุบัน

แท็กซี่-ตุ๊กตุ๊กจอดแช่ริมถนน ช่วยจัดการสักที

หลายคนอาจคิดว่า แค่รถแท็กซี่หรือตุ๊กตุ๊กจอดแช่เลนซ้าย รอรับผู้โดยสารจากสถานีรถไฟใหญ่ๆ เรื่องแค่นี้ผู้ว่าฯ กทม. น่าจะสั่งจัดการได้ทันที แต่ในความเป็นจริง การบริหารจัดการจราจรในกรุงเทพฯ ถูกแบ่งอำนาจออกเป็นหลายส่วน กรุงเทพมหานคร มีหน้าที่เฉพาะการสร้างและดูแลถนน ทางเท้า รวมถึงติดตั้งสัญญาณไฟจราจร ขณะที่อำนาจในการบังคับใช้กฎหมายจราจร เช่น การออกใบสั่ง จับกุมรถจอดในที่ห้ามจอด ล็อกล้อ ยกรถ หรือการควบคุมการเปิด-ปิดสัญญาณไฟจราจร อยู่ภายใต้การดูแลของ กองบัญชาการตำรวจนครบาล

ส่วนคนที่กำกับดูแลรถสาธารณะอย่างแท็กซี่และตุ๊กตุ๊กคือ กรมการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขการออกใบอนุญาตและมาตรฐานการให้บริการ ด้วยเหตุนี้ทำให้การแก้ปัญหาจราจรจากรถสาธารณะที่จอดกีดขวางทางต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน แต่ปัญหานี้มันเกิดขึ้นที่หน้าบ้านของ กทม. หลายครั้งบางคนส่งเรื่องร้องเรียนไปยังสำนักงานเขต เขตก็จะรับเรื่องไว้ และส่งให้ตำรวจจัดการอีกที

ผู้ว่าฯ เจ้าขา เพิ่มสายรถเมล์ให้หน่อย

ไม่ว่าเมืองจะศิวิไลซ์ มีรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างไรก็ตาม รถเมล์ยังเป็นระบบขนส่งมวลชนที่เข้าถึงทุกซอกทุกมุมของเมืองกรุง ทั้งราคาที่ย่อมเยา เข้าถึงง่าย คนจากทุกชนชั้นในเมืองใหญ่ยังคงพึ่งพารถเมล์อยู่ทุกวัน แต่รถเมล์กลับไม่ตอบโจทย์การใช้งานของคนเมือง บางวันก็เจอรถขาดระยะ บางป้ายรถเมล์ก็ยัง track รถเมล์แบบ real-time ไม่ได้ รวมถึงปัญหารถเมล์ควันดำ และคนขับไม่ยอมจอดเข้าป้าย เป็นต้น

ผู้ว่าฯ กทม. กลับมีอำนาจจำกัดในการจัดการเรื่องนี้ เพราะระบบรถเมล์ รวมถึงรถสองแถว แท็กซี่ และตุ๊กตุ๊กส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมการขนส่งทางบกและกระทรวงคมนาคม ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดเส้นทางเดินรถ การออกใบอนุญาตผู้ประกอบการ การกำหนดมาตรฐานรถ หรือการควบคุมค่าโดยสาร

ขณะที่ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เป็นผู้ให้บริการรถเมล์ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจภายใต้กระทรวงคมนาคมอีกที ขณะที่ กทม. มีบทบาทเพียงการจัดการโครงสร้างพื้นฐานบางส่วน เช่น ป้ายรถเมล์ ทางเท้า และระบบ BRT ซึ่งปัจจุบันเหลือให้บริการเพียงเส้นทางเดียว (สาทร-ราชพฤกษ์)

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ขสมก. เริ่มเปลี่ยนรถโดยสารบางส่วนเป็นรถ EV และมีการปรับปรุงเส้นทางเดินรถหลายครั้ง แต่การตัดสินใจสำคัญยังอยู่กับหน่วยงานส่วนกลาง ทำให้ กทม. ไม่สามารถออกแบบระบบขนส่งสาธารณะให้สอดคล้องกับความต้องการของคนเมืองได้อย่างเต็มที่

ขุดถนน ขุดฟุตบาท ใครเป็นเจ้าของเมืองนี้กันแน่?

