ครม.เห็นชอบ กฟผ. พัฒนาระบบไฟฟ้ารองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 1
วันที่ 18 มิ.ย. นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดำเนินโครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 1 ภายในวงเงินลงทุน 2,150 ล้านบาท เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น การลงทุนใหม่ และการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้ากับประเทศเพื่อนบ้าน
โครงการดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่สำคัญ 2 แห่ง ได้แก่ เขตเศรษฐกิจพิเศษอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และเขตเศรษฐกิจพิเศษอำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยมีระยะเวลาดำเนินการประมาณ 4 ปี คาดว่าแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2572 แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายซื้ออุปกรณ์จากต่างประเทศ 96 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายซื้ออุปกรณ์ในประเทศพร้อมก่อสร้าง 2,054 ล้านบาท
สำหรับพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จะมีการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 230 กิโลโวลต์ เส้นทางตาก 2–แม่สอด จำนวน 2 วงจร ระยะทางประมาณ 81.90 กิโลเมตร พร้อมขยายสถานีไฟฟ้าแรงสูงตาก 2 และแม่สอด เพื่อเพิ่มความมั่นคงในการจ่ายไฟฟ้า ลดความเสี่ยงไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง และเตรียมรองรับการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้ากับประเทศเพื่อนบ้านในอนาคต
ส่วนพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร จะมีการตัดสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 115 กิโลโวลต์ ธาตุพนม–มุกดาหาร ลงที่สถานีไฟฟ้าแรงสูงมุกดาหาร 2 พร้อมขยายสถานีไฟฟ้าแรงสูงและปรับปรุงระบบควบคุมป้องกันที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่เศรษฐกิจชายแดนและเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในระยะยาว
นางสาวลลิดา กล่าวว่า โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่แม่สอดและมุกดาหาร ซึ่งเป็นประตูเศรษฐกิจสำคัญในการเชื่อมโยงการค้า การลงทุน และโลจิสติกส์กับประเทศเพื่อนบ้าน
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ข้อเสนอแนะให้ กฟผ. ดำเนินโครงการด้วยความรอบคอบ เปิดกว้างให้มีการแข่งขันในการจัดซื้อจัดจ้าง บริหารความเสี่ยงด้านการเงิน อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนโครงการ รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมตามรายงาน EIA และ IEE อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพื้นที่ที่แนวระบบโครงข่ายไฟฟ้าพาดผ่านพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพิ่มเติม
"รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้เพียงพอ มั่นคง และทันต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โครงการนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน รองรับพลังงานหมุนเวียน เพิ่มศักยภาพพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ และสนับสนุนการเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยกับภูมิภาคอาเซียนอย่างยั่งยืน"