โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

2 ช่างภาพชาวตรัง เปิดความทรงจำครั้งถวายงานบันทึกภาพ “พระองค์ภา”

Amarin TV

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
2 ช่างภาพชาวตรัง เปิดความทรงจำครั้งถวายงานบันทึกภาพ “พระองค์ภา” ระหว่างเสด็จช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช ปี 2563

2 ช่างภาพชาวตรัง เปิดความทรงจำครั้งถวายงานบันทึกภาพ “พระองค์ภา” ระหว่างเสด็จช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช ปี 2563

นายวราวุธ วิญญรัตน์ และนายณัฐ นาคนิยม สองช่างภาพชาวจังหวัดตรัง เปิดเผยความประทับใจจากโอกาสได้ถวายงานบันทึกภาพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ขณะเสด็จลงพื้นที่ช่วยเหลือและพระราชทานถุงยังชีพจาก "มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)" แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563

ทั้งสองเล่าว่า ได้รับการประสานให้เข้าร่วมบันทึกภาพระหว่างการเสด็จเยี่ยมประชาชนและพระราชทานความช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัย ซึ่งนับเป็นเกียรติสูงสุดครั้งหนึ่งในชีวิตการทำงานของช่างภาพ ที่ได้มีโอกาสถวายงานอย่างใกล้ชิด

ในวันดังกล่าว พระองค์ทรงร่วมประกอบอาหารและจัดทำข้าวกล่องเพื่อแจกจ่ายแก่ผู้ประสบอุทกภัย พร้อมทั้งทรงนำถุงยังชีพจาก "มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)" ไปพระราชทานแก่ประชาชนด้วยพระองค์เอง ท่ามกลางสถานการณ์ความเดือดร้อนของประชาชนจำนวนมาก ซึ่งบางครอบครัวต้องอพยพพร้อมสัตว์เลี้ยงขึ้นไปอาศัยอยู่ในเต็นท์ริมถนน

นายวราวุธและนายณัฐ กล่าวว่า สิ่งที่สร้างความประทับใจอย่างยิ่ง คือการได้เห็นพระองค์ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเพื่อบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนด้วยความทุ่มเทและไม่ทรงเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย ทรงปฏิบัติพระภารกิจอย่างคล่องแคล่ว เรียบง่าย และทรงมีพระอัธยาศัยเป็นกันเอง ทรงทักทาย พูดคุยกับผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด แม้ในช่วงเวลาดังกล่าวจะอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่พระองค์ยังคงเสด็จเข้าถึงประชาชนอย่างใกล้ชิด ทรงสนทนา จับพระหัตถ์ และฉายพระรูปร่วมกับประชาชนโดยไม่ทรงแสดงความกังวลหรือความห่างเหินแต่อย่างใด

อีกเหตุการณ์หนึ่งที่ทั้งสองยังคงจดจำได้เป็นอย่างดี คือช่วงที่ประชาชนเข้ามาเฝ้ารับเสด็จบริเวณรถตู้ พระองค์ทรงประทับนั่งบนพื้นรถเพื่อสนทนากับชาวบ้านอย่างเรียบง่าย ทำให้ทั้งสองรู้สึกซาบซึ้งและประทับใจในพระเมตตาเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นภาพที่สะท้อนถึงความใกล้ชิดและความเป็นกันเองของพระองค์กับประชาชน

นอกจากนี้ ในการลงพื้นที่แต่ละจุด พระองค์ทรงเลือกใช้วิธีเสด็จพระราชดำเนินด้วยพระบาท เพื่อให้สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงมากกว่าการใช้รถยนต์ โดยทั้งสองระบุว่าพระองค์ทรงพระดำเนินอย่างรวดเร็ว คล่องแคล่ว และทรงปฏิบัติพระภารกิจอย่างต่อเนื่องตลอดวัน ทรงพยายามเข้าถึงประชาชนให้ได้มากที่สุด แม้ในจุดที่ระดับน้ำท่วมยังคงสูงและการเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก

ทั้งสองยังเล่าว่า การเตรียมพื้นที่รับเสด็จในครั้งนั้นเป็นไปอย่างเรียบง่าย ไม่มีการจัดเตรียมสถานที่พิเศษมากนัก แม้กระทั่งการเปลี่ยนฉลองพระองค์หรือการใช้ห้องน้ำ พระองค์ก็ทรงใช้สถานที่ภายในบ้านของประชาชนในบริเวณใกล้เคียง โดยมิได้ทรงให้หน่วยงานราชการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกเป็นพิเศษ

"สิ่งที่พระองค์ทรงปฏิบัติสะท้อนให้เห็นถึงพระเมตตาและความห่วงใยที่มีต่อประชาชนอย่างแท้จริง พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งผู้ที่กำลังประสบความเดือดร้อน พวกเรารู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มีโอกาสถวายงานรับใช้พระองค์" ทั้งสองกล่าว

ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ ทั้งสองได้รับพระราชทานเข็มพระนามาภิไธยและเสื้อที่ระลึกของ "มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)" ซึ่งยังคงเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีจนถึงปัจจุบัน

สำหรับข่าวการสิ้นพระชนม์ ทั้งสองยอมรับว่ารู้สึกตกใจและเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะตลอดเวลาที่ทรงประชวรและเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ต่างเฝ้าติดตามข่าวสารด้วยความหวังว่าจะทรงหายจากพระอาการประชวร "พระองค์ทรงเป็นบุคคลที่มีความสามารถและทรงอุทิศพระองค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอด โดยเฉพาะผ่าน "มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)" ซึ่งเป็นองค์กรสำคัญในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย เราหวังว่าจะมีผู้สานต่อเจตนารมณ์ดังกล่าว เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนดำเนินต่อไป และเพื่อเป็นการรำลึกถึงพระเมตตาและความเสียสละของพระองค์ตลอดไป"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...