แม้ กทม. จะเป็นผู้ดูแลถนนและทางเท้าจำนวนมาก แต่การไฟฟ้านครหลวงเป็นผู้รับผิดชอบโครงการนำสายไฟฟ้าลงดิน ส่วนการประปานครหลวงเป็นผู้ดูแลการวางและปรับปรุงท่อประปา ขณะที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมก็มีสิทธิขุดพื้นที่เพื่อวางโครงข่ายสื่อสารของตนเอง นอกจากนี้ ยังมีถนนบางสายที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมทางหลวงหรือกรมทางหลวงชนบทอีกด้วย

เมื่อแต่ละหน่วยงานได้รับงบประมาณและดำเนินโครงการคนละช่วงเวลา ถนนเส้นหนึ่งจึงถูกเวียนเจ้าภาพมาขุดแล้วขุดอีกอยู่ตลอดเวลา และหากงานก่อสร้างเกิดปัญหา กทม. ก็ไม่สามารถเข้าไปแก้ไขแทนเจ้าของโครงการได้โดยตรง

ทำไมกรุงเทพฯ ยังแก้ฝุ่น PM2.5 ไม่ได้เสียที?

ต้องเข้าใจก่อนว่าปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นปัญหาข้ามพรมแดน มีรายงานว่าการเผาพื้นที่แปลงเกษตรพืชเชิงเดี่ยวของกลุ่มทุนใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้านเป็นสาเหตุสำคัญของปรากฏการณ์ฝุ่นพิษที่เกิดขึ้น รวมถึงพื้นที่เมืองใหญ่ของกรุงเทพมหานครที่กักเก็บฝุ่นได้ง่าย ประกอบกับฝุ่นควันที่มาจากการจราจรในเมือง ทำให้ปัญหานี้มีหลายเลเยอร์ทับซ้อนกันอยู่ ต้นตอสำคัญของมลพิษจำนวนมากอยู่นอกเหนืออำนาจของ กทม.

กรุงเทพมหานคร มีอำนาจตรวจสอบรถยนต์บางประเภท ควบคุมกิจกรรมบางอย่างในพื้นที่ และออกมาตรการเฉพาะช่วงวิกฤต
แต่การกำกับดูแลรถบรรทุก รถโดยสารสาธารณะ และมาตรฐานไอเสียยานยนต์อยู่ในความรับผิดชอบของกรมการขนส่งทางบกและกระทรวงคมนาคม ขณะที่การควบคุมมลพิษจากโรงงานเป็นหน้าที่ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ส่วนการกำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศระดับประเทศอยู่ภายใต้กรมควบคุมมลพิษ และอาจจะเกี่ยวเนื่องไปถึงกระทรวงการต่างประเทศที่ต้องหารือกับประเทศเพื่อนบ้านด้วยเช่นกัน แถมมลพิษที่มาจากการเผาในภาคเกษตรและมลพิษข้ามจังหวัด ยังอยู่นอกเขตอำนาจของ กทม. โดยสิ้นเชิง

ทุนจีนเต็มเมือง เอาอย่างไรต่อดี?

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ย่านห้วยขวาง พระราม 9 และพื้นที่โดยรอบ กลายเป็นศูนย์กลางของชุมชนชาวจีนขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ พร้อมกับการเติบโตของร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และธุรกิจบริการที่มุ่งตอบโจทย์ลูกค้าชาวจีนโดยเฉพาะ อย่างกรณีล่าสุดที่มีชาวจีนออกมาเปิดโปงร้านอาหารในย่านห้วยขวาง รับเฉพาะเงินหยวนเท่านั้น

การเข้าตรวจสอบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 สะท้อนให้เห็นว่า การขยายตัวของธุรกิจเหล่านี้บางส่วนอาจมาพร้อมข้อสงสัยเรื่องการใช้ ‘นอมินี’ หรือการให้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างชาติ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมายไทย พบพฤติกรรมน่าสงสัยหลายราย เช่น ผู้ถือหุ้นชาวไทยที่ไม่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจการที่ตัวเองถือหุ้นได้ บริษัทที่ไม่ส่งงบการเงินต่อเนื่องหลายปี

