ปรับค่าตั๋ว MRT ตาม CPI BEM ทราฟฟิกเร่งตัวขึ้น
#BEM #รฟม.#ทันหุ้น– ผู้ใช้รถไฟฟ้าเฮ! ราชกิจจานุเบกษา ปรับค่าโดยสาร MRT สายสีน้ำเงิน 5 สถานีแรกยัง 17-27 บาทเท่าเดิม สถานที่ 6 ขึ้นไปได้ลด 1 บาท อยู่ที่ 29 – 44 บาท ชี้เป็นไปตามสัมปทานสูตรทบทวนอิง CPI โบรกชี้กระทบรายได้ BEM น้อย ยกสถิติส่วนใหญ่เดินทาง 5-7 สถานี ชูทราฟฟิกดีขึ้น คงประมาณการรายได้กำไรเท่าเดิม แนะนำ “ซื้อ” เป้า 10.37 บาท
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ข้อบังคับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยว่าด้วยการกำหนดอัตราค่าโดยสาร วิธีการจัดเก็บค่าโดยสาร และการกำหนดประเภทบุคคล ซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ต้องชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล พ.ศ.2569 โดยการปรับปรุงราคาจากเดิม 17-45 บาท เป็นอัตราใหม่ 17-44 บาท มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 สำหรับการทบทวนค่าโดยสารครั้งถัดไป จะเกิดขึ้นอีกครั้งในอีก 2 ปีข้างหน้า หรือประมาณปี 2571 ตามกรอบในสัญญาสัมปทาน
นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ชี้แจงว่า การปรับอัตราค่าโดยสารครั้งนี้ เป็นการทบทวนตามเงื่อนไขในสัญญาสัมปทานทุก 2 ปี โดยอ้างอิงดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) ซึ่งรอบล่าสุดพบว่าค่าดัชนีราคาผู้บริโภคปรับ“ลดลง” ส่งผลให้สูตรคำนวณค่าโดยสารออกมาในทิศทาง “ลดลง” ดังนี้อัตราค่าโดยสารสูงสุดจะลดจาก 45 บาท เหลือ44 บาท ขณะที่ค่าโดยสารเริ่มต้น 17 บาท ยัง“คงเดิม” ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
สำหรับอัตราค่าโดยสาร MRT สายสีน้ำเงินอัตราใหม่ เดินทาง 1-5 สถานี ค่าโดยสารคงเดิมที่ 17 – 27 บาท โดยจะปรับลดลงตั้งแต่เดินทาง 6 – 12 สถานี ค่าโดยสารจะอยู่ที่ 29 – 44 บาท จากเดิม 30 – 45 บาท ขณะที่สิทธิพิเศษและส่วนลดเด็ก (ส่วนสูงไม่เกิน 120 ซม.) เดินทางฟรี คนพิการ เดินทางฟรีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ลด 50% ยังคงเดิม
@ กระทบไม่เกิน 1%
ด้านแหล่งข่าวจากวงการอุตสาหกรรม ระบุว่า การปรับค่าโดยสารครั้งนี้ จะไม่มีผลกระทบต่อ BEM เพราะเป็นการดำเนินงานตามปกติ เป็นการปรับตาม CPI ที่ลดลงตามสัญญาสัมปทาน ซึ่ง CPI มีการขึ้นๆ ลงๆ ตามปกติ
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) คาดว่า การปรับค่าโดยสารใหม่เป็นไปตามเงินเฟ้อตามปกติ กระทบต่อรายได้รวมของกลุ่มธุรกิจรถไฟฟ้าไม่มากราว1-2% YoY ซึ่งรายได้ธุรกิจรถไฟฟ้ามีสัดส่วนราว40% ของรายได้รวม ซึ่งการคำนวณระยะการเดินทางเฉลี่ย (Average Trip Length) พฤติกรรมการเดินทางในระบบรถไฟฟ้าMRT สายสีน้ำเงินจะอยู่ที่ราว 5-7 สถานี
ขณะเดียวกัน ด้วยราคาน้ำมันที่เร่งตัวขึ้น มีผลเชิงจิตวิทยาให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น สะท้อนจากสถิติประจำเดือนเมษายน 2569 ของ BEM พบว่าปริมาณการจราจรบนทางด่วนปรับลดลง 1% แต่ปริมาณผู้ใช้รถไฟฟ้าMRT สายสีน้ำเงินปรับเพิ่มขึ้นถึง3% สามารถชดเชยกันได้อย่างมีนัยสำคัญ
ยังคงประมาณการรายได้รวมทั้งปี 2569 ไว้ที่17,180 ล้านบาท และกำไรสุทธิปี 2569 ไว้ที่ 3,920 ล้านบาท พร้อมแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 10.37 บาท ทั้งยังมีปัจจัยหนุนจากนโยบายภาครัฐทั้งการซื้อคืนสัมปทาน เพื่อกำหนดอัตราค่าโดยสารที่ 40 บาท, โครงการเมกะโปรเจ็กต์ต่างๆ