ส้มซัดล้างภูเก็ต แค่ละครน้ำเงิน มท.ไล่บี้มาเฟีย
ภูเก็ตเดือด มท.1 ขึ้นบัญชีปราบผู้มีอิทธิพล พร้อมปูพรมเคลียร์ทั่วทุกพื้นที่ "2 รมช.มหาดไทย" ลุยสางปัญหาหาดฟรีดอม ประกาศคืนพื้นที่ให้คนภูเก็ต "สื่อภูเก็ต" ร้อง กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ถูกฟ้องปิดปาก ด้านส้มเจ้าถิ่นอัด "หนู” เล่นละครไม่เนียน ย้ายรองผู้ว่าฯ ขุดเบื้องหลังโยงส่วย-ผลประโยชน์ ชี้ย้ายยกล็อตหวังล้างไพ่จัดวางอำนาจใหม่ของระบอบน้ำเงินยึดอันดามันเบ็ดเสร็จ ด้านสองรองผู้ว่าฯ ชื่นมื่นกลับเมืองคอน-สงขลา เปิดใจโดนจ้องเล่นงานหนักจากผู้เสียผลประโยชน์
เมื่อวันพุธ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีสั่งการให้ 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เร่งปราบปรามผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ว่า ไม่ใช่แค่ที่ จ.ภูเก็ต แต่ทุกที่ที่มีประเด็นเรื่องนี้ ทั้ง จ.ภูเก็ต เกาะพะงัน สุราษฎร์ธานี และกระบี่ ตอนนี้ทุกคนเร่งทำงานเรื่องนี้กันอยู่ ย้ำว่าเราทำหมดทุกพื้นที่ เพราะสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้น เรายอมให้กลุ่มคนบางกลุ่ม หรือใครบางคนมาใช้อำนาจในสิ่งที่ไม่ดีมารังแกคนอื่นไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ มีความรู้สึกติดใจในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เนื่องจากลงพื้นที่เองแล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องการปราบปราม นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ไม่ใช่ว่าไม่มีความคืบหน้า สิ่งที่นายกฯ ลงไปอยู่ในกระบวนการ แต่ปรากฏยังมีคนบางกลุ่มที่ยังมีพฤติกรรมไม่เกรงกลัวกฎหมายอยู่ เลยค่อนข้างที่จะซีเรียส
เมื่อถามว่า หลังจากเดินหน้าดึงคนที่มีปัญหาออกจากพื้นที่แล้ว และส่งคนใหม่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ คิดว่าจะมีความคืบหน้าหรือดีขึ้นหรือไม่ นายวรศิษฎ์กล่าวว่า เราหวังผลดีขึ้นแน่นอน อย่างที่ทุกคนทราบ สถานการณ์ใน จ.ภูเก็ต ขณะนี้มีความวุ่นวายอยู่พอสมควร ฉะนั้นทีมที่นายกฯ ส่งเข้าไปทำงาน เราคาดหวังในผลสัมฤทธิ์อย่างมากแน่นอน
เมื่อถามว่า จะใช้กรอบระยะเวลาดำเนินการเรื่องนี้นานแค่ไหนเพื่อให้เห็นผล นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ไม่มีกรอบ ต้องเร็วที่สุด และเท่าที่ได้ยินข้อมูลมา ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายบริหาร ตอนนี้ฝ่ายนิติบัญญัติเองก็เข้ามาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งจะมีคณะกรรมาธิการหลายคณะลงไปตรวจสอบเรื่องนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายคนกังวลเรื่องเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลด้วย และยังอยู่ได้ในพื้นที่ จะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ถ้ามีคนที่เข้าไปเกี่ยวข้องและพิสูจน์ได้ก็รับกันไป เพราะหากคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องยังอยู่ตรงนั้น ทำให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลสามารถทำงานตรงนั้นได้ ก็อยู่ไม่ได้ นโยบายนายกฯ สั่งการมาชัดเจนว่า เรื่องเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องใครทำก็ต้องรับ
ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน รับหนังสือจากนายวรพงศ์ ยูระหมาน ผู้ก่อตั้งเพจข่าวโหดจัง จังหวัดภูเก็ต กรณีถูกผู้มีอิทธิพลรายหนึ่งฟ้องร้องดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
นายวรพงศ์กล่าวว่า วันนี้ตนเดือดร้อนการนำเสนอปัญหาหาดบางเทา ที่ผู้มีอิทธิพล ญาติของข้าราชการระดับใหญ่ในจังหวัดภูเก็ตมาฟ้องปิดปาก จึงอยากให้สื่อมวลชนได้เห็นว่าสื่อท้องถิ่นที่ตนกำลังเผชิญอยู่ เผชิญกับผู้มีอิทธิพลเจ้าของที่บุกรุกที่สาธารณะจังหวัดภูเก็ต ให้ประชาชนคนประเทศไทยได้เห็น สิ่งที่คนในจังหวัดภูเก็ต ถ้าทุกคนได้ลงมาในพื้นที่จริง ทุกคนรู้หมดว่าใครบุกรุก ใครอยู่เบื้องหลัง ไม่สามารถนำเสนอความจริงได้เลย แต่วันนี้ตนยังมีคดีความติดตัวอยู่ และต้องขึ้นมาดำเนินการที่กรุงเทพฯ เพื่อที่จะรับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินการสู้คดีต่อไป และอยากจะนำเรื่องนี้ให้สื่อมวลชนที่อยู่ในกรุงเทพฯ ช่วยกันติดตามความเป็นจริง ว่าสื่อในจังหวัดภูเก็ตทุกวันนี้ถูกเบียดเบียนถูกกดขี่ ถ้านำเสนออะไรที่ไม่ได้เป็นผลบวกหรือผลประโยชน์ ก็จะโดนแบบนี้
เล่นละครจัดอำนาจใหม่
ด้าน น.ส.ภคมนกล่าวว่า ผู้มีอิทธิพลดังกล่าวไม่ใช่คนใหม่ แต่เป็นผู้มีอิทธิพลที่มีข่าวเมื่อไม่กี่วันมานี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับข่าวการย้ายรองผู้ว่าฯ ซีฟู้ด ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ได้พูดในที่ประชุมกระทรวงมหาดไทยว่า รองผู้ว่าฯ คนดังกล่าวมีคนสนิทเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์และบุกรุกที่สาธารณะ และคนที่ฟ้องสื่อมวลชนท้องถิ่นวันนี้ก็เป็นคนใกล้ชิดของคนนั้น หากประชาชนตั้งคำถามว่า การย้ายผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ ภูเก็ต เป็นแค่ละครฉากหนึ่งที่จะนำไปสู่การวางอำนาจใหม่ในจังหวัดเท่านั้น โดยการย้ายรองผู้ว่าฯ ที่มีข้อกล่าวหาที่รุนแรง ทำไมจึงไม่มีการสอบทางวินัยและทางอาญาให้สาธารณชนรับรู้ สุดท้ายแล้วความขัดแย้งส่วนตัว ประชาชนไม่ได้สนใจ แต่สิ่งที่สนใจคือผลประโยชน์ อิทธิพล และส่วย จะถูกจัดการอย่างไร
“วันนี้ทุกคนทราบว่า การย้ายแค่หัวแต่หางยังอยู่ คิดเหรอว่าเขาจะไม่เสิร์ฟเครื่องบรรณาการเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นหากจะจริงจังเล่นใหญ่แล้ว ก็เอาให้จริง ขุดรากถอนโคน ที่กินผลประโยชน์ในจังหวัดว่าอยู่ตรงไหนบ้าง อย่าแค่มาเล่นใหญ่ฮึ่มๆ และการย้ายครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ตลกมาก ซึ่งกรณีของรองซีฟู้ด มีความผิดและข้อกล่าวหาชัดเจน แต่ย้ายจากจังหวัดภูเก็ตไปนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจังหวัดที่ใหญ่กว่า แถมเป็นจังหวัดบ้านเกิดด้วย จึงคิดว่านี่คือฐานความผิดของการย้ายข้าราชการที่มีความผิด แต่คนถูกย้ายน่าจะดีใจที่สุดในโลกแล้ว ย้ายกันยังไงให้คนถูกย้ายดีใจ” น.ส.ภคมนระบุ
