โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ราคาน้ำมันพุ่ง หุ้นฟิวเจอร์สสหรัฐลง หลังเกิดเหตุโจมตีระลอกใหม่

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาน้ำมัน ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ดัชนีหุ้นฟิวเจอร์ของสหรัฐขยับลดลง หลังจากสหรัฐ เปิดเผยว่ากำลังดำเนินการโจมตีอิหร่านติดต่อกันเป็นวันที่สอง ซึ่งเป็นการยกระดับความรุนแรงที่ขู่ว่าจะขัดขวางการขนส่งสินค้าทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส West Texas Intermediate (ราคาWTI) พุ่งขึ้น 2.2% ทะลุ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงเปิดตลาดช่วงเช้าของเอเชียในวันพฤหัสบดี (9 ก.ค.69) หลังจากที่ทำสถิติเพิ่มขึ้นรายวันครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 5 สัปดาห์เมื่อเซสชันก่อนหน้า ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ Brent พุ่งทะลุ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลไปชั่วขณะ

ส่วนตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี S&P 500 ขยับลดลง 0.1% หลังจากดัชนีอ้างอิงของสหรัฐปิดตลาดลดลง 0.3% ในวันพุธ สำหรับตลาดหุ้นฟิวเจอร์สในเอเชียส่งสัญญาณปรับตัวขึ้นในญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แต่ปรับตัวลดลงในฮ่องกง และออสเตรเลีย

กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ระบุในโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า การโจมตีเพิ่มเติมดังกล่าวเริ่มต้นขึ้น"เพื่อลดขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ" การโจมตีนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในการประชุมสุดยอดนาโต (NATO) ที่ประเทศตุรกีว่า สหรัฐมีแนวโน้มที่จะตั้งเป้าโจมตีอิหร่านอีกครั้ง และอาจกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเล ซึ่งกระตุ้นให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการกลับไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นภัยคุกคามครั้งใหญ่ที่สุดต่อการเจรจาเพื่อมุ่งสู่ข้อตกลงในวงกว้างที่จะยุติสงครามซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดโลก โดยสหรัฐได้กล่าวโทษอิหร่านว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีเรือหลายลำในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ขณะที่รัฐบาลเตหะรานได้ย้ำหลายครั้งว่าจะไม่อนุญาตให้เรือต่างๆ เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซอันเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญหากไม่ได้รับอนุญาต

"ในช่วงต้นสัปดาห์นี้ ในตอนแรกตลาดไม่ได้ใส่ใจกับความตึงเครียดที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งระหว่างสหรัฐ และอิหร่านมากนัก" ฟาวาด ราซัคซาดา จาก Forex.com กล่าว "แต่ในวันนี้ ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปแล้ว"

หวั่นเฟดขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ

ความตึงเครียดที่ปะทุขึ้น และราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นได้จุดชนวนความกังวลเรื่องเงินเฟ้ออีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดการเงินเมื่อวันพุธเพิ่มการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนตุลาคม นี้ จากเดิมที่เคยคาดไว้ในเดือนธันวาคม

ในขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ซึ่งเคลื่อนไหวตามการคาดการณ์นโยบายการเงินของเฟดอย่างใกล้ชิด ปรับตัวสูงขึ้นถึง 5 จุด (Basis Point) ไปอยู่ที่ 4.23% ซึ่งห่างจากระดับสูงสุดในเดือนที่แล้วไม่ถึง 1 จุด ท่ามกลางการเทขายในตลาดพันธบัตรทั่วโลก ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ปรับตัวสูงขึ้นถึง 4 จุด ไปอยู่ที่ 4.59% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม

เอ็ด ยาร์เดนี นักกลยุทธ์รุ่นใหญ่ กล่าวว่า การพังทลายของ ข้อตกลงหยุดยิง ระหว่าง สหรัฐ-อิหร่าน เสี่ยงที่จะกระตุ้นให้ราคาต่างๆ เร่งตัวสูงขึ้นอีกครั้ง ซึ่งอาจบีบให้เฟดต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

เจ้าหน้าที่เฟดจำนวนหนึ่งระบุในการประชุมนโยบายครั้งล่าสุดว่า มีเหตุผลสมควรที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าท้ายที่สุดแล้วพวกเขาจะสนับสนุนการตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ก็ตาม โดยทั่วไปแล้ว รายงานการประชุมประจำเดือนมิถุนายน สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ ในขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับตลาดแรงงานลดลงเล็กน้อย

"สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ นโยบายในอนาคตขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเมืองในตะวันออกกลางอย่างมาก" เจฟฟรีย์ โรช จาก LPL Financial กล่าว "หากเราจะแกะรอยสัญญาณชี้นำล่วงหน้าจากรายงานการประชุม มันคือ การที่คณะกรรมการกำลังพิจารณาสถานการณ์ในวงกว้าง และจะไม่ผูกมัดกับสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งโดยเฉพาะ จนกว่าข้อมูลที่เข้ามาจะให้ความชัดเจนที่จำเป็น"

ข่าวสำคัญที่ต้องติดตาม

จีนมีแผน ที่จะอนุญาตให้บริษัทปัญญาประดิษฐ์ชั้นนำสามารถซื้อชิป H200 จากบริษัทNvidia Corp ได้ในจำนวนจำกัด ซึ่งเป็นสัญญาณว่าจีนกำลังผ่อนปรนข้อจำกัดเกี่ยวกับเทคโนโลยีของสหรัฐที่เป็นที่ต้องการอย่างมาก ตามรายงานของ The Information

SpaceXAI ได้เปิดตัวโมเดลปัญญาประดิษฐ์ใหม่ที่สร้างขึ้นร่วมกับ Cursor สตาร์ตอัปด้านการเขียนโคดด้วย AI โดยมีเป้าหมายเพื่อให้มีความเชี่ยวชาญมากขึ้นในงานด้านการเงิน กฎหมาย และการเขียนโคด ซึ่งเป็นความพยายามของบริษัทของอีลอน มัสก์ ในการแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งอย่าง Anthropic PBC และ OpenAI

Apple Inc เดินหน้าทำตามสัญญาที่จะเพิ่มการใช้จ่ายสำหรับส่วนประกอบที่ผลิตในสหรัฐ โดยระบุว่าข้อตกลงที่ขยายความร่วมมือกับ Broadcom Inc คาดว่าจะมีมูลค่าทะลุ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Meta Platforms Inc จะลงทุนราว 10,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) แห่งแรกในแคนาดา ในขณะที่บริษัทขยายโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับความทะเยอทะยานด้าน AI

Blue Origin LLC ของเจฟฟ์ เบซอส กำลังเริ่มระดมทุนจากภายนอกเป็นครั้งแรก ตามรายงานจากแหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ โดยอาศัยกระแสความตื่นตัวที่เกิดขึ้นจากการเสนอขายหุ้น IPO ประวัติศาสตร์ของคู่แข่งสำคัญอย่าง SpaceX

มุมมองจากนักกลยุทธ์ของ Bloomberg

"ความผันผวนที่เพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันอันเนื่องมาจากความตึงเครียดระลอกใหม่ระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน จะเป็นอุปสรรคต่อบรรยากาศการลงทุน (Risk Sentiment) มากกว่าตัวระดับราคาน้ำมันที่อยู่ในช่วง 70 ดอลลาร์"

ไมเคิล บอล นักกลยุทธ์มหภาค จาก Markets Live กล่าว

สรุปความเคลื่อนไหวหลักในตลาด

หุ้น (Stocks)

สัญญาฟิวเจอร์สดัชนี Hang Seng ลดลง 0.2% ณ เวลา 07:01 น. ตามเวลาโตเกียว

สัญญาฟิวเจอร์สดัชนี S&P/ASX 200 ลดลง 0.6%

สัญญาฟิวเจอร์สดัชนี Nikkei 225 เพิ่มขึ้น 1.3%

สกุลเงิน (Currencies)

ดัชนี Bloomberg Dollar Spot เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

เงินยูโรทรงตัวที่ 1.1417 ดอลลาร์

เงินเยนทรงตัวที่ 162.59 เยนต่อดอลลาร์

เงินหยวนนอกประเทศ (Offshore Yuan) เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่ 6.8064 หยวนต่อดอลลาร์

คริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrencies)

บิตคอยน์ (Bitcoin) เพิ่มขึ้น 0.2% อยู่ที่ 62,203.9 ดอลลาร์

อีเธอร์ (Ether) เพิ่มขึ้น 0.2% อยู่ที่ 1,738.33 ดอลลาร์

สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities)

น้ำมันดิบ West Texas Intermediate เพิ่มขึ้น 1.6% อยู่ที่ 74.67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ทองคำสปอต (Spot Gold) เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...