โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ครม.เห็นชอบ กฟผ. พัฒนาระบบไฟฟ้ารองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 1

เดลินิวส์

อัพเดต 18 มิถุนายน 2569 เวลา 23.28 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ครม.เห็นชอบให้ กฟผ. พัฒนาระบบไฟฟ้ารองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 1 วงเงินลงทุน 2,150 ล้านบาท เสริมความมั่นคงพลังงานชายแดน–หนุนการลงทุนไทยเชื่อมอาเซียน

วันที่ 18 มิ.ย. นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดำเนินโครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 1 ภายในวงเงินลงทุน 2,150 ล้านบาท เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น การลงทุนใหม่ และการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้ากับประเทศเพื่อนบ้าน

โครงการดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่สำคัญ 2 แห่ง ได้แก่ เขตเศรษฐกิจพิเศษอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และเขตเศรษฐกิจพิเศษอำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยมีระยะเวลาดำเนินการประมาณ 4 ปี คาดว่าแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2572 แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายซื้ออุปกรณ์จากต่างประเทศ 96 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายซื้ออุปกรณ์ในประเทศพร้อมก่อสร้าง 2,054 ล้านบาท

สำหรับพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จะมีการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 230 กิโลโวลต์ เส้นทางตาก 2–แม่สอด จำนวน 2 วงจร ระยะทางประมาณ 81.90 กิโลเมตร พร้อมขยายสถานีไฟฟ้าแรงสูงตาก 2 และแม่สอด เพื่อเพิ่มความมั่นคงในการจ่ายไฟฟ้า ลดความเสี่ยงไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง และเตรียมรองรับการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้ากับประเทศเพื่อนบ้านในอนาคต

ส่วนพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร จะมีการตัดสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 115 กิโลโวลต์ ธาตุพนม–มุกดาหาร ลงที่สถานีไฟฟ้าแรงสูงมุกดาหาร 2 พร้อมขยายสถานีไฟฟ้าแรงสูงและปรับปรุงระบบควบคุมป้องกันที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่เศรษฐกิจชายแดนและเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในระยะยาว

นางสาวลลิดา กล่าวว่า โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่แม่สอดและมุกดาหาร ซึ่งเป็นประตูเศรษฐกิจสำคัญในการเชื่อมโยงการค้า การลงทุน และโลจิสติกส์กับประเทศเพื่อนบ้าน

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ข้อเสนอแนะให้ กฟผ. ดำเนินโครงการด้วยความรอบคอบ เปิดกว้างให้มีการแข่งขันในการจัดซื้อจัดจ้าง บริหารความเสี่ยงด้านการเงิน อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนโครงการ รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมตามรายงาน EIA และ IEE อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพื้นที่ที่แนวระบบโครงข่ายไฟฟ้าพาดผ่านพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพิ่มเติม

"รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้เพียงพอ มั่นคง และทันต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โครงการนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน รองรับพลังงานหมุนเวียน เพิ่มศักยภาพพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ และสนับสนุนการเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยกับภูมิภาคอาเซียนอย่างยั่งยืน"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...