โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตลท.ไม่ห่วงปม ‘สุภาพร’ รายงานซื้อหุ้น TRUE กระทบความเชื่อมั่น เผยช่วย TRUE เร่งปิดสมุดทะเบียน พร้อมขอข้อมูลโบรกเกอร์หาข้อเท็จจริง

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ตลท.ไม่ห่วงปม ‘สุภาพร’ รายงานซื้อหุ้น TRUE กระทบความเชื่อมั่น เผยช่วย TRUE เร่งปิดสมุดทะเบียน พร้อมขอข้อมูลโบรกเกอร์หาข้อเท็จจริง

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประเมินกรณี สุภาพร พิมพงษ์ รายงานซื้อหุ้น TRUE ต้องสงสัย ไม่กระทบความเชื่อมั่น ชี้นักลงทุนโฟกัสพื้นฐานธุรกิจเป็นหลัก พร้อมเผย TRUE ยื่นขอปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นแล้ว พร้อมเร่งรัดขอข้อมูลจากโบรกเกอร์ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง เตรียมใช้เกณฑ์ใหม่ปิดสมุดทะเบียนอัตโนมัติทุกสิ้นเดือน กรณีสัดส่วนถือหุ้นเปลี่ยนแปลงทุก 5%

ประเด็นสำคัญ

  • เร่งปิดสมุดทะเบียน-ขอข้อมูลโบรกเกอร์ เร็วกว่ากรอบปกติ 5 วันทำการ
  • เคสนี้จ่อเข้าเกณฑ์ใหม่ ยื่น 246-2 สัดส่วนหุ้นเปลี่ยนแปลงเกิน 5% TSD ปิดสมุดทะเบียนอัตโนมัติสิ้นเดือน
  • มองนักลงทุนยังไม่กังวล พื้นฐานธุรกิจไม่เปลี่ยน ต่างชาติยังไม่ถาม
  • ย้อนปมพิรุธ ‘สุภาพร’ โผล่ถือหุ้น TRUE กว่า 7% ก.ล.ต. พบ 5 ข้อสังเกต
  • นักวิเคราะห์คาดกำไรหุ้นไทยปีนี้ทะลุ 100 บาทต่อหุ้น สูงสุดรอบ 3 ปี

วันนี้ (8 กรกฎาคม) อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยถึงกรณีการรายงานการได้มาซึ่งหุ้นของ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ในชื่อ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ซึ่งกลายเป็นคำถามในสังคมและตลาดทุนอย่างกว้างขวางว่าจะกระทบความเชื่อมั่นต่อตลาดทุนไทยหรือไม่

ตลท. ได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว และพร้อมสนับสนุน ก.ล.ต. ในการหาข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ ก.ล.ต. กำลังตรวจสอบข้อมูลอย่างลึกซึ้งจากหลายมุมมอง เพื่อยืนยันว่าข้อมูลที่ปรากฏจริงหรือไม่จริงอย่างไร

“ต้องยอมรับว่า ถ้าดูข้อมูลที่เปิดเผยออกมา มีคำถามแน่นอน” อัสสเดชกล่าว พร้อมยกตัวอย่างว่า ในกรณีของ TRUE มีการรายงานว่าได้ซื้อหุ้นบุริมสิทธิ ทั้งที่บริษัทแจ้งว่าไม่เคยออกหุ้นบุริมสิทธิมาก่อน

เร่งปิดสมุดทะเบียน-ขอข้อมูลโบรกเกอร์ เร็วกว่ากรอบปกติ 5 วันทำการ

อัสสเดชอธิบายว่า ขั้นตอนการยื่นรายงานเป็นไปตามเกณฑ์ของ ก.ล.ต. ซึ่งสำนักงานกำลังตรวจสอบอยู่ ส่วนคำถามสำคัญที่ว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ถือหุ้นจริงหรือไม่ ต้องพิสูจน์ด้วยการปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ซึ่งตามระบบปกติจะใช้เวลาไม่เกิน 5 วันทำการ หลังจากขอข้อมูลจากโบรกเกอร์ทั้งหมด แต่สำหรับกรณีนี้ ตลท. กำลังเร่งรัดให้โบรกเกอร์ส่งข้อมูลโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ตลาดทุนได้รับคำตอบที่ชัดเจนโดยเร็ว

ทั้งนี้ ปัจจุบัน TRUE ได้ยื่นขอปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยอัสสเดชย้ำว่า ขณะนี้มีการประสานงานกันทุกภาคส่วน และมีการพูดคุยกัน 3 ฝ่ายมาโดยตลอด ทั้ง TRUE, ก.ล.ต. และ ตลท. เนื่องจากตัวบริษัทเองก็ต้องการทราบข้อเท็จจริงเช่นกัน

เคสนี้จ่อเข้าเกณฑ์ใหม่ ยื่น 246-2 สัดส่วนหุ้นเปลี่ยนแปลงเกิน 5% TSD ปิดสมุดทะเบียนอัตโนมัติสิ้นเดือน

จากกฎเกณฑ์ใหม่ของ ตลท.ที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะแล้ว กำหนดให้เมื่อมีการยื่นรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) และมีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นทุกๆ 5% บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ TSD จะปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นให้อัตโนมัติทุกสิ้นเดือน ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นนี้จะเข้ากับเกณฑ์ใหม่ดังกล่าว เพื่อให้นักลงทุนได้รับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วน และช่วยลดภาระของบริษัทจดทะเบียนไปพร้อมกัน