นอกจากนี้ ยังพบกรณีธุรกิจค้าปลีกที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แต่ไม่พบการขออนุญาตประกอบธุรกิจคนต่างด้าว ซึ่งเข้าข่ายการดำเนินธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต

ปัญหาสำคัญคือ การกำกับดูแลธุรกิจทำนองนี้ไม่ได้อยู่ในอำนาจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่กระจายอยู่ในหลายองค์กร ตั้งแต่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่ตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น กรมการจัดหางานที่ตรวจสอบการทำงานของแรงงานต่างด้าว สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ตรวจสอบสถานะการพำนักของชาวต่างชาติ ตำรวจที่รับผิดชอบการดำเนินคดีอาญา ไปจนถึงกรมสรรพากรที่ตรวจสอบเส้นทางการเงินและภาษี

ขณะที่กรุงเทพมหานคร แม้จะเป็นหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่โดยตรง กลับมีอำนาจจำกัดอยู่เพียงการตรวจสอบด้านอาคาร สุขลักษณะ ผังเมือง หรือใบอนุญาตประกอบกิจการบางประเภทเท่านั้น ไม่สามารถตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น สืบสวนคดีนอมินี หรือดำเนินคดีธุรกิจต่างด้าวได้โดยตรง ซึ่งเราก็จะเห็นกรณี สำนักงานเขตห้วยขวางติดสติกเกอร์รับรองร้านอาหารจีน ‘ร้านนี้ได้รับอนุญาตจาก กทม. แล้ว’ ซึ่งเป็นการยืนยันในแง่ของสุขลักษณะและความปลอดภัยเท่านั้น

หลายปัญหาของเมือง ยังไม่ใช่เรื่องของ กทม. อีกหรือ?

ยังมีอีกหลายเรื่อง ที่ดูจะเป็นเรื่องหน้าบ้าน ปัญหาใกล้ตัว แต่ กทม. ไม่สามารถจัดการเองได้ทั้งหมด เช่น ปัญหาคนไร้บ้าน พื้นที่รกร้างใต้ทางด่วน ภาษีโรงแรม ย่านธุรกิจกลางคืน ปจนถึงข้อจำกัดด้านโครงสร้างราชการที่ถูกออกแบบมาตั้งแต่หลายสิบปีก่อน และอาจไม่สอดคล้องกับความท้าทายของเมืองในปัจจุบัน สามารถอ่านรายละเอียดข้อเสนอของ กทม. ในด้านอื่นๆ ได้ที่นี่

ความคืบหน้าล่าสุด กทม. ได้เสนอร่างกฎหมายต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เพื่อพิจารณาในหลักการ ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของกระทรวงมหาดไทยและคณะรัฐมนตรีต่อไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวต่อสาธารณะ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเสนอร่างแก้ไขกฎหมายกรุงเทพฯ ได้ ที่นี่

หัวใจสำคัญของการแก้กฎหมายครั้งนี้อยู่บน 3 แกนหลัก ได้แก่ 1) งาน ที่มุ่งเพิ่มอำนาจให้ กทม. จัดการปัญหาในพื้นที่ได้มากขึ้น 2) เงิน ที่ต้องการปรับปรุงและเพิ่มช่องทางการจัดเก็บรายได้ของเมือง และ 3) คน ที่จะปรับโครงสร้างการบริหารใหม่ พร้อมกระจายอำนาจจากระดับเมืองลงสู่ระดับเขตให้มากกว่าเดิม

เลือกตั้งครั้งนี้ มีโจทย์ใหญ่รออยู่ 4 ปีต่อจากนี้ กรุงเทพฯ จะกลายเป็นเมืองที่ตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัยทุกคนในเมืองได้อย่างไร ควรมีอำนาจในการกำหนดอนาคตของตัวเองมากแค่ไหน และประชาชนจะมีส่วนร่วมออกแบบเมืองที่ตัวเองอาศัยอยู่ได้อย่างไร

อ้างอิงจาก

2528.bangkok

Graphic Designer: Krittaporn Tochan
Editorial Staff: Thanyawat Ippoodom

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...