‘นรเศรษฐ์’ดิ้น! ขอพบปธ.ศรน. เลือกส.ส.ร.ได้
"ยศชนัน” บอกเป็นนิมิตหมายที่ดี หลัง ปชน.ร่วมลงชื่อร่างแก้ไข รธน.ฉบับ “เพื่อไทย” ไม่มีแบ่งแยกฝ่าย คาดเดินหน้าราบรื่น กมธ.พัฒนาการเมือง สว.ขอเข้าพบ ปธ.ศาล รธน. หวังคลายปมถกเถียงมีคูหาเลือก ส.ส.ร.ได้หรือไม่ เล็งยื่นร่างแก้ รธน.เน้นประชาชนมีส่วนร่วมกลางน้ำ "หมอวรงค์” เรียกร้อง สส.เห็นชอบส่งตัว “ชนนพัฒฐ์” ให้ DSI ชี้ สส.ไม่ควรมีเอกสิทธิ์คุ้มครองเกินไป หวั่นประชาชนตั้งคำถามปกป้องทุนเทา เหตุเอี่ยวเว็บพนันออนไลน์
ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 28 พฤษภาคม นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคประชาชน (ปชน.) ร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรค พท.ว่า เป็นเรื่องดี ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี
ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่มีการแบ่งแยกฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านใช่หรือไม่ นายยศชนันกล่าวว่า ครับ สามารถที่จะร่วมกันได้ในเรื่องที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ถือเป็นเรื่องดี เมื่อถามว่าอนาคตจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญราบรื่นใช่หรือไม่ นายยศชนันกล่าวว่า ครับ คิดว่าน่าจะเป็นไปอย่างราบรื่น เป็นสิ่งที่ได้พูดไว้ก่อนเลือกตั้ง
เมื่อถามย้ำว่า ถือว่าเป็นไปตามที่ประชาชนมีประชามติออกมาให้แก้ไขรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ นายยศชนันกล่าวสั้นๆ ว่า ครับ เมื่อถามอีกว่าท้ายที่สุดเชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ นายยศชนันกล่าวว่า ครับ จะทำให้เต็มที่
ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวว่า กมธ.ได้ทำหนังสือเพื่อขอเข้าพบนายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อปรึกษาหารือถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 18/2568 ซึ่งมีประเด็นที่เป็นเงื่อนไขที่ทำให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรงได้ ทั้งนี้ เพื่อเป็นทางออกของประเด็นที่แต่ละฝ่ายเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และเพิ่มหมวดใหม่ ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งตนเชื่อว่ามีประเด็นที่ต้องถกเถียงกันในวาระแรก คือ สามารถให้มีคูหาเพื่อเลือก ส.ส.ร.ได้หรือไม่
“ผมและ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ต้องการหาคำตอบ จึงทำหนังสือขอเข้าพบประธานศาลรัฐรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อปรึกษาหารือต่อคำวินิจฉัยที่แถมมานั้นครอบคลุมแค่ไหน ซึ่งเป็นความพยายามหาทางออกให้ในช่วงที่ยังมีเวลาที่สังคมสามารถหาทางออกร่วมกัน หากตัดสินกันเองว่าไม่มีคูหาให้ประชาชน เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขออกไป อาจไม่ได้รับการยอมรับจากประชาน และหากจำกัดการมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น อาจกระทบต่อความชอบธรรม” นายนรเศรษฐ์กล่าว
