โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เหอเป่ย์เปิดเทศกาล “ผลไม้ไทย” หนุนเจาะตลาดจีนตอนเหนือ

เดลินิวส์

อัพเดต 18 มิถุนายน 2569 เวลา 16.08 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
จีนเปิดเทศกาลผลไม้ไทยในมณฑลเหอเป่ย์ ดันทุเรียน มังคุด และมะพร้าวน้ำหอมสู่ตลาดภาคเหนือของประเทศ โดยยอดซื้อขายวันแรกพุ่งเกิน 100 ล้านหยวน สะท้อนความต้องการผลไม้ไทยที่ยังเติบโตต่อเนื่องในตลาดจีน

สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองสือเจียจวง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ว่าศูนย์การซื้อขายสินค้าเกษตรนานาชาติโส่วเหิง เกาเปยเตี้ยน ในเมืองเกาเปยเตี้ยน มณฑลเหอเป่ย์ ทางตอนเหนือของจีน เปิดงานเทศกาลผลไม้ไทยนานาชนิด เช่น ทุเรียน มังคุด และมะพร้าวน้ำหอม เพื่อช่วยให้ผลไม้สดจากไทยเข้าถึงตลาดทางตอนเหนือของจีน รวมถึงส่งเสริมการค้าและมิตรภาพระหว่างไทยกับจีน
มีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนแวะเวียนเลือกชิมเลือกซื้อที่เทศกาลผลไม้ไทยครั้งนี้ ซึ่งร่วมจัดโดยสำนักการเกษตรของสถาน

เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศจีน และบริษัทโส่วเหิง กรุ๊ป และได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตไทย และสำนักงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในกรุงปักกิ่ง

มูลค่าการซื้อขายผลไม้ไทยที่ตลาดโส่วเหิง เกาเปยเตี้ยน พุ่งสูงเกิน 100 ล้านหยวน ( ราว 481 ล้านบาท ) ในวันเปิดงานเทศกาลผลไม้ไทยครั้งนี้ที่จัดขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ถึงวันที่ 22 มิ.ย. นี้ ขณะที่ผู้จัดงานเดินหน้าความร่วมมือกับผู้ค้าเพื่อมอบส่วนลดการซื้อมูลค่าหลายล้านหยวน ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคชาวจีนเข้าถึงผลไม้เขตร้อนจากไทยในราคาที่คุ้มค่า

นายฉัตรชัย วิริยเวชกุล เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศจีน กล่าวว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าเป็นเสาหลักสำคัญของความสัมพันธ์ไทย-จีน และการค้าขายผลไม้ช่วยให้ความร่วมมือดังกล่าวแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งงานนี้จะช่วยเพิ่มชื่อเสียงของผลไม้ไทยและขยายโอกาสทางการค้า ทำให้เกษตรกร ภาคธุรกิจ และคนทั่วไปจากทั้งสองประเทศได้รับประโยชน์ร่วมกัน

นายปรัตถกร แท่นมณี อัครราชทูตที่ปรึกษา ( ฝ่ายเกษตร ) ของสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศจีน กล่าวว่า จีนเป็นตลาดนำเข้าผลไม้ไทยแห่งสำคัญที่สุด มีการนำเข้าผลไม้ไทยในปี 2568 สูงกว่า 43,200 ล้านหยวน ( ราว 208,000 ล้านบาท ) หรือมากกว่า 30% ของการนำเข้าผลไม้ทั้งหมด และปัจจุบันมีผลไม้ไทยที่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกสู่จีน 22 ชนิด ซึ่งมากที่สุดในโลก

ทั้งนี้ ความสดใหม่ถือเป็นจุดแข็งของผลไม้ไทย เนื่องจากพิธีการศุลกากรและระบบโลจิสติกส์ห่วงโซ่ความเย็นข้ามพรมแดนที่มีประสิทธิภาพช่วยให้เกิดการขนส่งที่รวดเร็วแบบ "จากต้นสู่ตลาดภายใน 48 ชั่วโมง" โดยผลไม้ไทยที่ขนส่งถึงเมืองเกาเปยเตี้ยนจะกระจายสู่หลายพื้นที่ของภูมิภาคปักกิ่ง-เทียนจิน-เหอเป่ย์ ภายใน 4 ชั่วโมง

ตลาดโส่วเหิง เกาเปยเตี้ยน ถือเป็นศูนย์กระจายสินค้าเกษตรขนาดใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของจีน มีห้องเย็นขนาดใหญ่รวม 3.2 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมแพลตฟอร์มห่วงโซ่อุปทานดิจิทัล ทำให้เป็นช่องทางหลักของผลไม้ไทยในการเข้าสู่ตลาดจีนตอนเหนือ ทั้งยังลงนามข้อตกลงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับสมาคมทุเรียนไทยตั้งแต่ปี 2566 อีกด้วย

นอกจากนี้ สำนักการเกษตรของสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศจีน และบริษัทโส่วเหิง กรุ๊ป ยังลงนามข้อตกลงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์และเปิดตัว "ศูนย์บริการสำนักการเกษตรแห่งราชอาณาจักรไทยประจำโส่วเหิง" อย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกันกลุ่มแบรนด์ไทยและผู้ค้าจากจีนลงนามข้อตกลงหลายฉบับที่กระชับความร่วมมือทางการเกษตร

นายหลู่ ฟางเสี้ยว นายกสมาคมการค้าผลไม้แห่งประเทศจีน วิเคราะห์ว่า การค้าผลไม้ระหว่างจีนกับไทยมีข้อได้เปรียบที่เกื้อหนุนกัน ไทยมีจุดแข็งด้านผลไม้เขตร้อนอย่างทุเรียนและมังคุด ส่วนจีนมีจุดแข็งด้านผลไม้เขตอบอุ่นอย่างแอปเปิลและส้ม ทำให้ความร่วมมือทางการเกษตรระหว่างสองประเทศมีศักยภาพสูงมาก

หลู่กล่าวว่า การพัฒนาของตลาดโส่วเหิง เกาเปยเตี้ยน ช่วยปรับปรุงระบบกระจายสินค้าผลไม้ภายในจีน รวมถึงช่วยให้ผลไม้ไทยเข้าถึงตลาดจีนตอนเหนือเพิ่มขึ้น.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ข้อมูล-ภาพ : XINHUA

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...