‘เปรมศักดิ์’ ห่วงภัยเงียบแรงงาน ปัจจัยลบเพียบ ‘จุลพันธ์’ ยันว่างงานต่ำ
"เปรมศักดิ์" เตือนวิกฤตแรงงานภัยเงียบ ว่างงานพุ่ง-รายได้หด-เอไอจ่อแทน 8.7 ล้านคน จี้รัฐเร่งแผนรับมือ "จุลพันธ์" ยันว่างงานต่ำ พร้อมวางแผนยกเครื่องตลาดแรงงาน
นพ.เปรมศักดิ์ เพียงยุระ สมาชิกวุฒิสภา ตั้งกระทู้ถามสดต่อนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เรื่องปัญหาการจ้างงานและการว่างงานของประเทศไทย โดยระบุว่า สถานการณ์แรงงานไทยกำลังเผชิญความเปราะบางจากภาวะเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการเชิงรุกเพื่อรักษาการจ้างงาน สร้างงานใหม่ และเตรียมแรงงานไทยให้พร้อมรับโลกยุค AI
ทั้งนี้ ความเข้มแข็งของประเทศไม่ได้วัดจากตึกสูง แต่ต้องวัดจากจำนวนประชาชนที่มีงานทำ มีรายได้ และมีศักดิ์ศรี พร้อมเปิดเผยข้อมูลไตรมาส 1 ปี 2569 ที่พบว่า อัตราว่างงานเพิ่มเป็น 0.94% หรือประมาณ 3.9 แสนคน สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ผู้ว่างงานระยะยาวเพิ่มขึ้น 27% สะท้อนว่าหลายครอบครัวกำลังสูญเสียรายได้และเสี่ยงหลุดจากตลาดแรงงานอย่างถาวร
ขณะเดียวกัน ยังมีผู้เสมือนว่างงานและการว่างงานแฝงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะแรงงานรายได้น้อย แม้จะมีงานทำแต่ทำงานไม่เต็มเวลา รายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ขณะที่แรงงานไทยทำงานเฉลี่ยกว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และมีผู้ทำงานล่วงเวลากว่า 6.1 ล้านคน แต่ค่าจ้างเฉลี่ยกลับลดลงเหลือ 16,145 บาทต่อเดือน ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้น จนเกิดภาวะทำงานมากขึ้น แต่มีเงินเหลือน้อยลง
นอกจากนี้ การเข้ามาของเทคโนโลยี AI ยังอาจกระทบแรงงานไทยกว่า 8.7 ล้านคน พร้อมเสนอรัฐบาลเร่งดำเนินการ 4 ด้าน ได้แก่ สร้างงานในชุมชน ยกระดับทักษะดิจิทัลและ AI สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และจัดทำแผนรับมือผลกระทบจาก AI อย่างเป็นระบบ
นพ.เปรมศักดิ์ ได้ตั้งคำถามต่อ นายจุลพันธ์ 3 ประเด็น คือ แนวทางรับมือผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและสงครามตะวันออกกลาง มาตรการแก้ปัญหารายได้แรงงานที่ลดลง และนโยบายรองรับผลกระทบด้านการจ้างงานจาก AI
ขณะที่นายจุลพันธ์ ลุกขึ้นชี้แจงว่า สถานการณ์การจ้างงานของไทยยังไม่อยู่ในระดับน่ากังวล แม้อัตราว่างงานจะเพิ่มขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ปัญหาหลักคือ Job Mismatch หรือทักษะแรงงานไม่ตรงกับความต้องการของตลาด กระทรวงแรงงานจึงเร่งเดินหน้านโยบาย Upskill และ Reskill ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดหางาน
ส่วนการส่งแรงงานไปทำงานต่างประเทศ ยอมรับว่าได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง แต่ขณะนี้เริ่มคลี่คลายแล้ว พร้อมเดินหน้ากระจายตลาดแรงงานไปยังแคนาดา ออสเตรเลีย และสหภาพยุโรป โดยเฉพาะอิตาลี ซึ่งอยู่ระหว่างจัดทำ MOU เพื่อเปิดตลาดแรงงานใหม่ให้คนไทย
ด้านกระทรวงฯ ได้เตรียมผลักดันโครงการ เรียนได้ งบ จบได้งาน ภายใต้งบประมาณปี 2570 สนับสนุนค่าใช้จ่ายระหว่างฝึกอบรม พร้อมพัฒนาหลักสูตรร่วมกับภาคเอกชนในสาขาที่ตลาดต้องการ เช่น ช่างรถยนต์ไฟฟ้า ช่างโซลาร์เซลล์ และบุคลากรด้าน AI เพื่อแก้ปัญหา Job Mismatch และให้ผู้ผ่านการอบรมมีงานทำทันที
ในเรื่องของการปรับค่าแรงขั้นต่ำ ยอมรับว่าเป็นความต้องการของทุกฝ่าย แต่ต้องดำเนินการผ่านกลไกคณะกรรมการไตรภาคี โดยรัฐบาลอยู่ระหว่างศึกษาสูตรการปรับค่าแรงที่อิงอัตราเงินเฟ้อ การเติบโตทางเศรษฐกิจ และผลิตภาพแรงงาน เพื่อให้ค่าแรงสะท้อนค่าครองชีพและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานมากขึ้น
นายจุลพันธ์ ยังยืนยันเป้าหมายขยายฐานผู้ประกันตนให้ครอบคลุมแรงงานทุกกลุ่ม พร้อมเร่งผลักดันการคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 5 แสนคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 1 ล้านคนในอีก 3-5 ปีข้างหน้า โดยอยู่ระหว่างศึกษาการปรับปรุงกฎหมายประกันสังคมและยกร่างกฎหมายใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี เพื่อให้แรงงานแพลตฟอร์มได้รับสิทธิประโยชน์และหลักประกันที่เหมาะสม
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'จุลพันธ์' หารือประธาน IM Japan ส่งแรงงานไทยไปญี่ปุ่นระบบใหม่ ESD
- รัฐคุมเข้มตรวจสุขภาพ 'แรงงานต่างด้าว' เชื่อมข้อมูลออนไลน์สกัดเอกสารปลอม
- ‘จุลพันธ์’ ส่งแรงงานไทย สู่ต่างแดน ย้ำทำงานต่างประเทศคือโอกาสสร้างรายได้
ติดตามเราได้ที่