‘ยศชนัน’ รับฟังเสียงค้าน เปิดคณะแพทย์แห่งใหม่ ยันประเมินความต้องการระยะยาว
ยอมรับข้อกังวลงบประมาณ เชื่อ แพทย์ที่กำลังจะผลิตเพิ่มเติม เป็นกลุ่มสุดท้าย เพื่อเข้าสู่ภาวะสมดุล ชี้เป้าสร้าง Medical Economy หนุนรายได้ประเทศ หวังกระจายแพทย์ลงสู่ท้องถิ่น พื้นที่ขาดแคลน
วันนี้ (30 มิ.ย. 69) ศ.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีกลุ่มแพทย์เตรียมเข้ายื่นหนังสือคัดค้านการเปิดคณะแพทยศาสตร์แห่งใหม่ โดยระบุว่า พร้อมรับฟังทุกความคิดเห็น และเห็นว่าการยื่นหนังสือเป็นสิทธิที่รัฐบาลต้องรับฟัง
โดยประเด็นที่กังวลหลัก ๆ ได้แก่ เรื่องความเพียงพอของงบประมาณ และการกระจายแพทย์ ซึ่งรัฐบาลได้ศึกษามาอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่การตัดสินใจอนุมัติเปิดคณะแพทย์โดยไม่มีข้อมูลรองรับ
“การวางแผนผลิตแพทย์เป็นผลจากการศึกษาหลายขั้นตอน ประเมินความต้องการของประเทศในระยะยาว โดยแพทย์ที่กำลังจะผลิตเพิ่มเติมจะเป็นกลุ่มสุดท้ายก่อนที่จำนวนแพทย์จะเข้าสู่ภาวะสมดุล”
ศ.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
ศ.ยศชนัน ยังระบุว่า การลงทุนด้านการผลิตแพทย์ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเรื่องการศึกษา แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเศรษฐกิจสุขภาพ (Medical Economy) ที่จะสร้างรายได้ให้ประเทศผ่านเทคโนโลยีทางการแพทย์และอุตสาหกรรมสุขภาพ ไม่ใช่อาศัยรายได้จากค่าเล่าเรียนเพียงอย่างเดียว
ทั้งนี้สิ่งที่พยายามทำเพิ่มเติม คือ การกระจายแพทย์ที่ผลิตได้ลงไปสู่ท้องถิ่น ผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท (CPIRD) ไปยังพื้นที่ที่ขาดแคลน เพื่อให้ประชาชนในทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ โดยมีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
“ประเทศไทยจำเป็นต้องมีแพทย์เพียงพอ ทั้งเพื่อดูแลคนไทยและรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา การเพิ่มกำลังผลิตแพทย์จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ต้องทำโดยรับฟังทุกฝ่าย และพร้อมปรับปรุงให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ”
ศ.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
ชู AI การแพทย์ เป็นวาระต่อเนื่อง เชื่อมระบบสุขภาพทั้งประเทศ
สำหรับนโยบายการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในระบบสาธารณสุข หลังจากก่อนหน้านี้ได้กล่าวบนเวทีที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ว่า หากได้ทำงานครบ 4 ปี ประเทศไทยจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงด้าน AI ทางการแพทย์อย่างชัดเจน พร้อมอธิบาย ว่าสิ่งที่ต้องการสื่อ คือ “ความต่อเนื่องของนโยบาย”
สำหรับปัจจุบันมีโครงการด้าน AI หลายโครงการเริ่มดำเนินการแล้ว และในระยะต่อไปจะเชื่อมโยงทั้งระบบเครื่องมือทางการแพทย์ การวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ และฐานข้อมูลต่าง ๆ เพื่อยกระดับระบบบริการสุขภาพของประเทศ
เมื่อถูกถามว่าการพัฒนา AI ทางการแพทย์จะต้องเชื่อมโยงกับหน่วยงานด้านหลักประกันสุขภาพหรือไม่ ศ.ยศชนัน บอกว่า “เชื่อมโยงอยู่แล้ว” พร้อมย้ำว่า การพัฒนา AI จะเป็นการบูรณาการหลายภาคส่วน เพื่อให้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยทั้งการรักษา การบริหารข้อมูล และการพัฒนาระบบสุขภาพในอนาคต