โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สูตรความสำเร็จ‘โมร็อกโก’ พัฒนาฟุตบอลแบบยั่งยืน

ไทยโพสต์

อัพเดต 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 7.03 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ความสำเร็จของฟุตบอลโมร็อกโกไม่ใช่เรื่องพรสวรรค์ของนักเตะเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติที่วางต่อเนื่องนานกว่า 15-20 ปี จนหลายประเทศในแอฟริกายกให้เป็น "โมเดลพัฒนาฟุตบอล" ที่ดีที่สุดของทวีป โดยในเวลานี้ขุนพลจากเทือกเขาแอตลาส ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ทะลุถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลก 2026 เปลี่ยนสถานะของตัวเองจากทีมม้ามืดให้กลายมาเป็น "ทีมแกร่ง" ขณะเดียวกันย้อนกลับไปเมื่อปี 2022 พวกเขาก็สร้างผลงานชิ้นโบแดง สามารถจบอันดับ 4 ได้อีกด้วย

หลังจากผลงานทีมชาติไม่ประสบความสำเร็จในช่วงทศวรรษ 2000 รัฐบาลโมร็อกโก และสหพันธ์ฟุตบอลตัดสินใจเปลี่ยนแนวคิดจากการซื้อความสำเร็จ มาเป็นการสร้างระบบ

ภายใต้การสนับสนุนของพระมหากษัตริย์ สมเด็จพระราชาธิบดีมุฮัมมัดที่ 6 มีการลงทุนด้านฟุตบอลอย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน สนามแข่งขัน ศูนย์ฝึก และการพัฒนาเยาวชน จนกลายเป็นนโยบายระดับชาติ

มีการสร้าง Mohammed VI Football Academy สถาบันสอนฟุตบอลภายในประเทศ เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในปี 2010 คัดเลือกเด็กจากทั่วประเทศอย่างเข้มงวด จากผู้สมัครหลายหมื่นคนเหลือเพียงไม่กี่สิบคนในแต่ละรุ่น ก่อนพัฒนาทั้งฟุตบอล การศึกษา วินัย และการใช้ชีวิตควบคู่กัน

นักเตะชื่อดังหลายคนเติบโตจากที่นี่ เช่น ยุสเซฟ เอน-เนซีรี, นาเยฟ อาเกิร์ด และอัซเซดีน อูนาฮี เป็นต้น ขณะเดียวกันพวกเขายังลงทุนกับโค้ชมากกว่าลงทุนกับนักเตะ โดยโมร็อกโกทุ่มงบประมาณให้กับการอบรมโค้ช การสร้างผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค เพิ่มเติมหลักสูตรฝึกสอนวิทยาศาสตร์การกีฬา วิเคราะห์ข้อมูลของทีมแบบจริงจัง ทำให้ทีมชาติโมร็อกโกทุกชุด ไล่ตั้งแต่ U-15 ถึงทีมชาติชุดใหญ่ ใช้แนวทางการเล่นเดียวกัน เด็กๆ จึงปรับตัวกับระบบได้ง่ายเมื่อก้าวสู่ทีมชาติชุดใหญ่

นอกจากนี้ยังมีการดึงนักเตะเชื้อสายโมร็อกโกจากยุโรปมาช่วย โดยโมร็อกโกไม่ได้รอให้นักเตะเลือกเอง แต่มีทีมงานติดตามและสร้างความสัมพันธ์กับครอบครัวของนักเตะเชื้อสายโมร็อกโกในฝรั่งเศส เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ และสเปน ตัวอย่างคือ อัชราฟ ฮาคิมี, ฮาคิม ซิเยค หรือนุสแซร์ มาซราอุย ซึ่งการผสานนักเตะจากยุโรปเข้ากับผู้เล่นที่เติบโตในประเทศ กลายเป็นจุดแข็งสำคัญของทีม

ขณะเดียวกันพวกเขายังมีลีกภายในประเทศที่แข็งแรง โดยลีกโมร็อกโกเป็นหนึ่งในลีกที่แข็งแกร่งที่สุดของแอฟริกา สโมสรอย่าง วีดัด เอซี, รายา เอซี ได้เป็นตัวแทนระดับสโมสรเข้าแข่งขันในระดับทวีปเป็นประจำ ส่งผลให้นักเตะท้องถิ่นมีมาตรฐานสูงก่อนก้าวสู่ทีมชาติ

โดย โมร็อกโกใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเต็มรูปแบบ ภายในศูนย์ฝึกแห่งชาติประกอบด้วยห้องวิเคราะห์ข้อมูล ศูนย์เวชศาสตร์การกีฬา นักโภชนาการ นักจิตวิทยาการกีฬา ระบบ GPS ติดตามสมรรถภาพของนักเตะทีมชาติ ทำให้การพัฒนานักกีฬาเป็นระบบเหมือนสโมสรชั้นนำของยุโรป

พวกเขาประกาศอย่างชัดเจนว่าฟุตบอลคือ ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ และซอฟต์พาวเวอร์ ซึ่งรัฐบาลโมร็อกโกมองกีฬาลูกหนังเป็นเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ประเทศ ควบคู่กับการเตรียมเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2030 (ร่วมกับสเปน และโปรตุเกส) จึงมีการลงทุนมหาศาลในสนามแข่งขันและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงกองทุนพัฒนาฟุตบอลที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่ม OCP

สิ่งที่ทำให้โมร็อกโกประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เพราะมีนักเตะเก่งเพียงรุ่นเดียว แต่เพราะพวกเขาสร้าง "ระบบฟุตบอล" ที่เชื่อมโยงกันทั้งประเทศ ตั้งแต่การค้นหาเยาวชน การพัฒนาโค้ช ลีกอาชีพ วิทยาศาสตร์การกีฬา ไปจนถึงการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ

สำหรับประเทศไทย หากต้องการยกระดับสู่เวทีโลก บทเรียนจากโมร็อกโกชี้ว่า การลงทุนใน โครงสร้างพื้นฐาน คน และระบบ มีความสำคัญกว่าการหวังผลระยะสั้นจากการเปลี่ยนโค้ชหรือใช้นักเตะเพียงไม่กี่คน นี่คือรากฐานที่สร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืน และเป็นแนวทางที่สามารถประยุกต์ใช้กับการพัฒนาฟุตบอลไทยได้อย่างมีคุณค่า.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...