“การรายงานข้อมูล แน่นอนว่าอยากให้นักลงทุนได้ข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว และเท่าเทียม คงต้องค่อยๆ พัฒนาและเรียนรู้กันไป เพราะวันนี้ต้องยอมรับว่าข้อมูลสื่อสารได้เร็วในหลายรูปแบบ” อัสสเดชกล่าว

มองนักลงทุนยังไม่กังวล พื้นฐานธุรกิจไม่เปลี่ยน ต่างชาติยังไม่ถาม

สำหรับผลกระทบต่อความเชื่อมั่น อัสสเดชประเมินว่า ณ วันนี้นักลงทุนยังไม่ได้กังวลมากนัก เพราะพื้นฐานของธุรกิจต่างๆ ไม่ได้เปลี่ยนแปลง ขณะที่นักลงทุนต่างชาติก็ยังไม่มีการสอบถามในประเด็นนี้เข้ามา เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติเน้นพิจารณาผลการดำเนินงานเป็นหลัก โดยผลกระทบต่อธุรกิจที่แท้จริงจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอำนาจในการบริหารงาน

นอกจากนี้ยังอธิบายในเชิงโครงสร้างว่า การลงทุนของนักลงทุนต่างชาติที่ลงทุนผ่านผู้รับฝากทรัพย์สิน (Custodian) ในต่างประเทศ ชื่อที่ปรากฏในทะเบียนผู้ถือหุ้นจะเป็นชื่อของคัสโตเดียนรายนั้น ไม่ใช่ชื่อผู้ลงทุนตัวจริง

ย้อนปมพิรุธ ‘สุภาพร’ โผล่ถือหุ้น TRUE กว่า 7% ก.ล.ต. พบ 5 ข้อสังเกต

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากการยื่นแบบ 246-2 ที่ระบุว่า สุภาพร พิมพงษ์ ได้มาซึ่งหุ้น TRUE เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 คิดเป็น 3.2174% ของสิทธิออกเสียง ส่งผลให้สัดส่วนถือครองรวมเพิ่มเป็น 7.0992% โดยในจำนวนดังกล่าวมีการระบุว่าถือหุ้นบุริมสิทธิราว 0.0388% ทั้งที่ TRUE ได้ทำหนังสือชี้แจงต่อ ตลท. เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ว่าบริษัทไม่เคยเสนอขายหุ้นบุริมสิทธิให้แก่บุคคลทั่วไป และปัจจุบันไม่มีหุ้นบุริมสิทธิอยู่แล้ว

ก่อนหน้านี้ ก.ล.ต. เปิดเผยว่า ตรวจพบรายงานแบบ 246-2 ที่เกี่ยวข้องรวม 7 ฉบับ ครอบคลุมหลักทรัพย์ 6 แห่ง ซึ่งถูกยื่นเข้าระบบเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน และ 2 กรกฎาคม 2569 โดยผู้รายงานอ้างว่าสะสมหุ้นมาตั้งแต่ปี 2564 และจากการตรวจสอบร่วมกับบริษัทจดทะเบียน ก.ล.ต. พบข้อสังเกตสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ การไม่พบชื่อดังกล่าวในสมุดทะเบียนย้อนหลังของ 5 หลักทรัพย์ การอ้างถือครองหลักทรัพย์ที่บริษัทไม่เคยออกเสนอขาย สัดส่วนการถือหุ้นที่ขัดแย้งกับโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่บริษัทแจ้งไว้ การยื่นรายงานตามมาตรา 59 ทั้งที่ไม่ได้เป็นกรรมการหรือผู้บริหาร และปัจจุบัน ก.ล.ต. ได้ขึ้นข้อความเตือนในรายงานดังกล่าวว่า ‘อยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้อง’ แล้ว

ขณะเดียวกัน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กำชับให้เลขาธิการ ก.ล.ต. เร่งติดตามและตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีนี้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนในตลาดทุนไทย และความน่าเชื่อถือในการกำกับดูแลของ ก.ล.ต.

ทั้งนี้ ระบบรายงานแบบ 246-2 เป็นระบบที่ผู้ยื่นรับรองความถูกต้องของข้อมูลด้วยตนเอง เพื่อให้การเปิดเผยการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นทำได้รวดเร็ว แต่หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการจงใจแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญ อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 302/1 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นักวิเคราะห์คาดกำไรหุ้นไทยปีนี้ทะลุ 100 บาทต่อหุ้น สูงสุดรอบ 3 ปี

ฉัตรชัย ทิศาดลดิลก ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัย ตลท. เปิดเผยว่า ประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ของตลาดหุ้นไทยปีนี้จากความเห็นของนักวิเคราะห์โดยเฉลี่ย (Consensus) ถูกปรับขึ้นมาอยู่ที่ 100.7 บาทต่อหุ้น ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี หลังจากกำไรของบริษัทจดทะเบียนไทยไตรมาสแรกเติบโตขึ้นราว 25%

ขณะที่เม็ดเงินลงทุนต่างชาติเริ่มไหลกลับสู่หุ้นไทยอีกครั้ง โดยล่าสุด ณ วันที่ 7 กรกฎาคม นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 4.1 หมื่นล้านบาท ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai ในเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 74,436 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ 65,931 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมี 6 วันทำการที่มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยเกิน 1 แสนล้านบาท

ปัจจัยภายในประเทศที่เป็นแรงหนุนตลาดหุ้นไทยในเดือนมิถุนายน 2569 ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 เป็น 2.3% จากประมาณการเดิมที่ 2% โดยมีภาคการส่งออกที่ขยายตัวได้ดี

ขณะที่ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะเดียวกัน สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำอย่าง Moody’s Ratings และ S&P Global Ratings มีมุมมองความน่าเชื่อถือของไทยในระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...