โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ลุ้นสหรัฐฯ หั่นภาษีสินค้าต่ำกว่า 12.5% ปมแรงงานบังคับ ไทยขอเพิ่มรายการสินค้ายกเว้น

Thairath Money

อัพเดต 13 ก.ค. เวลา 01.48 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. เวลา 01.47 น.
ภาพไฮไลต์

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงกรณีที่สหรัฐฯเปิดไต่สวนคู่ค้า 60 ประเทศ รวมถึงไทย ตามมาตรา 301 กฎหมายการค้า ประเด็นนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ใช้แรงงานบังคับ และประกาศผลไต่สวนขั้นต้นเมื่อต้นเดือนมิ.ย.69 โดยเก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทย 12.5% ว่า สหรัฐฯได้เปิดให้ทุกประเทศที่ถูกกล่าวหา ส่งเอกสารหลักฐาน ข้อคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น อัตราภาษีที่เหมาะสม รายการสินค้าที่ควรเพิ่ม/ถอดออก ความเหมาะสมของสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี ภายในวันที่ 6 ก.ค.69 ซึ่งไทยได้ส่งไปแล้ว

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ วันที่ 7 ก.ค.69 สหรัฐฯจะเริ่มต้นรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และภายใน 5 วันหลังจากสิ้นสุดรับฟังความเห็นสาธารณะ จะเปิดให้ส่งข้อโต้แย้ง โดยคาดว่า จะประกาศผลการไต่สวนขั้นที่สุด ภายในเดือนก.ค.นี้ หรือก่อนวันที่ 24 ก.ค.นี้ ที่การเก็บภาษีจากคู่ค้าทั่วโลกอัตรา 10% ตามมาตรา 122 จะสิ้นสุดลง เพื่อให้การเก็บภาษีดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ สหรัฐฯจัดให้ไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่ยังไม่มีการบังคับใช้กฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับ เช่นเดียวกับ จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม อินเดีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ สิงคโปร์ เป็นต้น และเก็บภาษี 12.5% อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนไทยยืนยันมาตลอดว่า ไม่ได้ใช้แรงงานบังคับ และไทยอยู่ระหว่างประชาพิจารณ์ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ (HRDD Law) เพื่อยกระดับภาคธุรกิจให้ตรวจสอบสิทธิมนุษยชนรอบด้าน ตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่การผลิต ป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนและแรงงานบังคับ

“เราอยากให้ปรับลดภาษีที่เก็บจากไทยลงต่ำกว่า 12.5% แต่น่าจะมีความหวังน้อย นอกจากนี้ ไทยยังได้ขอเพิ่มรายการสินค้าที่สหรัฐฯจะยกเว้นจัดเก็บภาษี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตรและอาหาร ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิด เช่น เครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วน เป็นต้น”

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ได้เสนอมาตรการและรายการสินค้าที่ได้รับข้อยกเว้นจัดเก็บภาษี โดยเสนอกลไกพิเศษสำหรับสินค้าสิ่งทอ ที่จะลดภาษีตามโควตา ที่อิงกับปริมาณการนำเข้าวัตถุดิบสิ่งทอจากสหรัฐฯ พร้อมกับประกาศรายการสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้ารวม 1,655 รายการ 4 กลุ่ม คือ เกษตรและอาหาร (สับปะรด มะพร้าว แป้งมันสำปะหลัง), อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (สมาร์ทโฟน แผงวงจร), พลังงานและแร่ธาตุ, ชิ้นส่วนอากาศยาน

โดยสินค้าที่ไทยได้ประโยชน์สูงสุด คือ มันสำปะหลังแปรรูป ยางพาราแท่ง/น้ำยาง และหน่วยเก็บข้อมูล รวมถึงสินค้าอื่น ทั้งแป้งมันสำปะหลัง ทุเรียนและผลไม้เมืองร้อน สับปะรดแปรรูป ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว เครื่องเทศ ทั้งขมิ้น ขิง เครื่องแกง น้ำยางธรรมชาติ ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง, คอมพิวเตอร์พกพา ฮาร์ดดิสก์ สมาร์ทโฟน แผงวงจรรวม แผงจอภาพ, ทองคำ, เงินแท่ง, ยางล้อเครื่องบิน ที่นั่งบนเครื่องบิน

การเปิดไต่สวนคู่ค้า อีก 16 ประเทศรวมไทย ตามมาตรา 301 ประเด็นการมีกำลังการผลิตส่วนเกิน 3 กลุ่มอุตสาหกรรม คือ ยานยนต์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องใช้ไฟฟ้าว่า การประกาศผลการไต่สวนขั้นต้นล่าช้ากว่ากำหนด และยังไม่รู้ว่า จะเก็บภาษีนำเข้าจากไทยอัตราเท่าไร หากจะประกาศให้ทันวันที่ 24 ก.ค.นี้ สหรัฐฯต้องกระชับกระบวนการพิจารณา หากดำเนินการไม่ทัน ก็อาจเก็บภาษีจากประเด็นแรงงานบังคับก่อน หรืออาจจะขอความเห็นชอบจากรัฐสภาให้ขยายระยะเวลาการเก็บภาษี 10% ตามมาตรา 122 ออกไป

ส่วนกรณีที่ไทยอยู่ระหว่างการเจรจาความตกลงภาษีต่างตอบแทนไทย-สหรัฐฯ (ART) นั้น นางอารดา กล่าวว่า ขณะนี้ การเจรจามีความคืบหน้าไปมาก และตกลงกันได้แล้วหลายประเด็น เช่น มาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรม ฯลฯ แต่ยังเหลือประเด็นสำคัญที่ยังต้องเร่งเจรจา โดยเฉพาะการเปิดตลาดสินค้าเกษตร มาตรฐานสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลุ้นสหรัฐฯ หั่นภาษีสินค้าต่ำกว่า 12.5% ปมแรงงานบังคับ ไทยขอเพิ่มรายการสินค้ายกเว้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...