นายนรเศรษฐ์กล่าวต่อว่า สำหรับการเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตนมีแนวคิดที่จะเสนอร่าง เพราะมีมุมที่แตกต่างจากพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน คืออยากเน้นกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนช่วงกลางน้ำ เพื่อให้ประชาชนสบายใจ หลังจากที่กังวลว่าจะถูกจำกัดการมีส่วนร่วมเรื่องคูหา หรือการันตีไม่ได้ ว่าอำนาจ สว.จะมีอยู่รวมในเสียงข้างมากหรือไม่ ดังนั้นต้องออกแบบและสร้างการมีส่วนร่วมที่ประชาชนมีความหมาย คือหากมีประเด็นใดที่แหลมคมหรือเห็นต่างออกไป อยากให้ทำประชามติหรือบรรจุเป็นประเด็นที่ต้องนำไปทำประชามติไปในคราวเดียวกัน เพื่อหาฉันทามติ และไม่มีความขัดแย้งหลงเหลือ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างยกร่างเนื้อหา ก่อนที่จะขอเสียงจาก สว. รวมถึง สส.ให้ได้ 140 รายชื่อ ถึงจะเพียงพอยื่นเสนอต่อรัฐสภาได้
เมื่อถามว่า กรณีการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านคูหาเลือก ส.ส.ร.นั้น อาจมีผู้ยื่นญัตติให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดเพื่อความชัดเจนหรือไม่ นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า เป็นไปได้ แต่ทางรัฐสภาต้องคุยกัน ว่าหากไม่รีบมาก และต้องการความชัดเจนในกระบวนการ ควรชะชอการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไปก่อน ส่วนที่มองว่าเรื่องนี้อาจเป็นประเด็นที่เคยวินิจฉัยไปแล้วศาลอาจไม่รับนั้น ส่วนตัวมองว่าควรเปิดประตูทีละบาน ซึ่งภายใต้ กมธ. แม้บทบาทอาจทำได้ไม่มาก แต่จะทำเท่าที่มีหน้าที่ เพื่อพยายามหาทางออก ซึ่งอาจลองดูยื่นให้วินิจฉัยหากจะให้มีคูหาจริง
ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี แถลงถึงจุดยืนของพรรคไทยภักดี ต่อกรณีการขอมติสภาผู้แทนราษฎรเพื่อส่งตัวนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ไปสอบสวน และแจ้งข้อกล่าวหาในคดีที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ว่า เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 125 แม้จะคุ้มครอง สส.ที่อยู่ในช่วงสมัยประชุมสภา ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญคือต้องไม่เป็นการกลั่นแกล้งกันทางการเมือง ดังนั้นการที่ DSI จะเชิญตัวนายชนนพัฒฐ์ไปสอบปากคำ เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ หรือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกระบวนการยุติธรรมของ DSI เชื่อว่าทุกคนและสื่อมวลชนมีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้วว่าเรื่องนี้คือเหตุผลอะไร
นพ.วรงค์กล่าวว่า ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ทุกพรรคการเมืองประกาศชัดเจนว่าจะต่อต้านทุนเทา ดังนั้นขอถามไปยังเพื่อนสมาชิกที่ต้องตัดสินใจว่า การที่เพื่อน สส.คนหนึ่งเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ รวมถึงความผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ต้องถามว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับทุนเทาหรือไม่ หาก สส.ตัดสินใจผิดพลาด ประชาชนก็จะตั้งคำถามว่าปกป้องทุนเทาหรือไม่ และหากนายชนนพัฒฐ์ไม่ใช่ สส. มีสิทธิ์ที่จะเลื่อนไม่ไปรายงานตัวต่อ DSI หรือไม่ หากเราปล่อยให้ สส.ใช้เอกสิทธิ์อย่างไม่เหมาะสม ประชาชนอาจจะมองว่า สส.ใช้เอกสิทธิ์มากเกินไป
“จุดยืนของพรรคไทยภักดียืนหยัดถึงความถูกต้อง และยืนหยัดถึงความต้องการทำลายระบบเอกสิทธิ์ของ สส.ที่มากเกินกว่าประชาชน และยังต้องการให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เท่าเทียมกัน จึงอยากจะเรียกร้องไปยังเพื่อนสมาชิกทุกคนในการตัดสินใจว่า พรรคไทยภักดีมีจุดยืนที่หากจะมีการโหวต ควรโหวตและมีบทสรุปให้ DSI สามารถออกหนังสือเชิญตัวนายชนนพัฒฐ์ไปให้ปากคำได้” นพ.วรงค์กล่าว.