น.ส.ภคมนกล่าวว่า ฉากละครสำคัญวันนี้เล่นไม่เนียน ผู้เขียนบททำมาไม่ละเอียด แต่ฉากละครที่ประชาชนต้องติดตามต่อไป คือการวางอำนาจใหม่ในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งที่ตนกล้าพูดแบบนี้ เปิดแผนที่ประเทศไทยดูได้เลย ว่าภาคใต้ฝั่งอันดามัน ยกเว้นจังหวัดภูเก็ตเท่านั้นที่พรรคภูมิใจไทยยังไม่สามารถยึดครองได้ ดังนั้นการย้ายผู้ว่าฯ วันนี้ คือการวางอำนาจใหม่ของระบอบสีน้ำเงินในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และคาดหวังว่าจะยึดอันดามันให้ได้ทั้งหมดสิ่งที่เราเห็นกันหน้าฉากวันนี้ส่วนหนึ่งเป็นการวัดพลังกันเพื่อชิงกันนำเป็นที่หนึ่งในพื้นที่ภาคใต้ของผู้มีอำนาจในพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทยเช่นกัน เรื่องแก้ปัญหาเป็นเรื่องรอง
น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การย้ายครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของผลประโยชน์ แต่ย้ายเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ในภูเก็ตได้รับการแก้ไขมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ปัญหาคลี่คลายโดยเร็วที่สุด ไม่ใช่ละครตบตาหรือเรื่องผลประโยชน์และวัฒนธรรมการโยกย้ายอย่างที่ น.ส.ภคมนเข้าใจ
“ดิฉันเชื่อว่าท่านผู้ว่าฯ นิรัตน์เข้าใจเหตุผลการย้ายครั้งนี้ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็สามารถทำงานเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ซึ่งอาชีพข้าราชการ เป็นอาชีพที่มีเกียรติ ไม่ว่าตำแหน่งไหน อยู่จังหวัดไหน ข้าราชการทุกคนก็ต้องทำงานรับใช้ชาติและประชาชน มุ่งประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ" น.ส.พลอยทะเลระบุ
แห่ต้อนรับ 2 รองผู้ว่าฯ กุ้ง
ที่อนุสรณ์สถานเจ้าพระยานคร (น้อย) หน้าศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายธีระพงศ์ ช่วยชู อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เดินทางมารับตำแหน่งรองผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช ได้เข้าสักการะและขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเริ่มต้นปฏิบัติราชการ และกล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่มาร่วมให้การต้อนรับ โดยระบุว่า มีความตั้งใจจริงที่จะทำงานด้วยความทุ่มเทและมุ่งมั่น โดยพร้อมที่จะประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดนครศรีธรรมราชในทุกมิติ
ที่ จ.สงขลา นายอดุลย์ ชูทอง อดีตรองผู้ว่าฯ ภูเก็ต เดินทางไปกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา ที่ ถ.นางงาม อ.เมืองฯ จ.สงขลา ก่อนเข้ารายงานตัวรับตำแหน่งรองผู้ว่าฯ สงขลา โดยระบุว่า ตลอดเส้นทางการรับราชการ เป็นที่รู้จักในชื่อ "ปลัดอดุลย์" หรือ "รองอดุลย์" ไม่เคยใช้ชื่อเล่น หรือฉายาว่า รองกุ้ง หรือปลัดกุ้ง ตามที่มีกระแสข่าว ยืนยันว่าไม่ใช่ และพร้อมให้ตรวจสอบ
“ผมตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางโซเชียลมาระยะหนึ่ง เนื่องจากเป็นหนึ่งในผู้ปฏิบัติหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในจังหวัดภูเก็ต โดยผม รวมทั้งผู้ว่าฯ ภูเก็ต ปลัดจังหวัดภูเก็ต และนายอำเภอ เป็นเจ้าหน้าที่ที่ร่วมกันบังคับใช้กฎหมาย ทั้งการจับกุมผู้บุกรุกชายหาดบางเทา การดำเนินคดีกลุ่มบุกรุกป่าไม้บริเวณหาดฟรีดอม และการตรวจจับอาวุธปืนในสถานบันเทิงที่ป่าตอง ทำให้กลายเป็นเป้าหมายของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมาย” นายอดุลย์ระบุ
