"ดร.ดุลยภาค" เผย 4 ข้อคุยทูตทหารจีน ย้ำชัดให้ความสำคัญไทยมากกว่ากัมพูชา เคลียร์ข่าวส่งมอบ "จรวด PHL-03,รถถัง T-59D" ทำเขมรฮึกเหิมพร้อมรบ!
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์ประจำสาขาวิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายกสมาคมภูมิภาคศึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โพสต์เฟซบุ๊กว่า ขอบพระคุณพลตรีจาง หลิง หง ทูตทหารแห่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) ประจำประเทศไทย ที่เชิญผมเข้าพบปะและทานอาหารค่ำร่วมกันเมื่อวันที่ 6 กค ที่ผ่านมาครับ ผมได้รับการอธิบายที่กระจ่างชัดขึ้นเกี่ยวกับท่าทีของจีนในความขัดแย้งไทย-กัมพูชา สาระบางส่วน มีดังนี้ครับ 1. จีนให้ความสำคัญกับหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น พม่า ไทย ลาวและกัมพูชา แต่สำหรับชั้นยศของทูตทหารที่ประจำการในรัฐเหล่านี้นั้น ในไทย ทูตทหารจะเป็นนายทหารยศพลตรี แต่ในกัมพูชา จะเป็นยศพันเอก ตอนหลังจึงค่อยขยับขึ้นมาเป็นพันเอกพิเศษ ฉะนั้น ในการให้น้ำหนักของสองประเทศผ่านมิติความสัมพันธ์ทางทหาร แม้กัมพูชาจะสำคัญขึ้นในสายตาจีน แต่ก็ยังน้อยกว่าไทย 2. การที่จีนมอบรถถัง T-59D ให้กัมพูชาล่าสุดนั้น จีนมีแผนจะมอบให้เขมรนานแล้ว โดยตัดสินใจจะส่งมอบเมื่อปีที่แล้ว แต่ด้วยการสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชาเมื่อปีที่แล้ว จีนจึงชะลอการส่งมอบไว้ก่อน จนกระทั่งมาถึงกลางปีนี้ จีนจึงค่อยส่งมอบให้ แต่รถถังชนิดนี้ ก็มีความทันสมัยน้อยกว่ารถถังที่จีนเคยส่งให้กองทัพไทยอย่างชัดเจน 3. จีนยังไม่ให้กัมพูชาใช้จรวด PHL-03 เพื่อมาต่อสู้กับไทย 4. นอกเหนือจากจีนแล้ว ทั้งไทยและกัมพูชาก็กระชับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์กับสหรัฐอเมริกาด้วยกันทั้งคู่
ผมขอบพระคุณท่านทูตทหารจีนเป็นอย่างสูงที่ช่วยให้ความกระจ่างชัดในประเด็นที่สังคมไทยกำลังสงสัยในช่วงนี้ครับ ทางทูตทหารจีนและสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้ให้เกียรติเชิญผมไปให้ความเห็นและร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคอยู่เป็นระยะ ถือเป็นมิตรภาพที่มั่นคงและอบอุ่นมาก นี่คือข้อมูลและมุมมองที่ค่อนข้างลึกจากทางการจีนครับ อย่างไรพวกเราคนไทยและพี่น้องสื่อมวลชนไทยก็นำสาระที่ผมประมวลไว้ไปพิจารณาใคร่ครวญเพื่อปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ตามเหมาะสมนะครับ