โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ศาลพนมเปญ สั่งจำคุก 3 ปี "ธี โสวันทา" อินฟลูเขมร พร้อมสามี หลังโพสต์ข้อมูลเป็นอันตรายต่อกองทัพกัมพูชา

TOP NEWS ONLINE

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TOP NEWS

จากกรณีที่ สมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีและบุคคลทรงอิทธิพล มีคำสั่งปลด “ธี โสวันทา” รองผู้ว่าราชการเมืองอาเร กษัต จังหวัดกันดาล พร้อมขับพ้นจากราชการ หลังเธอโพสต์ข้อความที่ถูกมองว่าเป็นภัยต่อกองทัพ โดยระบุว่าทหารกัมพูชาหลายรายป่วยเป็นโรคเรื้อรังจากการดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งนี้ รายงานข่าวระบุว่า ข้อความที่ธี โสวันทา เผยแพร่ ถูกมองว่าเป็นการบ่อนทำลายภาพลักษณ์ของกองทัพและรัฐบาลกัมพูชา ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและอ่อนไหวในทางการเมือง ทำให้การสั่งปลดของฮุน เซน กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสื่อและโซเชียลมีเดียในกัมพูชาอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในแง่ความมั่นคงและบทบาทของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในโครงสร้างอำนาจของรัฐ

โดยก่อนหน้านี้ เธอเริ่มต้นเส้นทางในโลกออนไลน์ด้วยการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อขับเคลื่อนประเด็นสังคมและการเมือง ด้วยใบหน้าที่ดูดีและฐานะครอบครัวที่ดี เธอไม่ได้ใช้สิ่งเหล่านี้เป็นจุดขาย แต่เลือกที่จะนำเสนอตัวเองในฐานะ “นักกิจกรรมรุ่นใหม่” ที่กล้าท้าทายอำนาจรัฐ ในช่วงก่อนการเลือกตั้งปี 2556 ชื่อของเธอดังกระฉ่อนในกัมพูชา ด้วยยอดผู้ติดตามในเพจ Thy Sovantha กว่า 2.2 ล้านคน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่มหาศาลเมื่อ 10 ปีก่อน เธอร่วมเคลื่อนไหวกับพรรคฝ่ายค้าน Cambodia National Rescue Party (CNRP) ของ สม รังสี ผู้นำพรรค โดยใช้แพลตฟอร์มของเธอไลฟ์และ Call Out โจมตีพรรครัฐบาลของฮุน เซนอย่างดุเดือด ภาพลักษณ์ของ สาวรุ่นใหม่สู้เผด็จการ ทำให้เธอได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และจุดกระแส #ChangeCambodia ขึ้นมาได้ทุกครั้งที่เธอขึ้นเวทีปราศรัย

ต่อมาเกิดจุดพลิกผันครั้งใหญ่ เมื่อมีการกล่าวหาว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีพรรคฝ่ายค้านด้วยกันเอง และในปลายปี 2559 ก็มี แชตหลุด ที่สั่นสะเทือนวงการการเมืองกัมพูชา เป็นบทสนทนาระหว่างเธอกับ พล.อ.ฮุน มานิต ลูกชายคนที่ 2 ของสมเด็จฮุน เซน และในขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยข่าวกรองกัมพูชา โดยในแชตดังกล่าว ธี โสวันทา ได้เสนอแผนการต่างๆ และมีการกล่าวถึงการขอรับเงินสนับสนุนจำนวน 1 ล้านดอลลาร์จาก ฮุน เซน เพื่อทำกิจกรรมทางสังคม ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน ฮุน เซน ได้ออกมากล่าวยกย่องเธอในฐานะนักต่อสู้เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม ทำให้ภาพลักษณ์ นักสู้ฝ่ายค้าน ของเธอพังทลายลงในพริบตา และถูกตราหน้าว่าเป็น สายลับสองหน้า ต่อมาตัว ธี โสวันทา ได้ลบภาพลักษณ์นักกิจกรรมทั้งหมด และหันมาสนับสนุน Cambodian People’s Party (CPP) อย่างเต็มตัว เธอใช้เพจเดิมที่มีผู้ติดตามจำนวนมากไลฟ์สดเพื่อชื่นชม ฮุน เซน และโจมตี สม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้านที่เธอเคยศรัทธาอย่างเปิดเผย การเปลี่ยนขั้วทางการเมืองอย่างสุดขั้วนี้ ทำให้แฟนคลับที่เป็นคนรุ่นใหม่จำนวนมากรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง เลยเลิกติดตามเธอไป

ล่าสุด ขแมร์ ไทม์ส รายงานว่า ศาลเทศบาลกรุงพนมเปญได้พิพากษาจำคุก "ธี โสวันทา และ "แพ โสวันธา" สามีของเธอ เป็นเวลาคนละ 3 ปี หลังจากพบว่าทั้งคู่มีความผิดฐานโพสต์เนื้อหาบนเฟซบุ๊กที่ถือว่าเป็นอันตรายต่อกองทัพและความมั่นคงของชาติ ผู้พิพากษา ตัดสินว่าคู่สามีภรรยาคู่นี้มีความผิดฐาน "ทำลายขวัญกำลังใจของกองทัพ" ตามมาตรา 472 แห่งประมวลกฎหมายอาญาของกัมพูชา ตามคำตัดสินของศาล ข้อกล่าวหาดังกล่าวมีที่มาจากโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์หลายโพสต์ในช่วงที่ความตึงเครียดตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทยเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นจุดที่เกิดการปะทะกันระหว่างกองกำลังติดอาวุธของทั้งสองประเทศในเดือนธันวาคม 2025 ผู้พิพากษากล่าวว่าทั้งคู่ถูกตำรวจความมั่นคงภายในจับกุมเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ไม่นานหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ อัยการกล่าวหาว่าโพสต์บนเฟซบุ๊กเหล่านั้นมีข้อมูลที่เป็นอันตรายซึ่งบั่นทอนขวัญกำลังใจของกองทัพและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ศาลพิพากษาจำคุกจำเลยทั้งสองคนเป็นเวลาสามปี คำตัดสินนี้เกิดขึ้นในขณะที่ทางการกัมพูชาได้เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายต่อการเผยแพร่เนื้อหาออนไลน์ที่ถือว่าเป็นภัยคุกคามต่อความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของชาติ หรือกองทัพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังเหตุปะทะกันบริเวณชายแดนเมื่อปีที่แล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...