วันเดียวกัน ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าฯ ภูเก็ตคนใหม่ ซึ่งย้ายมาจากรองผู้ว่าฯ สมุทรสาคร เดินทางเข้าสักการะศาลหลักเมืองจังหวัดภูเก็ต (ศาลหลักเมืองใหม่) และอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร ณ วงเวียนบ้านท่าเรือ เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนปฏิบัติหน้าที่ โดยมีข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ
ต่อมาเวลา 16.30 น. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพล รุกที่สาธารณะ นอมินี และส่วยในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยลงพื้นที่จุดแรกคือหาดฟรีดอม ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้
จากนั้นนายพลพีร์เปิดเผยว่า ที่ยกคณะมาเพราะต้องการอยากจะมาดูสถานที่จริง เพื่อเข้าใจปัญหาในเบื้องต้น ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรายงานและชี้จุด ว่าพื้นที่ส่วนใดของหาดฟรีดอมเป็นพื้นที่ ส.ป.ก. และพื้นที่ไหนเป็นพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งทางด้านหลังที่ยืนสัมภาษณ์อยู่นี้เป็นพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิครอบครอง น.ส.3 หลังจากนี้จะต้องทำเรื่องไปถึงอธิบดีกรมที่ดินเพื่อให้ตรวจสอบอีกรอบหนึ่งว่าออกเอกสารสิทธิได้อย่างไร
ทั้งนี้ พื้นที่อ้างว่ามีการเก็บค่าบริการเดินลงหาด และอีกฝั่งก็จะมี "เสี่ยเล็ก" ที่จะมีเก็บค่าบริการเดินลงหาดเช่นกัน ซึ่งพื้นที่ตรงนี้เป็นทรัพย์สินรัฐทั้งหมด ไม่สามารถที่จะทำกิจการทำมาหากินตรงนี้ได้เลย ส่วนที่มีการยิงข่มขู่ใส่เจ้าหน้าที่นั้น เราก็ต้องทำงานอย่างรอบคอบและระมัดระวังไม่ให้เจ้าหน้าที่ประสบเหตุ แต่ที่ดินทั้งหมดที่กำลังสงสัยอยู่ระหว่างการดำเนินการตามกฎหมายหมดทุกแปลง เหลือแค่พื้นที่หาดฟรีดอมที่มีการอ้างว่ามีเอกสารสิทธิ น.ส.3 โดยนายกฯ กำชับว่าต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้องอะไรที่ผิดคือผิด
"ผมและนายวรศิษฎ์ให้คำมั่นสัญญาว่าเราจะทำให้คนภูเก็ตอยู่ได้ด้วยคนของภูเก็ตเอง ไม่ต้องมีกุ๊ย ไม่ต้องมีอิทธิพล ไม่ต้องมีมาเฟีย ไม่ต้องมีใครมาขูดรีดท่านอีกแล้ว นี่คือเป้าหมายที่แท้จริงของนายกฯ ที่ต้องการให้เราทำ เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อปิดภูเก็ต แต่เรามาที่นี่เพื่อต้องการจะทำให้ผู้ประกอบการและชาวภูเก็ตอยู่อย่างมีความสุข ทั้งนี้ไม่ใช่มาวันนี้และพรุ่งนี้จบ เรามีแผน 2 แผน 3 แผน 4 และขั้นตอนต่างๆ ที่ต้องกลับมาอีก เพื่อทำให้มันสำเร็จ" นายพลพีร์ระบุ
ส่วนที่สังคมวิจารณ์ว่ารองผู้ว่าฯ สามารถย้ายผู้ว่าฯ ได้นั้น นายพลพีร์กล่าวว่า “ที่นายกฯ ให้ผมมา ไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำให้เสร็จ แต่พวกผมมาเพื่อทำให้สำเร็จ ฉะนั้นก็ขอให้เวลาพวกผมนิดนึง เพราะรองผู้ว่าฯ ก็เพิ่งจะย้าย ผมจึงต้องมาเซตระบบกฎหมาย ระเบียบ แต่ที่แน่ๆ ใครอยู่เหนือกฎหมายเราจับหมด".